กีฬา = สมานฉันท์? : อุดมคติพื้นฐานที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง




กีฬา = สมานฉันท์? : อุดมคติพื้นฐานที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง 

กีฬา = สมานฉันท์? : อุดมคติพื้นฐานที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง กีฬาคือสิ่งที่สร้างมาเพื่อความสามัคคี … สิ่งนี้เราได้ยินกันมาตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งโตมาจนทุกวันนี้ บางครั้งความเชื่อเหล่านี้มันก็ฝังหัวจนลืมไปที่จะตั้งข้อสงสัยว่า “กีฬานำพามาซึ่งความสามัคคี…จริงหรือไม่?”

เริ่มต้นก็เพื่อชัยชนะ

โอลิมปิกคือกีฬาของเหล่ามวลมนุษยชาติ ทว่าต้นกำเนิดของมันนั้นมาจากการเป็นกิจกรรมเพื่อฉลองทางศาสนาของชาวกรีก การเเข่งขันกีฬาโอลิมปิกมีขึ้นเพื่อให้เหล่าเทพเจ้าซุส (Zeus) ที่ชาวกรีกเคารพ ก่อนจะเเข่งมีพิธีรีตองมากมาย อาทิ การบูชายัญวัว 100 ตัว เป็นต้น

ชนิดกีฬาส่วนใหญ่ที่ใช้แข่งขันกันในช่วงนั้นได้แก่ กรีฑา รวมไปถึงสิ่งที่ประยุกต์มาจากช่วงเวลาสงคราม อาทิ รถม้า และ การต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ  ดังนั้นจุดมุ่งหมายของกีฬาในเวลานั้นเกิดขึ้นเพื่ออยากให้พลเมืองของกรีกมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง นำไปสู่การรับใช้ประเทศได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองต้องการ  ซึ่งความหมายอีกนัยหนึ่ง คือ การลับคมของเหล่าทหารเพื่อให้พร้อมสำหรับศึกสงครามนั่นเองwinner55

แม้รูปแบบการเเข่งขันของกีฬาหลายๆ ชนิดอาจจะคล้ายการรบกันในสงคราม อย่างไรก็ตามความต่างของ กีฬา และ สงคราม ในเวลานั้นคือการมีกติกาสำคัญกำหนดไว้ว่าในช่วงที่มีการแข่งขัน ความขัดแย้งระหว่างนครรัฐที่เข้าร่วมทั้งหมดจะถูกเลื่อนไปจนกว่าการแข่งขันจะเสร็จสิ้นลง…อย่างไรก็ตามกฎแค่นี้ห้ามไม่อยู่UFABET

ครั้งหนึ่งมีเรื่องเกิดขึ้นกับชาวสปาร์ต้า พวกเขาไม่ยอมหยุดรบในช่วงการแข่งขันโอลิมปิก และในขณะเดียวกันพวกเขายังอยากจะที่แสดงแสนยานุภาพและความยิ่งใหญ่ของตัวเอง เมื่อคณะกรรมการพยายามจะรักษากฎ ด้วยการตัดสิทธิ์พวกเขาจากการแข่งขัน ทว่าสปาร์ต้าไม่สามารถยอมรับคำตัดสินได้ พวกจึงแก้แค้นด้วยการโจมตีเมืองเอลิส ที่เป็นสถานที่แข่งขัน จนต้องวุ่นวายกันแบบไม่หยุดหย่อน

นอกจากนี้ยังมีผลต่อเนื่องไปจนถึงการโกงต่างๆ นานๆ มีการอ้างไปถึงเมื่อ 420 ปีก่อนคริสตกาล จากเหตุการณ์ที่ สปาร์ต้า ถูกตัดสิทธิ์ให้ลงเเข่งขัน  จึงทำให้ นครรัฐธีบส์ (Thebes) แอบดึงตัว นักกีฬาของสปาร์ต้าคนหนึ่งมาเเข่งในกีฬารถศึกโดยแอบบอ้างว่าเป็นชาว ธีบส์

ซึ่งหลังจากแข่งขันกันเเล้ว ชาวสปาร์ต้าคนนั้นยังเป็นผู้ชนะการแข่งขันอีกต่างหาก  ทว่าด้วยความดีใจเขาจึงประกาศตนว่า แท้จริงแล้วตนเป็นนักแข่งจากที่ใด ผลที่ตามมาคือ เขาถูกเฆี่ยนประจานในที่สาธารณะ รางวัลแห่งชัยชนะถูกส่งมอบให้กับนครรัฐธีบส์โดยไม่มีการกล่าวถึงชื่อของชายชาวสปาร์ต้าผู้นั้นเลย

เมื่อเลือกที่จะลงเเข่งขันทุกฝ่ายล้วนต้องการชัยชนะด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้ได้แต่โดยดี  เมื่อแพ้แล้วก็อยากที่จะกลับมาชนะดังนั้น การหาข้ออ้าง, ว่ากล่าวและวิจารณ์คู่แข่ง, การใส่ร้าย และการทุจริตการเเข่งขัน…เรียกได้ว่าการโกง และแตกแยกในโลกของกีฬานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลยวำหรับโลกใบนี้ 

และแน่นอนว่า มันก็ยังแก้ไม่ได้ง่ายๆ และยากจะหมดไป…จนกระทั่งยุคปัจจุบัน

ตัวแทนของจิตวิญญาณ

จุดนี้จะชัดเจนที่สุดหากจะอธิบายให้เห็นภาพนั่นคือการยกกรณีศึกษาจากฟุตบอลอังกฤษที่ลงเเข่งขันกันมาเป็นร้อยๆปี บางสโมสรมีอายุยาวนานจนกลายเป็นการฝังรากลงในคนท้องถิ่น และเมื่อเกิดความเชื่อที่ว่า “ทีมนี้คือทีมของพวกเรา” เรื่องของอารมณ์ร่วมของแฟนๆ ก็จะตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้ 

เมื่อการเเข่งในสนามกีฬาไม่มีคนจนคนรวย มันเป็นเหมือนสงครามที่ต้องสู้กันด้วยฝีมือภายใต้กฎกติกาอันเป็นกรอบที่ตั้งไว้ จึงทำให้ผู้เข้าแข่งขันอยู่ในสถานะ “เท่ากัน” และเมื่อกีฬาเป็นเหมือนตัวแทนของคนท้องถิ่น บางครั้งการใช้กีฬาเอาชนะคู่ปรับและคู่อริก็เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการเอาชนะด้วยเรื่องอื่นๆ และชัยชนะทางกีฬายังมีความหมายโดยนัยไม่ต่างกับการประกาศตัวเองของท้องถิ่นว่าแม้เรื่องเศรษฐกิจ, เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ อาจจะแพ้แต่เรื่องกีฬา “ข้าเหนือกว่าเอ็ง” 

แน่นอนว่าชัยชนะบนเรื่องราวความบาดหมางนันเป็นอะไรที่หอมหวานเสมอ สำหรับผู้คว้าชัย พวกเขาจะสุดเหวี่ยงจนลุกลามไปถึงการยั่วยุถากถางผู้แพ้ ซึ่งมักจะบานปลายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงทุกครั้งไป 

จุดนี้คือเรื่องที่ยากเกินจะห้ามได้ มันเหมือนไฟกับน้ำมันที่ใกล้กันเมื่อไหร่มีอันต้องปะทะใส่กันเสมอ  

การพบกันระหว่าง อัล อาห์ลี กับ ซามาเล็ค คือเกมดาร์บี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอียิปต์ มันมีทั้งเรื่องของประวัติศาสตร์และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

ซามาเล็คถูกก่อตั้งขึ้นปี ค.ศ. 1911 ในฐานะตัวแทนของคนรวยที่อาศัยอยู่ในเมืองไคโร  ในขณะที่ อัล อาห์ลี ถูกก่อตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 พวกเขาเป็นเหมือนตัวแทนของกลุ่มชาตินิยม ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นอิสระจากเหล่านักล่าอาณานิคมในอดีต

ทั้งสองทีมพบกันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1917 และถูกมองว่าเป็นการต่อสู้กันระหว่างตัวแทนฝั่งรอยัลลิสต์กับฝั่งคลั่งชาติ ทำให้เกมดาร์บี้คู่นี้เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นในแง่ของความขัดแย้งและความรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อปี ค.ศ. 1966 นั้น เกมของคู่นี้ต้องถูกยกเลิก เมื่อทหารจำนวนมากบุกเข้ามาในสนามและพยายามสลายการชุมนุมของแฟนบอล จึงทำให้ลีกสูงสุดของอิยิปต์หยุดทำการแข่งขันเกือบ 5 ปี…

และถ้าคุณคิดว่าเวลาจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วล่ะก็ คุณคิดผิด เพราะในช่วงยุค ‘70 เป็นต้นมาความรุนแรงยังเพิ่มขึ้นอีกจนถึงมีการเข่นฆ่ากันในหมู่แฟนบอลจนเสียชีวิต เรียกได้ว่างานนี้ล้างแค้นกันไป ล้างแค้นกันมา จนนับครั้งไม่ถ้วนและยากที่จะจบได้โดยง่าย

กีฬา” กาวใจหรือแค่สร้างภาพ?

การใช้กีฬาเป็นกาวใจระหว่างศัตรูเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งและบางเหตุการณ์ก็ได้ผลดี …แต่บ่อยครั้งเป็นเพียงผ้าปิดแผล แต่ไม่ใช่การรักษาที่ถูกจุด 

สหรัฐอเมริกา พี่ใหญ่ของโลกประชาธิปไตย เคยลองพยายามญาติดีกับคิวบา มาเฟียของโลกคอมมิวนิสต์ ด้วยการใช้เบสบอลเป็นสื่อกลาง

บัลติมอร์ โอริโอลส์ ทีมเบลสอบชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาเดินทางไปแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมชาติคิวบา ในปี 1999 ที่กรุงฮาวานา โดยปีเตอร์ อังเจลอส เจ้าของทีมมีความตั้งใจว่า การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการริเริ่มความสัมพันธ์ที่ดีให้กับประเทศที่ต่างกันสุดขั้นในระบอบการปกครองได้

อังเจลอสเล่าว่า “ในจังหวะที่ฟีเดล คาสโตร ผู้นำคิวบาทำความเคารพธงของเรา(แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นธงชาติสหรัฐอเมริกาหรือธงของทีมบัลติมอร์) มันมีค่ามหาศาลต่อความรู้สึกของผมมาก”

หลังจากนั้นคิวบาก็ต้องเดินทางไปเยือนที่บัลติมอร์บ้าง เป็นซีรีส์เบสบอลที่ถูกมองว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการเชื่อมสัมพันธ์ของชาติที่แตกต่างด้านการปกครอง

การแข่งขันเบสบอลครั้งนั้น ทำให้กระแสเมเจอร์ลีก เบสบอล ในคิวบาดีขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้นักเบสบอลคิวบาที่อยากจะไปเล่นในเอ็มแอลบี สหรัฐอเมริกา ต้องหนีออกจากประเทศไปตามฝันของตัวเอง เพราะกฎหมายในบ้านเกิดห้ามเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2014 ยุคที่บารัก โอบาม่า เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างรัฐบาลอเมริกันกับสหพันธ์เบสบอลคิวบา

ปีเตอร์ บียาร์กแมน ผู้เชี่ยวชาญเบสบอลคิวบา พูดถึงเรื่องนี้ว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่ทีมเอ็มแอลบีจะไปเปิดอะคาเดมี่ในคิวบา เหมือนที่ทำสำเร็จกับโดมินิกัน เพราะคิวบาคงไม่ยอมให้หน่วยธุรกิจต่างชาติเข้าไปโกยเงินออกมาฝ่ายเดียว รวมทั้งข้อห้ามในการเดินทางและเรื่องอื่นๆ

จนถึงตอนนี้คิวบาและสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น มีความเหมือนกันตรงที่คนของสองประเทศหลงรักเบสบอลเหมือนกันก็เท่านั้น ส่วนผลประโยชน์ และแนวทางการปกครองของตัวเองย่อมมาเป็นเรื่องหลัก

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post

5 วิธีด้ามหัวใจ จากสาวที่หลงรัก5 วิธีด้ามหัวใจ จากสาวที่หลงรัก



วิธีรักษาอาการอกหัก 5 ขั้นตอนฟื้นฟูหัวใจ หลังโดนแฟนสาวหักอก อกหักทำไงดีให้กลับมาเดินหน้าต่อ เปิดใจให้คนใหม่ได้อีกครั้ง