ขบวนการเคลื่อนไหว : การต่อสู้อันยาวนานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ



ขบวนการเคลื่อนไหว : การต่อสู้อันยาวนานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ขบวนการเคลื่อนไหว ทางเพศเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1924 โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนได้ทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของเพศทางเลือกในเมืองชิคาโก้ โดย เฮนรี่ เกอร์เบอร์ แต่การเรียกร้องความเท่าเทียมของเพศทางเลือกนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง จนกระทั้งเมื่อปี ค.ศ. 1969 เกิดเหตุจลาจลที่สโตนวอลล์อินน์ เนื่องจากตำรวจเข้าโจมตีและจับกุมบุคคลที่แต่งตัวไม่ตรงเพศ ทำให้เกย์และเลสเบี้ยนลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย

1. ขบวนการเคลื่อนไหว จุดเริ่มต้นของ LGBT Pride จากการจลาจลสโตนวอลล์ ในปี ค.ศ. 1969 winner55

ในยุคนั้น การรักเพศเดียวกัน ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย และการแต่งกายไม่ตรงกับเพศตัวเอง ก็คือสิ่งที่ผิดปกติในสังคม การได้ใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยเป็นตัวของตัวเอง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และเสี่ยงต่อการถูกจับกุมในบาร์ Stonewall Inn ย่านกรีนวิช วิลเลจ ที่มีเจ้าของเป็นมาเฟียนั้น เป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับชาว LGBT ในสมัยนั้น เช้ามืดของวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1969 ผู้คนในบาร์ถูกตำรวจกลั่นแกล้งและทำร้าย

เนื่องจากพวกเขาเพียงแต่แต่งกายไม่ตรงกับเพศของตนเอง

เหตุการณ์ต่าง ๆ จึงเริ่มมีความรุนแรงระหว่างสองฝ่าย จนขยายวงกว้างออกมาบนถนนบริเวณหน้าบาร์ ทั้งตำรวจและฝูงชนก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเหตุการณ์คืนนั้นค่อยๆ ยุติลง โดยคืนต่อมานั้นจำนวนผู้ชุมนุมก็มากขึ้นหลายพันคน เกิดเหตุจลาจลที่สโตนวอลล์อินน์ เนื่องจากตำรวจเข้าโจมตีและจับกุมบุคคลที่แต่งตัวไม่ตรงเพศ ทำให้เกย์และเลสเบี้ยนลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย

 เหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่ชาว LGBT
ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพทางเพศ ไม่ยอมจำนนต่อการถูกละเมิดสิทธิ รวมทั้งกล้าประกาศตัวตนว่าตัวเองแตกต่างบนท้องถนน

คำว่า Gay Power! ถูกตะโกนขึ้นมาอย่างดัง หลังจากที่พวกเขาต้องคอยซ่อนตัวตนที่แท้จริงของตนเองเอาไว้ เหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์เสมือนเป็นแรงผลักดันร่วมที่สำคัญ ซึ่งส่งผลต่อผู้คนที่ได้เห็นข่าวผ่านหน้าโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้นำมาสู่การเดินขบวนเรียกร้องสิทธิสำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT Pride March) ครั้งแรกในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1970 ที่เมืองนิวยอร์ก และอีก 3 เมืองใหญ่อย่าง ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก และชิคาโก เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สโตนวอลล์

2. Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจ

LGBT Pride ในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาจัดในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ และเป็นการเฉลิมฉลอง Pride Month

3. Straight Pride งานแห่งความภูมิใจของคู่รักชายหญิง

แม้ LGBT Pride ทั่วโลกนั้นจะไม่มีการกีดกันคนรักต่างเพศไม่ให้เข้าร่วมเดินขบวน รวมถึงทำกิจกรรมต่างๆ

แต่ในช่วงปลายยุค 1980s กลุ่มอนุรักษนิยมในสหรัฐอเมริกาที่ไม่เห็นด้วยกับ LGBT Pride ก็ตั้งคำถามว่า ทำไมไม่มีการเฉลิมฉลองของคนรักต่างเพศในขบวน LGBT Pride บ้างค.ศ. 1990 จึงมีการจัด Straight Pride (ความภาคภูมิใจของคนรักต่างเพศ) แต่ขณะเดียวกันมีผู้คัดค้านงานนี้กว่า 500 คน ในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน

ปี 2015 มีการจัดขบวนสีรุ่ง โดยมีผู้เข้าร่วมเพียงคนเดียวก็คือ ศิลปิน ผู้จัดงาน ปัจจุบันแม้แนวคิดอนุรักษนิยมจากชาวรักต่างเพศ จะยังคงมีอยู่ แต่ก็มีกลุ่มคนรักเพศตรงข้ามและสนับสนุนสิทธิของชาว LGBT ซึ่งชาว LGBT เรียกคนกลุ่มนี้ว่า ‘พันธมิตร’ หรือ ‘Ally’ โดยบางครั้งจะมีการใช้ตัวย่อ LGBTIQA ซึ่งหมายถึง Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender, Intersex, Queer/Questioning  และ Ally แต่ในหลายกรณีนั้น A ใน LGBTIQA จะหมายถึง Asexual ได้เช่นกัน หนึ่งในกลุ่มพันธมิตรผู้คอยสนับสนุนสำคัญที่เราจะเห็นจากขบวนพาเหรดหลายแห่ง ก็คือบรรดาผู้ปกครอง พวกเขามักเดินขบวนพร้อมป้ายข้อความ เช่น “Proud of my gay son” และ “Proud of my lesbian daughter and her wife” เป็นการแสดงออกถึงการเข้าใจ การยอมรับ และความภาคภูมิใจในตัวตนของลูก เพราะไม่ว่าลูกจะแตกต่างจากบรรทัดฐานของสังคม แต่ก็ยังเป็นลูกคนหนึ่งของพวกเขานั่นเอง

4. ธงสีรุ้ง สัญลักษณ์แห่งความหลากหลายและความภูมิใจ

หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของ LGBT Pride ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของชาว LGBT ก็คือ ‘ธงสีรุ้ง’
ซึ่งออกแบบสร้างสรรค์โดยกิลเบิร์ต เบเกอร์ (Gilbert Baker) ศิลปินและนักเคลื่อนไหวชาว LGBT
นายกิลเบิร์ตได้สร้างสัญลักษณ์ธงสีรุ้ง จากคำท้าทางของฮาร์วีย์ มิลก์ ผู้เป็นนักการเมืองและผู้เคลื่อนไหวทางสังคมที่เป็นเกย์ ให้สร้างสัญลักษณ์ของชุมชน LGBT เพื่อใช้ในการเดินขบวน ธงสีรุ้งผืนแรกที่ย้อมสีด้วยมือถูกใช้ในงาน Gay Freedom Day Parade ที่เมืองซานฟรานซิสโก ปี ค.ศ. 1978 นายกิลเบิร์ตเคยให้สัมภาษณ์กับ CBS Chicago ถึงธงสายรุ้งว่า “สายรุ้งเป็นสิ่งสวยงามของธรรมชาติ แสดงถึงสีทุกสีรวมทั้งสีที่เรามองไม่เห็นด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นตัวแทนของคน” ต่อมาไม่นาน ธงสีรุ้งก็เหลือเพียงแค่ 6 สี ตามที่ใช้อยู่ปัจจุบัน สีชมพูแบบฮอตพิงก์ถูกตัดออก เพราะผ้าสีนี้หายากและมีราคาสูง ส่วนสีเทอร์ควอยส์ถูกปรับเฉดให้เป็นสีฟ้า และสีน้ำเงินครามก็ถูกตัดออก เพื่อให้สามารถเดินขบวนแบ่งสีอย่างสมดุลกัน

5. ฉลองความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ

เดิมทีนั้น LGBT Pride เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศที่จะมีสิทธิเสรีภาพ และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากรัฐอย่างเท่าเทียม จนกระทั่งช่วงหลัง ค.ศ. 1991 ถึงปัจจุบัน
LGBT Pride เป็นการเฉลิมฉลองถึงชีวิตของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเหตุผลของการเฉลิมฉลองนั้นก็หลากหลายแตกต่างกันไป “อนาคตที่ไร้การเลือกปฏิบัติ และทุกคนมีสิทธิทางกฎหมายเท่าเทียมกัน” (“Heritage of Pride works toward a future without discrimination where all people have equal rights under the law.”) เป็นทั้งเหตุผลและจุดมุ่งหวังที่ผู้จัด NYC Pride ยังคงจัดงานนี้ รวมถึงผู้จัด LGBT Pride

ที่อื่นๆ ด้วยเช่นกัน แม้นิวยอร์กจะอนุญาตให้คนรักเพศเดียวกันแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (Equal Marriage) ได้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 แต่ก็ยังมีการเลือกปฏิบัติต่อชาว LGBT รวมทั้งการใช้ความรุนแรงตั้งแต่การทำร้ายร่างกายจนถึงการฆาตกรรม อีกทั้ง NYC Pride ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์การต่อสู้ที่สืบต่อมาจากเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์อีกด้วย เพราะจะว่าไปแล้ว มีเพียง 22 ประเทศจากหลายร้อยประเทศทั่วโลกเท่านั้น ที่มีกฎหมาย Equal Marriage แม้ว่ายุคนี้จะเป็นศตวรรษที่ 21 แล้วก็ตาม

สนับสนุนเนื่อหาโดย : SA gaming Joker game Sexy Barcarat

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post