การนอนกลางวัน ช่วยให้นักกีฬามีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นหรือไม่

การนอนกลางวัน ช่วยให้นักกีฬามีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นหรือไม่

การนอนกลางวัน ช่วยให้นักกีฬามีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นหรือไม่

การนอนกลางวัน ช่วยให้นักกีฬามีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นหรือไม่ การนอนกลางวันมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเกียจคร้าน แต่ความเป็นจริงนั้นเป็นอย่างที่ร่ำลือกันหรือไม่? จริงเท็จแค่ไหนที่การงีบช่วยให้นักกีฬาทำผลงานดีขึ้นได้?winner55

หลายคนอาจมองว่าการเป็นนักกีฬานั้นถือเป็นงานสบาย เมื่อสิ่งที่เราเห็นผ่านข่าวหรือการถ่ายทอดสดโดยทั่วไปคือตอนแข่งขันเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งจากค่าเหนื่อย เงินรางวัล รวมถึงเงินจากผู้สนับสนุนมากมาย

แต่สิ่งที่เราอาจไม่ได้เห็นผ่านหน้าจอมากนัก คือความหนักหนาสาหัสในการฝึกซ้อม บางครั้งพวกเขาต้องลงซ้อมถึง 2-3 ครั้งต่อวัน ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม เมื่อเป็นเช่นนี้ การพักผ่อนของเหล่านักกีฬานั้นจะเหมือนกับคนปกติหรือไม่? หรือมีอะไรพิเศษที่แตกต่างไปบ้าง?UFABET
 

นอนเท่าไหร่ถึงจะพอดี?

สำหรับบุคคลทั่วไปนั้น มูลนิธิการนอนแห่งสหรัฐอเมริกา (National Sleep Foundation) ได้ศึกษาจากตัวอย่างทดลองมากกว่า 300 ตัวอย่างจนได้ข้อสรุปว่า ช่วงเวลาการนอนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยนั้นไม่เท่ากัน โดยในวัยเด็กนั้นต้องการเวลานอนมากกว่าปกติ ก่อนจะค่อยๆ ลดลงมาตามช่วงอายุที่สูงขึ้น ซึ่งช่วงอายุระหว่าง 18-64 ปี นั้นมีระยะเวลาในการนอนที่เหมาะสมเท่ากันที่ราว 7-9 ชั่วโมงต่อวัน

แต่สำหรับนักกีฬา ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องใช้พลังงานสูงทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน พวกเขาจำเป็นที่จะต้องมีชั่วโมงการนอนที่สูงกว่านั้น

เรื่องดังกล่าว เชรี่ หม่า แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการศึกษากับทีมบาสเกตบอลชายของมหาวิทยาลัย โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มที่นอนราว 8 ชั่วโมงต่อวันเหมือนคนทั่วไป กับกลุ่มที่นอนเพิ่มขึ้นเป็นราว 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งผลการทดสอบสมรรถภาพร่างกายระบุว่า การได้นอนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความเร็วในการวิ่ง, ปฏิกิริยาตอบสนอง ตลอดจนความแม่นยำในการชู้ตลูกลงห่วงเพิ่มขึ้น รวมถึงเกิดความเมื่อยล้าลดลง

และเมื่อศึกษาต่อยอดด้วยกลุ่มตัวอย่างเช่น ทีมว่ายน้ำและทีมเทนนิส ก็ได้ผลลัพธ์ในแนวทางเดียวกันอีกด้วย จึงทำให้ได้ข้อสรุปจากการศึกษานี้ว่า ช่วงเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมสำหรับนักกีฬาควรอยู่ที่ราว 8-10 ชั่วโมง 

ถึงกระนั้น นักกีฬาชื่อดังหลายรายต่างก็มีสูตรการนอนที่ไม่เท่ากัน เมื่อนักกีฬาอย่าง ยูเซน โบลท์, วีนัส วิลเลี่ยมส์ หรือ มาเรีย ชาราโปว่า มักจะนอนอยู่ที่ราว 10 ชั่วโมงต่อวัน แต่สำหรับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ เลบรอน เจมส์ พวกเขาใช้เวลากับการนอนมากถึงราว 12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเฟเดอเรอร์ถึงกับเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ด้วยว่า “วันไหนที่ไม่ได้นอนถึง 11-12 ชั่วโมงต่อวัน มันทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย”

มายาคติ และความเป็นจริง

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า วิถีชีวิตของนักกีฬานั้นไม่ได้มีเพียงเฉพาะการแข่งขัน เพราะการฝึกซ้อมนั้นคือชีวิตอีกด้าน ที่บางครั้งอาจจะหนักหนาสาหัสกว่าด้วยซ้ำ อาการเหนื่อยล้าสะสมจึงเป็นสิ่งปกติที่พวกเขาต้องพบเจอ ซึ่งแค่การนอนหลับในตอนกลางคืนอาจไม่พอ

ด้วยเหตุนี้ การนอนกลางวัน จึงเป็นอีกหนทางที่ช่วยเสริมการนอนให้เพียงพอในแต่ละวัน แต่เรื่องดังกล่าวก็ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับในทุกสังคม เมื่อการนอนกลางวันถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความเกียจคร้าน กาแฟ จึงกลายเป็นมิตรแท้ของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในสังคมคนทำงาน หรือแม้กระทั่งนักกีฬา เพื่อให้สามารถตื่นตัวได้ตลอดทั้งวัน

แต่ท่ามกลางมายาคตินี้ ความจริงของการนอนกลางวันเป็นอย่างไร? ดีหรือไม่ดีต่อสุขภาพ และประสิทธิภาพของนักกีฬากันแน่?

จิม วอเตอร์เฮาส์ และคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ลิเวอร์พูล จอห์น มัวร์ส ได้ทดลองเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อปี 2007 ได้ทดลองด้วยการนำชายสุขภาพดี 10 คนเป็นกลุ่มตัวอย่าง กำหนดเวลานอนตอนกลางคืนที่ช่วงเวลาระหว่าง 23:00 น. ถึง 03:00 น. ของวันถัดมา

แล้วแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้เวลานอนเพิ่มเติมระหว่างเวลา 13:00-13:30 น. ส่วนอีกกลุ่มไม่ได้ ผลปรากฎว่าความจำ, ความแม่นยำ, ปฏิกิริยาตอบสนอง และความเร็วของกลุ่มตัวอย่างที่ได้นอนกลางวันนั้นดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้นอนกลางวัน

และนั่นหมายความว่า นอกจากจะช่วยเสริมการนอนให้เพียงพอแล้ว การนอนกลางวัน ยังช่วยให้ร่างกายสามารถรีดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

เสียงจากวงใน

ซึ่งกลุ่มนักกีฬาที่ใช้การนอนกลางวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คงหนีไม่พ้นนักบาสเกตบอลที่มีโปรแกรมลงสนามถี่ บางครั้งต้องลงสนามต่อเนื่องทุกวัน บางครั้งต้องออกทริปเป็นทีมเยือนต่อเนื่อง และที่สำคัญที่สุดคือ การแข่งขันส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในตอนกลางคืน

แน่นอนว่ากิจวัตรดังกล่าวส่งผลให้เวลาพักผ่อนของนักกีฬาเหล่านี้มีน้อยกว่าที่ควรจะเป็นด้วยเช่นกัน

มากน้อยขึ้นกับบุคคล

นิค ลิตเติ้ลเฮลส์ ผู้เชี่ยวชาวด้านการนอน ที่เคยร่วมงานกับสโมสรดังๆ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มองว่า การนอนกลางวันนั้นถือเป็นอีกเรื่องสำคัญของนักกีฬา ซึ่งเขามองว่า อาจไม่สามารถรับมือกับการแข่งขันที่มีตลอดเกือบทั้งปีได้ด้วยซ้ำหากขาดสิ่งนี้

ถึงกระนั้นเขาก็เสริมว่า จะยิ่งดีกว่าหากการนอนกลางวันนั้นเป็นสามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเวลา เพราะการทำในลักษณะนี้สามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้สูงสุดถึง 50% เลยทีเดียว

โดยเรื่องดังกล่าว มูลนิธิการนอนแห่งสหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจัยพบว่า ระยะเวลาการนอนกลางวันที่ดีที่สุดนั้น แค่เพียง 20 นาทีก็เพียงพอ เพราะระยะเวลาดังกล่าวจะไม่ทำให้หลับลึกเกินไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวในแทบจะทันทีหลังตื่น ขณะที่การนอนราว 1 ชั่วโมงอาจส่งผลเสียมากกว่า เพราะในระยะเวลานั้นจะเริ่มเข้าสู่ช่วงการหลับลึก ซึ่งจะทำให้สมองสั่งการช้าลง จนอาจรู้สึกงัวเงียหลังตื่นนอนได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอนทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ การนอนที่ให้ผลดีต่อทั้งร่างกายและสมรรถภาพมากที่สุด คือการนอนให้เป็นกิจวัตรสม่ำเสมอในช่วงเวลาที่คุ้นเคย รวมถึงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งเรื่องแสงและสภาพอากาศ ตลอดจนเตรียมตัวให้พร้อมต่อการนอน เพื่อที่ร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *