ความรู้สึกที่เจ็บปวด ของนักกีฬาแอฟริกันกับโลกในยุค COVID-19




ความรู้สึกที่เจ็บปวด ของนักกีฬาแอฟริกันกับโลกในยุค COVID-19 

ความรู้สึกที่เจ็บปวด ของนักกีฬาแอฟริกันกับโลกในยุค COVID-19 แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ COVID-19 ในไทยจะเริ่มดีขึ้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง แต่ในระดับโลกยังไว้วางใจไม่ได้ เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อในหลายประเทศดีดตัวสูงขึ้นอย่างพรวดพราด และรวมทะลุหลัก 4 ล้านคนในปัจจุบัน winner55

แน่นอนว่าการระบาดของ COVID ในครั้งนี้ สร้างแรงกระเพื่อมไปในทุกภาคส่วน เช่นเดียวกับวงการกีฬา ที่ทำให้การแข่งขันหลายรายการต้องพักเบรก ยกเลิก หรือเลื่อนไปก่อน ซึ่งส่งผลกระทบในแง่ลบมากมายตามมา 

งานยกเลิก เงินยกเลิก 

แอฟริกา ถือเป็นภูมิภาคที่กลายเป็นภาพจำของคนทั่วโลกในฐานะผู้ส่งออกนักวิ่ง โดยเฉพาะการวิ่งในระยะไกล เมื่อนักวิ่งจากทวีปแห่งนี้ ต่างเป็นเจ้าของสถิติโลกหรือขึ้นไปคว้าแชมป์มากมายมาตั้งแต่ในอดีต UFABET

ไม่ว่าจะเป็น อเบเบ บิคิลา นักวิ่งชาวเอธิโอเปีย ผู้คว้าเหรียญทองการแข่งขันวิ่งมาราธอนโอลิมปิก 1960 ที่กรุงโรม พร้อมทำลายสถิติโลก ด้วยการวิ่งเท้าเปล่า และกลายเป็นคนแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ในอีก 4 ปีต่อมา ที่โตเกียว

หรือในยุคปัจจุบัน เอเลียด คิปโชเก ปอดเหล็กชาวเคนยา ที่เป็นเจ้าของสถิติ “ชายที่วิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุดในโลก” ด้วยสถิติ 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาทีในการแข่งขัน เบอร์ลิน มาราธอน เมื่อปี 2018 ตลอดจนเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ที่ริโอ เมื่อปี 2016

อย่างไรก็ดี จากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้นักวิ่งจากแอฟริกาต้องว่างงาน เมื่อการแข่งขันขันทั้ง เวิลด์อินดอร์ การแข่งขันกรีฑาระดับโลกที่จัดขึ้นทุก 4 ปี รวมไปถึงเวิลด์ฮาล์ฟ มาราธอน ที่จัดขึ้นทุกสองปี และมีคิวจะแข่งกันในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาต้องเลื่อนออกไป 

เช่นกันสำหรับการแข่งขันแบบซีรีส์ที่จัดการแข่งขันตลอดทั้งปี อย่าง เวิลด์ มาราธอน เมเจอร์, ไดมอนด์ ลีก หรือ Continental Tour ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน และมันส่งผลกระทบต่อพวกเขาโดยตรง โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

“นักกีฬาทุกคนต่างรู้สึกถึงผลที่ตามมา” ฮิวส์ ฟาบริคซ์ แซนโก นักกรีฑาชาวบูร์กินา ฟาโซ ที่เคยคว้าเหรียญทองแดงเขย่งก้าวกระโดดในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก 2019 กล่าว

“ผมรู้จักนักกีฬาแอฟริกาบางคนที่ไม่ได้มีสปอนเซอร์และเดินทางไปยุโรปอยู่เสมอเพื่อลงแข่งหาเงิน การแข่งขันที่ถูกยกเลิก สิ่งนี้กำลังเป็นอันตรายต่อพวกเขา เพราะพวกเขาจะไม่มีรายได้ที่จะเข้ามาช่วยในการเตรียมตัวสำหรับปีหน้า” “ดังนั้นนักกีฬาบางคนอยู่ในจุดที่ยากลำบากมาก” 

ปกติรายได้ของนักวิ่งส่วนใหญ่จะมาจากสามทางเป็นหลัก คือจากสปอนเซอร์ เงินรางวัล และโบนัสจากการแข่งขัน ซึ่งอาจจะเป็นตำแหน่งที่วิ่งเข้าเส้นชัย หรือการทำลายสถิติในแต่ละรอบ 

“ถ้าคุณไม่ลงแข่งวิ่ง มันไม่มีโอกาสเลยสำหรับโบนัส เงินที่ได้เมื่อลงแข่ง หรือเงินรางวัล” มิเชล โบติง เอเยนต์ชาวดัตช์ที่เป็นตัวแทนให้กับนักวิ่งแอฟริกามากมาย “มันจึงเป็นภาระที่ใหญ่มากสำหรับนักกรีฑาหลายคนและครอบครัวของพวกเขาที่แขวนอยู่กับมัน” 

ทำให้การเลื่อนการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น เวิลด์ อินดอร์ หรือรายการใหญ่อย่างโอลิมปิก ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสคว้าเหรียญ แต่มันยังสร้างแรงกระเพื่อมต่อรายรับ ที่แทบจะเป็นรายได้หลักของพวกเขา 

“มันขึ้นอยู่กับระดับของพวกเขา มันอาจจะเป็น 2 ใน 3 หรือมากกว่านั้น (ของรายได้) เพราะว่ามันยังมีโบนัสที่มาจากการแข่งขันด้วย” แซนโก กล่าว

ในขณะเดียว หากมองในภาพรวม ต้องยอมรับว่านักกรีฑาแอฟริกาส่วนใหญ่ ต่างไม่ได้มีรายได้เทียบเท่ากับนักฟุตบอล นอกจากนี้ พวกเขาเหล่านี้ต่างไม่ได้มีสัญญา เหมือนกับนักเตะอาชีพ ที่ยังมีรายได้จากเงินเดือนแม้ไม่ได้ลงแข่ง 

“สำหรับกรีฑา พอเทียบกับกีฬาอื่นแล้ว ถือว่าเราล่มจมเลยทีเดียว” เบลสซิ่ง โอคาบาเร นักวิ่งและนักกระโดดไกลชาวไนจีเรียกล่าว 

“ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ชวนให้ดึงดูด และผู้เล่นก็ทำเงินได้มากมาย สำหรับสิ่งที่ฉันทำเพื่อดำรงชีวิต ฉันไม่สามารถหาเงินได้ขณะนั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง แต่นักฟุตบอลสามารถทำได้” 

เงินสำรองที่ร่อยหรอ

“ผมต้องสูญเงินไปกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (640,000 บาท) ที่จะเป็นเงินประกันเมื่อได้ลงแข่ง” ไนเจล อามอส นักวิ่งจากบอตสวันนา กล่าวกับ BBC 

อามอส เป็นหนึ่งในดาวเด่นของวงการกรีฑาแอฟริกา เขาเคยคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตรในโอลิมปิกที่ลอนดอน เมื่อปี 2012 และมุ่งมั่นที่จะแก้ตัวในโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น หลังต้องถอนตัวกลางคันในการแข่งขันที่ริโอ 2016 หลังเป็นลม

“ปีนี้ผมบอกกับตัวเองว่า โอเคไนเจล นายเลือกเฉพาะรายการสำคัญ เพื่อให้นายยังสดอยู่ตอนโอลิมปิก” 

“ผมจึงไปแข่งแค่ไม่กี่รายการ เพราะแบบนี้ผมจึงต้องพยายามบริหารเรื่องเงินผมให้ดี เพื่อประคองตัวเองให้อยู่รอดตลอดทั้งปี แต่ตอนนี้มันเหลือศูนย์” 

ในการแข่งขันกรีฑา เงินรางวัลในแต่ละรายการจะแตกต่างกันไปตามดีกรีของการแข่งขัน โดย Continental Tour การแข่งขันระดับ 2 ที่จัดโดยสหพันธ์กรีฑาโลก หรือ World Athletics (รองมาจาก ไดมอนด์ ลีก) ผู้ชนะจะได้รางวัล 6,000 ดอลลาร์ (192,000 บาท) และลดหลั่นลงมาจนเหลือ 800 ดอลลาร์ฯ (25,000 บาท) สำหรับผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 8 

ในขณะที่การแข่งขันมาราธอน นักวิ่งจะสามารถทำเงินได้ตั้งแต่ 1,000 ดอลลาร์ (32,000 บาท) ไปจนถึง 100,000 ดอลลาร์ (3.2 ล้านบาท) หรืออาจจะได้มากกว่านั้นในรายการระดับเมเจอร์อย่าง เบอร์ลิน บอสตัน ลอนดอน หรือปารีส ขึ้นอยู่กับอันดับในการแข่งขัน 

มันจึงทำให้รายการเหล่านี้ กลายเป็นหมุดหมายสำหรับนักวิ่งจากแอฟริกา ยกตัวอย่างเช่น ลอนดอนมาราธอน ผู้ชนะประเภทชายจะได้เงินสูงถึง 313,000 ดอลลาร์ (10 ล้านบาท) และ 55,000 (1.7 ล้านบาท) ดอลลาร์ ในประเภทหญิง และได้เงินการันตีอย่างน้อย 1,000 ดอลลาร์ (32,000 บาท) หากจบใน 12 อันดับแรก 

อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นจำนวนเงินที่ข้างสูง แต่ก็แลกมาด้วยระยะเวลาในการฟื้นตัวที่ต้องใช้มากกว่าการวิ่งชนิดอื่น ทำให้พวกเขามีโอกาสลงแข่งขันเพียงแค่ 3 ครั้ง หรืออย่างมากที่สุดคือ 4 ครั้งต่อปี แต่ด้วยการระบาดของ COVID ทำให้ครึ่งปีแรกผ่านไปด้วยความว่างเปล่า 

“มันกำลังจะกลายเป็นหายนะของนักกรีฑา เมื่อครึ่งปีแรกการที่แข่งวิ่งบนถนนหายไปหมดแล้ว เพราะการแข่งขันทั้งหมดถูกยกเลิก” โบติงกล่าว 

“มันหมายความว่านักกรีฑาที่ไม่มีสัญญากับสปอนเซอร์จะมีรายได้เป็นศูนย์สำหรับ 6-7 เดือนแรกของปี และคนที่มีสัญญาจะเสียรายได้ไปราว 40-70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด” 

ในขณะเดียวกัน นักวิ่งไม่ใช่ผู้เดียวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์นี้ แต่เอเยนต์ของพวกเขา ที่มีรายได้หลักมาจากรายรับของนักกรีฑา ก็โดนหางเลขเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

“รายได้ของเอเยนต์มาจากคอมคอมมิชชั่น และถ้ารายได้จากการแข่งขันเป็นศูนย์ แน่นอนว่ามันย่อมเกิดความเสียหายต่อธุรกิจของเรา” โบติงอธิบาย

“เราต้องปรับตัว และบางทีอาจจะมีรายได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์จากปกติ หรือน้อยกว่านั้น”
อย่างไรก็ดี ปัญหาทางการเงินไม่ใช่เรื่องเดียวที่นักกีฬาแอฟริกันต้องเผชิญ 

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post