คาปูชิโนกับการกินคัพเค้ก

คาปูชิโนกับการกินคัพเค้ก

คาปูชิโนกับการกินคัพเค้ก

คาปูชิโนกับการกินคัพเค้ก “สั่งกาแฟอะไรมากินคู่กับคัพเค้กดีนะ…” เชื่อว่าสายกาแฟจำนวนไม่น้อยคงเคยเกิดคำถามที่ว่านี้กันอยู่บ้าง เพราะใจหนึ่งก็อยากกินกาแฟแต่ก็ไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรมากินด้วยดี

ซึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟการสั่ง “คาปูชิโน” ถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีที่อยากแนะนำเลยทีเดียว และเพื่อให้การกินคัพเค้กควบคู่กับกาแฟคาปูชิโนเป็นไปอย่างลงตัว วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับกาแฟคาปูชิโนที่เหมาะกับการกินกับคัพเค้กมาฝากทุกท่านกัน

“กาแฟคาปูชิโน” เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้คุณตาสว่างได้เป็นอย่างดี โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ราวๆ ทศวรรษที่ 1930 เป็นกาแฟที่มีส่วนผสมร่วมกับน้ำตาลกับครีม หรือบางคนก็เปลี่ยนจากครีมมาเป็นนมแทน

ซึ่งรสชาติของกาแฟประเภทนี้จะมีความเข้มน้อยกว่ากาแฟดำ และเอสเปรสโซ (แต่ก็ไม่น้อยเท่าลาเต้นะ) ลักษณะเด่นของคาปูชิโนคือฟองนมที่ต่างก็วาดลวดลายสวยงาม แปลกตาออกไป ทั้งรูปหัวใจ ใบไม้ ฯลฯ รวมถึงบนฟองนมยังมีการโรยผงซินนาม่อน ผงช็อกโกแลต หรือผงลูกจันเทศ เพื่อเพิ่มกลิ่นให้หลงใหลชวนดื่ม

ด้วยความที่กาแฟคาปูชิโน่มีความคล้ายกับเครื่องดื่มทานเล่นทำให้หลายๆ คน ชื่นชอบที่จะนำคาปูชิโน่มาดื่มร่วมกับคัพเค้กเพราะช่วยตัดหวานได้อย่างลงตัว ไม่มีรสชาติขมคอจนเกินไป และการที่แต่งฟองนม โรยผงต่างๆ แล้ว

ยิ่งเพิ่มความอร่อยขณะที่ดื่มคู่กับการกินคัพเค้กอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปเราสามารถเลือกกาแฟคาปูชิโนได้หลายแบบ อย่างคาปูชิโน สคูโร หรือคาปูชิโนดำที่มีนมผสมนิดหน่อย และคาปูชิโนเชียโร หรือคาปูชิโนขาวที่มีนมผสมอยู่เพิ่มจากเดิม

ทั้งนี้ การดื่มกาแฟคาปูชิโนควบคู่กับการกินคัพเค้กที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นคาปูชิโนแบบใดก็ตามจะต้องดื่มตัวกาแฟไปพร้อมๆ กับฟองนมด้านบน เพื่อให้เข้าถึงรสชาติอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกความหวานของกาแฟชนิดนี้ได้ไม่ว่าจะหวานมาก หวานน้อย แบบร้อน หรือแบบเย็น (แบบปั่นก็มีแล้วนะ)

เพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินควบคู่กับคัพเค้ก ซึ่งแต่ละแบบล้วนให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็หวังว่าจะช่วยให้ทุกท่านดื่มกาแฟพร้อมกับกินคัพเค้กได้อย่างมีความสุข ถูกใจกันไม่มากก็น้อย แต่เอ๊ะ!! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วลองไปสั่งกาแฟคาปูชิโนเย็น หวานน้อยมากินคู่กับคัพเค้กหน่อยดีกว่า

มัฟฟิน’ เป็นขนมที่นอกจากจะหน้าตาดี และมีรสชาติแสนอร่อยแล้ว ยังมีชิ้นขนาดพอดีคำอีกด้วย โดยเป็นได้ทั้งอาหารเช้า และขนมในช่วงบ่ายจิบแกล้มกาแฟอุ่นๆ ซึ่งหนึ่งในหัวใจของการทำมัฟฟินตามตำรา คือ ต้องฟูนุ่มดูน่ารับประทาน สำหรับคนที่เคยทำมัฟฟินแล้วแต่มันออกมาแบน หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนแต่อยากลองทำ วันนี้เรามีสูตรเด็ดทำให้มัฟฟินของคุณให้ฟูสวยงามกันค่ะ

เทคนิคทำมัฟฟินให้ออกมาสวยงามสำหรับมือใหม่

  • ควรผสมแป้งอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าผสมนานเกินไปจะทำให้ขนมเหนียวแข็ง
  • อุณหภูมิเหมาะสม คือ 375-400 องศาฟาเรนไฮต์ รูปร่างหน้าตาของมัฟฟินที่ดี คือ ต้องนูนและมีรอยแตกตรงกลาง ถ้าคุณใช้อุณหภูมิต่ำเกินไปจะทำขนมออกมาแบน
  • ควรเปิดเตาอบทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีก่อนอบทุกครั้ง เพื่อให้ได้ความร้อนที่ทั่วถึง
  • การเรียงมัฟฟิน ควรวางให้ห่างกัน 1 นิ้ว จะทำให้ความร้อนกระจายทั่วถึง
  • มัฟฟินควรอบแต่พอสุก คุณสามารถเช็คได้ด้วยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มไปตรงกลางของขนม ถ้าไม่มีเนื้อเค้กติดขึ้นมากับแปลว่าสุกดีแล้ว
  • ไม่ควรเปิดเตาอบบ่อยๆระหว่างทำการอบ เพราะจะทำให้เนื้อไม่ฟูขึ้นตามต้องการ การจะเปิดเตาอบเพื่อเช็คสามารถทำได้เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3 ใน 4 ของเวลาที่นำเข้าตู้
  • วิธีเก็บรักษา ควรเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด ก่อนนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น ถ้าจะนำออกมารับประทานควรอุ่นด้วยไมโครเวฟด้วยอุณหภูมิสูงสุดเพียง 15 วินาที

ปัญหาที่อาจพบ

รอยริ้วแตกบริเวณหน้าเค้กที่ไม่สวยงาม

  • ปริมาณของส่วนผสมไม่เพียงพอ จึงทำให้เนื้อแป้งไม่รวมตัวเข้ากับส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
  • ส่วนผสมด้านข้างอ่างนำมาผสมไม่ทั่วถึง

มัฟฟินหน้าไม่แตกนูนแบน

  • อุณหภูมิในเตาต่ำเกินไป
  • ระยะเวลาในการพักแป้งน้อยเกินไป

ผลไม้จมอยู่ก้นพิมพ์

  • ตีส่วนผสมเนยกับน้ำตาลมากเกินไป
  • ผลไม้มีขนาดใหญ่มากจนเกินไป จึงทำให้ส่วนผสมไม่อาจพยุงน้ำหนักของผลไม้เอาไว้ได้

ขนมมีเนื้อหยาบ

  • ปริมาณผงฟูมากจนเกินไป
  • ตีเนยที่ใส่เข้าไปเป็นส่วนผสมน้อยเกินไป
  • อุณหภูมิของเตาอบน้อยเกินไป

เนื้อขนมแห้งแตกร่วน

  • ใช้เวลาในการอบนานเกินไป
  • ปริมาณไขมันกับน้ำตาลน้อยเกินไป
  • ปริมาณแป้งมากเกินไป

เปลือกของมัฟฟินหนักหนา

  • ปริมาณแป้งมากเกินไป
  • ใช้เวลาในการอบนานเกินไป
  • อุณหภูมิของเตาอบสูงเกินไป

มัฟฟินมีขนาดเล็กกว่าปกติ

  • ใส่ผงฟูน้อยเกินไป
  • อุณหภูมิของเตาอบสูงเกินไป
  • พิมพ์มีขนาดใหญ่เกินไป

นี่คือเคล็ดลับที่ดีๆที่เราอยากให้คุณลองนำไปใช้กันรับรองว่าคราวหน้า มัฟฟินของคุณจะออกมาสวยงามและอร่อยกว่าเดิมแน่นอน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญวันเกิดอันสุดแสนน่ารัก ที่ผู้รับจะต้องปลื้มใจ เราอยากแนะนำ ‘Cup Cake’ ขนมหวานแสนอร่อยซึ่งนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้ว ในปัจจุบันนี้ผู้รับยังมีความสุขกับหน้าตาสวยงามอีกด้วย

Cupcake มีประวัติความเป็นมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีเรื่องเล่าขานกันว่ามัน แม่บ้านคนหนึ่งอยากทำขนมเค้กชิ้นเล็ก เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกภายในบ้าน แต่แทนที่เธอจะใช้พิมพ์ปอนด์เฉกเช่นตามปกติทั่วไป กลับเปลี่ยนมาใช้ถ้วยใส่อาหารแทน กลายเป็นเค้กชิ้นเล็กแสนน่ารัก แสนอร่อย หลังจากนั้นความนิยมของ Cup Cake ก็มากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดมีการผลิตพิมพ์สำหรับ Cup Cake โดยเฉพาะ จนกลายเป็นที่แพร่หลายถึงปัจจุบันนี้

ในปัจจุบันนี้ Cup Cake เป็นที่นิยมสำหรับสาวๆ หนุ่มๆ ผู้รักขนมหวาน โดยในส่วนผสมของ Cup Cake จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรสที่เลือก เนื้อเค้กก็จะมีมากมายหลายแบบด้วยกัน แต่แบบดั้งเดิมและเหมาะสำหรับการ Cup Cake มากสุด ก็คือ “Butter Cake” โดยถ้านำมาเปรียบเทียบกับสปันจ์เค้ก

ที่มีเนื้อนุ่มระดับปานกลาง หรือนำมาเทียบกับชิฟฟอนเค้ก ที่มีเนื้อนุ่มเบาสุดนั้น การ Cup Cake จำเป็นต้องได้เนื้อเค้กที่สามารถคงรูปได้ดี ถึงแม้จะนำออกจากพิมพ์ เนื้อเค้กก็จะต้องไม่ยุบ Cup Cake ที่ดีจะต้องมีกลิ่นหอมของเนย เนื้อแน่นแต่เมื่อสัมผัสแล้วต้องนุ่มลิ้น และไม่แห้งจนเกินไป หากแต่ในปัจจุบันนี้มีการสร้างสรรค์แป้งเค้กออกมามากมาย ได้แก่…

  • เค้กไข่ หรือ Foam Cake ขึ้นฟูได้ด้วยการตีฟองอากาศเข้าไปในไข่ สามารถแบ่งย่อยออกเป็นอีก 3 ชนิด ได้แก่…
  • Chiffon Cake ในปัจจุบันได้รับความนิยมมาก ในคุณสาวๆ ผู้กลัวอ้วน ต้องการบริโภคเค้กมีไขมันไม่มาก และต้องการรสชาติไม่เลี่ยนจนเกินไป ความโดดเด่นประจำตัว คือ ความนุ่มละมุนละไมลิ้น สามารถนำมาดัดแปลงรสชาติได้มากมายและหลากหลาย ขายง่ายต้นทุนต่ำแต่ได้กำไรสูง คุณผู้หญิงชื่นชอบมาก
  • Angle Food Cake ทำจากไข่ขาวล้วน ปราศจากไข่แดงรวมทั้งไขมันทุกชนิด หากแต่ใส่น้ำตาลจำนวนมาก
  • Sponge Cake เค้กที่รวมการตีไข่ทั้งฟอง ให้เข้ากับน้ำตาลให้ขึ้นฟู
  • Mousse Cake เป็นเค้กตีด้วยไข่ขาวหรือวิปปิ้งครีม ให้ขึ้นฟูก่อนจะใส่ส่วนผสมอื่นลงไป จึงทำให้ได้เค้กเนื้อนุ่ม , เบา บางสูตรมักใส่เจลาตินเพื่อรักษาให้คงรูป อีกทั้งยังต้องแช่เย็นไว้จนกว่าจะรับประทาน มิฉะนั้นจะไม่อร่อย
  • Cheesecake คือ เค้กมีครีมชีสเป็นส่วนผสมหลัก มีทั้งแบบอบ และแบบไม่ต้องอบ แต่แบบไม่อบต้องใส่เจลาตินเป็นตัวช่วยเพื่อให้คงรูปร่าง แน่นอนว่าต้องแช่เย็นเช่นเดียวกัน

ทำเสร็จก็จะเป็นของขวัญอันวิเศษในวันเกิดๆ ดีเพราะเขาจะได้กินสิ่งที่อร่อยเราทำมาจากใจ

วิธีทำ

  • ร่อนแป้งกับผงฟูให้เข้ากัน อุ่นเตาอบ ใช้ไฟบนกับล่าง 175 องศา
  • นำ น้ำตาล , เกลือ , ไข่ , น้ำ , นม และแป้งที่ร่อนแล้วเทรวมกัน แล้วจึงตีด้วยความเร็วต่ำ ประมาณ 1 นาที
  • ป้าย SP ตรงหัวตระกร้อ แล้วตีด้วยความเร็วสูง เวลา 7 นาที
  • เมื่อจบ 7 นาทีแล้ว เปลี่ยนความเร็วเป็นต่ำ 1 นาที ตามด้วยใส่กลิ่นส้มผสมลง ไปกับเนยละลายอุ่นๆ โดยต้องไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป แล้วทยอยใส่เนยที่ละลายแล้วทีละช้อน ตีต่ออีก 2 นาที ตีสูงอีก 20 วินาที จบ
  • ใช้พายปาดอ่างเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วเทลงถ้วย Cup Cake ประมาณ 3/4 ของถ้วย นำเข้าอบ 17-20 นาที จนสุก

ส่วนผสมหน้าส้ม

  • น้ำ 200 กรัม
  • น้ำส้มเข้มข้น แนะนำให้ใช้รสแมนดาริน เพราะให้รสและสีที่สวย 35 กรัม
  • น้ำตาล 70 กรัม
  • แป้งกวนไส้ 20 กรัม
  • เนยจืด 25 กรัม

ผสมทุกอย่างรวมกัน ยกเว้นเนย ค่อยๆ กวนด้วยไฟอ่อนด้วยตระกร้อมือตลอดเวลา จนเริ่มข้นขึ้นมา แต่อย่าให้ข้นมากเพราะเมื่อพอเย็นแล้วมันจะข้นขึ้นอีก แล้วจึงค่อยใส่เนย คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็นแล้วค่อยราดลงบน Cup Cake ก็เป็นอันจบกินได้ในทันที

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo