การฟังเพลงทำให้นักกีฬาฟอร์มดีขึ้นจริงหรือ




การฟังเพลงทำให้นักกีฬาฟอร์มดีขึ้นจริงหรือ

การฟังเพลงทำให้นักกีฬาฟอร์มดีขึ้นจริงหรือ กีฬาคือสิ่งที่ใช้ร่างกายและไหวพริบจากสมองขับเคลื่อนสร้างโอกาสชี้ขาดผลแพ้ชนะสนาม แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามีปัจจัยภายนอกบางสิ่งที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์ทำในสิ่งที่เกินขีดจำกัดได้ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งนั้นคือ “ดนตรี”

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ประโยคนี้คงไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อความเท่ และยกย่องเสียงดนตรีมากเกินไปนัก เพราะหลากหลายการวิจัย ทั้งทฤษฎีและปฎิบัติมีการยืนยันว่า สิ่งนี้เปลี่ยนให้นักกีฬา เร็วขึ้น, ว่องไวขึ้น, และมีแรงฮึดมากขึ้น แต่ก่อนที่คุณจะเชื่อ เราขอนำเสนอแง่มุมของดนตรีว่ามีอิทธิพลกับนักกีฬาได้มากน้อยแค่ไหนให้ได้เห็นภาพกันชัดๆ  

ฟังก่อนเเข่ง = ฮึกเหิม,ลดความกดดัน 

ไม่มีใครกล้าปฎิเสธว่า บาร์เซโลน่า ในยุคที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นกุนซือ คือสโมสรฟุตบอล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงยุคของเขา winner55

ฤดูกาล 2008-09 คือฤดูกาลที่ บาร์ซ่า คว้าทุกแชมป์ที่ลงเเข่งขัน นี่คือทีมชุดประวัติศาสตร์ที่รวมเอาโค้ชสมองเพชร, นักเตะที่มีคุณภาพ และ รากฐานที่ดี  นอกจากสิ่งเหล่านี้ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ เป๊ป ใช้งานในแง่พลังแฝงของทีมเสมอ นั่นคือเพลง Viva la vida ของวงดนตรีดังอย่าง Coldplay เพื่อปลุกเร้าลูกทีมของเขาก่อนจะลงสนาม และในช่วงที่ประชุมทีม UFABET

“Viva La Vida” และเป็นภาษาสเปนที่ถอดความมาเป็นภาษาไทยได้ว่า “ชีวิตที่จงเจริญ” แม้เนื้อเพลงจะถูกแปลและตีความหมายไปได้หลายทิศทาง แต่ส่วนหนึ่งในบทเพลงกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของกองทัพที่พยายามจะยึดและปกครองโลกนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่บาร์เซโลน่า ในยุคนั้นเดินหน้าคว่ำคู่แข่งทุกทีมที่ขวางหน้า ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะในและนอกประเทศ เรียกได้ว่านอกจากปลุกเร้านักเตะในทีมแล้ว เพลงๆนี้ยังเป็นเพลงธีม ที่ใช้เปิดในการแข่งขันทุกนัดที่ลงเตะในสังเวียนคัมป์นูอีกด้วย

“เพลงนี้ทำให้เรามีความมุ่งมั่น และเชื่อว่าเราจะเป็นฝั่งที่เทพีแห่งโชคส่งยิ้มให้” ชาบี เอร์นันเดซ อดีตจอมทัพของ บาร์ซ่า ในช่วงเวลานั้นกล่าว 

“เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชื่นชอบ Coldplay มาก ในห้องแต่งตัวของเราใช้ดนตรีเป็นแรงบันดาลใจเสมอ”  ขณะที่ เป๊ป ก็พูดถึงความสำคัญของดนตรีต่อรูปแบบการทำทีมของเขาว่า “บางครั้งผมไม่ต้องพูดอะไร แค่เปิดเพลงนี้ให้พวกเขาฟังก็พอ”

แนวความคิดที่ว่า “ดนตรีสำคัญกับช่วงก่อนลงเเข่งขัน” ถูกยืนยันโดย ปีเตอร์ เทอร์รี่ แห่งมหาวิทยาลัยเซาธ์ ควีนส์ ว่า “เราจะได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดจากฟังเพลง ขึ้นอยู่กับว่าเพลงนั้น มีความหมายต่อแต่ละบุคคลอย่างไรบ้าง”

นอกจากนี้ยังโดนขยายผลไปยังงานวิจัยของ ดร. คอสตาส คารากอร์กิส ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในบรูไน ได้ทดลองกับ 30 อาสาสมัครที่วิ่งอยู่บนลู่วิ่ง พร้อมด้วยการฟังเพลงที่แนวที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้มุ่งมั่นอย่าง Queen, Red Hot Chilli Peppers และ Madonna ซึ่งที่สุดเเล้วได้ความว่าผู้เข้าทดลองจะมีความอึดในการวิ่งเพิ่มขึ้นอีก 15% และสิ่งที่เหนือกว่านั้นคือดนตรีได้ทำให้อาสาสมัครทั้ง 30 ชีวิต “รู้สึกดีขึ้น” แม้เป็นช่วงที่ออกกำลังกายเข้มข้นที่สุดก็ตาม

“ดนตรีมีผลมากมายต่อสมอง เพลงแนว house อย่างเช่น Ready 2 go หรือ Time To Burn จะช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และความตึงของกล้ามเนื้อด้วย” ดร.คอสตาส กล่าว 

เรื่องของการฟังเพลงก่อนที่จะลงเเข่งขันเกมสำคัญๆ ยังมีกรณีศึกษาทีน่าสนใจอีกมากมาย โดยเฉพาะ ไมเคิล เฟลป์ส ยอดนักว่ายน้ำชาวอเมริกันที่เรามักจะได้เห็นเขาใส่หูฟังเสมอในช่วงที่ประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งขันก่อนที่การเเข่งขันจะเริ่มขึ้น

เฟลปส์ ได้ยืนยันถึงเรื่องของความสำคัญของเพลงและการเเข่งขันของเขาว่า เขาจะเลือกฟังเพลงที่มีเนื้อเพลงในเเง่ของการกระตุ้นให้ตื่นตัว และสำคัญที่สุด คือต้องเป็นเพลงที่คลิกเข้ากับความรู้สึกของเขา

ฟังระหว่างแข่งขัน = เพิ่มพละกำลัง

สืบเนื่องจากงานวิจัยของ ดร. คอสตาส คารากอร์กิส ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในบรูไนที่กล่าวกันเอาไว้ในข้างต้น 

งานวิจัยเรื่องดนตรีกับกีฬาของเขาถูกขยายผลออกไปอีก  นอกจากความสำคัญจากดนตรีในช่วงก่อนการแข่งขันแล้ว การเสพดนตรีระหว่างการเล่นกีฬา หรือระหว่างแข่งขันก็ส่งผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน 

ดร.คารากอร์กิส  ได้ทำการทดลองในงานฮาล์ฟมาราธอน Sony Ericsson Run To Beat ที่มีผู้เข้าร่วมวิ่งถึง 12,500 คน โดยในระหว่างการวิ่งจะมีการเล่นดนตรีสดถึง 17 จุดเช็คพอยต์ ซึ่งแต่ละวงนั้นจะเล่นเพลงตามที่ ดร. คารากอร์กิส ได้วิจัยมาเพื่อการทดลองนี้โดยเฉพาะ ที่สุดแล้วก็พบว่าการใช้ดนตรีนั้นส่งผลกระทบอย่างมากกับเรื่องของอารมณ์ของนักกีฬา พวกเขาจะปลอดโปร่งมากขึ้น และสิ่งนี้เองทำให้การออกกำลังกายของแต่ละคนพัฒนาขึ้น มันจะช่วยให้ผู้คนสามารถออกกำลังได้อย่างมีวินัยในระยะยาว และแน่นอนว่าจะทำให้ถึงเป้าหมายในการเล่นฟิตเนสส์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ขณะที่การทดสอบกับนักวิ่งระยะ 400 เมตร พบว่าตัวนักกีฬาที่ฟังเพลงตามจังหวะที่วิจัยมานั้นจะมีความเร็วมากกว่าเดิมประมาณครึ่งวินาทีโดยเฉลี่ย หากเทียบกับตอนที่ไม่ได้ฟังเพลง

นอกจากดนตรีส่งผลกระทบแง่บวกให้กับการวิ่งแล้ว ยังได้มีการทดสอบกับกีฬาอย่างฟุตบอลโดยสถาบันกีฬาและวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ฮันโนเวอร์  ว่าดนตรีช่วยให้นักกีฬาที่กำลังแข่งในสนามเเกร่งและเล่นได้มีประสิทธิภาพดีขึ้นได้หรือไม่?

พวกเขาได้ทดลองกันในสนามฟุตบอล 5 คน 2 ทีม ด้วยการลงเล่นเกมละ 10 นาที  และเล่นแบบ 3 เกมติดต่อกัน เกมแรกไม่มีการเปิดเพลง, เกมที่สองนั้นจะมีทีมหนึ่งได้รับหูฟังไวร์เลสส์ที่เปิดเพลงอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ความเร็วบีทส์ที่ 140 ขณะที่อีกหนึ่งทีมจะได้ฟังเพลงที่มีจังหวะแตกต่างกันออกไป   และเกมที่สามจะเป็นการลงเล่นแบบไม่มีหูฟังและเปิดเพลงผ่านเครื่องเสียงให้ทั้งสองทีมให้ฟังเหมือนๆกัน 

ผลของการวิเคราะห์ทั้ง 3 เกม ที่เกิดจากการวิเคราะห์ร่วมกันของโค้ชฟุตบอลอาชีพ และนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งในแง่ของสถิติที่สรุปมาสามารถใช้คำว่า “ดีขึ้นเป็นอย่างมาก”

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post