ตำนานลึกลับของป่าหิมพานต์

ตำนานลึกลับของป่าหิมพานต์

ตำนานลึกลับของป่าหิมพานต์ ในคติความเชื่อ

ตำนานลึกลับของป่าหิมพานต์ เมื่อกล่าวถึงตำนานของดินแดนลึกลับ ที่เรามักได้ยินมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่มักปรากฏในตำนานเรื่องเล่า หรือแม้แต่ในละครพื้นบ้าน เป็นดินแดนที่รวบรวมสิ่งลี้ลับ แปลกประหลาด และเหนือจินตนาการ ทั้งยังเป็นดินแดนที่มีความงดงาม ยากนักที่มนุษย์ธรรมดาจะไปถึง นั่นก็คือ “ดินแดนเมืองฟ้า ป่าหิมพานต์” นั้นเอง UFABET

ป่าหิมพานต์เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “หิมวันต์ เป็นป่าในวรรคดีคดี ตามความเชื่อในเรื่องไตรภูมิหรือเตภูมิกถา ซึ่งเป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยสุโขทัย ตามคติของศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู โดยไตรภูมินั้นประกอบด้วย กามภูมิ รูปภูมิและอรูปภูมิ ซึ่งเป็นภพภูมิที่มีสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เวียนว่ายตายเกิดกันอยู่ และสิ่งมีชีวิตในป่าหิมพานต์ ก็ถูกจัดอยู่ในกามภูมินั่นเอง

คติโบราณนั้นเชื่อว่า ป่าหิมพานต์นี้ตั้งอยู่บนเชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นเขาตามความเชื่อว่า เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ป่าหิมพานต์นี้ทับซ้อนมิติกันกับโลกมนุษย์ โดยที่คนทั่วไปไม่สามารถจะมองเห็นได้

นอกจากผู้ที่มีอำนาจวิเศษ มีบุญวาสนาหรือมีญาณทิพย์เท่านั้น ที่จะได้สัมผัส ตามความเชื่อแล้วป่าหิมพานต์นั้น ตามความเชื่อแล้ว ป่าหิมพานต์อยู่บนเทือกเขาหิมพานต์ มีเนื้อที่ประมาณ 3,000 โยด หรือประมาณ 48,000 ตารางกิโลเมตร

ป่าหิมพานต์นั้นประดับด้วย ยอดเขากว่า 84,000 ยอด และมีสระใหญ่ที่แสนสวยงามทั้งหมด 7 สระ ประดิษฐานอยู่ภายใน ประกอบด้วย สระอโนดาต สระกัณณมุณฑะ สระรถการะ สระฉัททันตะ สระกุณาละ สระมัณฑากิณีสระสีหัปปาตะ

สระอโนดาตถือเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ และมีความสวยงามมากที่สุด คำว่าอโนดาต หมายถึง ไม่มีแสงส่องหรือไม่ทำให้ร้อน เนื่องจากมียอดเขาล้อมรอบ และปกคลุมสระเอาไว้จนแสงส่องไม่ถึงนั่นเอง ดังนั้นบริเวณสระอโนดาตจึงร่มเย็นยิ่งนัก มีธารน้ำมากมายจากยอดเขาต่าง ๆ จะไหลลงมาสู่สระอโนดาต และจากนั้นน้ำก็จะไหลออกเป็นแม่น้ำ 4 สาย สายละทิศ

โดยแม่น้ำแต่ละสายนั้น จะมีปากแม่น้ำที่สำคัญ ประกอบด้วย สายที่ 1 ชื่อ“สีหมุข”เป็นปากแม่น้ำแห่งแดนราชสีห์ ซึ่งเป็นถิ่นที่ราชสีห์อาศัยอยู่มาก สายที่ 2 ชื่ “หัตถีมุข”เป็นปากแม่น้ำแห่งแดนช้าง ซึ่งเป็นถิ่นที่ช้างอาศัยอยู่มาก สายที่ 3 ชื่อ“อัสสมุข”เป็นปากแม่น้ำแห่งแดนม้า ซึ่งเป็นถิ่นที่ม้าอาศัยอยู่มาก และสายที่ 4 ชื่อ“อุสภมุข”เป็นปากแม่น้ำแห่งแดนโค ซึ่งเป็นที่ที่มีโคอาศัยอยู่มาก

นอกจากนี้แม่น้ำทั้ง 4 สาย ของสระอโนดาตก็ยังไหลแยกไปตามทิศทางต่าง ๆ ทั้ง 4 ทิศ โดยไม่ไหลมาบรรจบกันและไหลรอดอุโมงหินไหลรอดภูเขาแล้วค่อยๆไหลผ่านทิศอมนุษย์ที่อยู่รอบนอกเขาหิมพานต์ ก่อนที่จะไหลลงสู่มหาสมุทรต่อไป ในบรรดาสัตว์ใหญ่ทั้ง 7 นั้น สระอโนดาตถือเป็นสระที่มีความสวยงามมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ของสระอโนดาตนั้น ประกอบด้วยแผ่นหินกายสิทธิ์ ชื่อว่า“มโนศิลา”มีพื้นดินกายสิทธิ์ เชื่อว่าหากใช้ถูตัวแล้วจะทำให้ผิวพรรณงดงาม และคุณผ่องเป็นอันมาก

ในสระอโนดาตนั้นเต็มไปด้วยน้ำที่ใสสะอาด และน้ำนั้นยังเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอานุภาพมาก สามารถรักษาโรคภัยได้นา ๆ ชนิด ทำให้หายได้โดยชำระ โดยรอบสระอโนดาตยังมีถ้ำอาบน้ำมากมาย สำหรับผู้วิเศษผู้มีฤทธิ์ต่าง ๆ อาทิเช่นฤาษี วิทยาธร ยักษ์ นาค และบรรดานางกินรีที่นิยมมาสรงน้ำที่สระอโนดาต และยังมีความเชื่ออีกว่า สระอโนดาตนั้นมีท่าสรงน้ำสำคัญสำหรับพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลายด้วย

นอกจากนี้สระอโนดาตยังแวดล้อมไปด้วย ยอดเขาทั้งหมด 5 ยอด ที่มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป นั้นก็คือ ยอดเขาสุทัสสนะ ยอดเขากาฬะ ยอดเขาคันธมาทน์ ยอดเขาจิตตะ และยอดเขาไกรลาส

1 ยอดเขาสุทัสสนะ หรือ สุทัสสนกูฏ มีสัณฐานเป็นทองคำเรืองรอง งดงามยิ่งนัก มีรูปทรงโค้งตามแนวสระอโนดาตปลายยอดเขามีลักษณะโค้งงอเหมือนปากของกา ทำหน้าที่ปกปิดด้านบนของสระอโนดาตเอาไว้ ไม่ให้โดนแสงอาทิตย์และแสงจันทร์
2 ยอดเขาจิตตะ หรือ จิตรกูฏ มีสัณฐานเป็นรัตนะหรือแก้วสีสันสวยงามแวววาว มีรูปทรงโค้งตามแนวของสระอโนดาต ปรายยอดเขามีลักษณะเหมือนปากกา ทำหน้าที่ปกปิดด้านบนของสระอโนดาตเอาไว้เช่นกัน

3 ตามยอดเขากาฬะ หรือ กาฬะกูฏ มีสัณฐานเป็นแร่พลวง มียอดเป็นอัญมณีสีนิล มีรูปทรงโค้งตามแนวของสระอโนดาต ปลายยอดเขามีลักษณะโครงเหมือนปากของกา ทำหน้าที่ปกปิดด้านบนของสระอโนดาตเอาไว้เช่นกัน

4 ยอดเขาคันธมาทน์ หรือ คันธมาทนกูฏ มีสัณฐานเป็นพื้นที่ราบเรียบ ประกอบไปด้วยสมุนไพรและไม้หอมนานาชนิด ทั้งชนิดรากหอม เปลือกหอม ดอกหอม แก่นหอง ผลผอม ลำต้นหอม ใบหอมและไม้รสหอม เป็นต้น

ไม้เหล่านี้จะส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ จนทำให้ผู้ที่หลงเข้าไปอาจมัวเมาในกลิ่นหอมเหล่านั้น จงได้เลยทีเดียว ร่ำลือกันว่าในคืนเดือนแรมยอดเขานี้จะเรืองรอง ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ส่วนในคืนเดือนเพ็ญแสงสว่างที่จะเป็นรัศมีโชติช่วงมากขึ้นกว่าเดิม

เขาคันธมาทน์นี้มีรูปทรงโค้งตามแนวของสระอโนดาต ปลายยอดเขาลักษณะโค้งเหมือนปากของกา ทำหน้าที่ปกปิดด้านบนของสระอโนดาตเอาไว้เช่นกัน

5 ยอดเขาไกรลาส หรือ ไกรลาศกูฏ มีสัณฐานเป็นสีเงินยวง เนื่องจากถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ และน้ำแข็ง เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของวิมานฉิมพลีของเราพญาครุฑ และยังเป็นบ้านเมืองถิ่นที่อยู่ของเหล่านางกินรีทั้งหลาย มีรูปทรงโค้งตามแนวของสระอโนดาต ปลายยอดเขามีลักษณะโครงทำหน้าที่ปกปิดด้านบนของสระอโนดาตเอาไว้ไม่ให้โดนแสงอาทิตย์และแสงจันทร์เช่นเดียวกัน

โดยที่ยอดเขาทุกยอดที่กล่าวมานั้น มีความสูงและสัณฐานมากถึง 200 โยด หรือราว ๆ 3,200 กิโลเมตร กว้างและยาวได้ประมาณ 50 โยดหรือราว ๆ 800 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นยอดเขาที่มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลมากเลยทีเดียว และนอกจากนั้นแล้วยอดเขาทั้ง 5 ยังได้รับการปกปักรักษาด้วยอานุภาพแห่งเหล่าเทวดาและนาคทั้งสี่ตระกูลอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม https://mdk-shop.com

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *