ตู้อบซาวน่ามี 4 ระบบ ดังนี้




ตู้อบซาวน่ามี 4 ระบบ ดังนี้ 

ตู้อบซาวน่ามี 4 ระบบ ดังนี้  ธรรมชาติบำบัด คือ การดูแลรักษา กาย ใจ โดยขบวนการธรรมชาติ ตั้งอยู่บนหลักว่าโรคทุกชนิด ทั้งร่างกายและจิตใจของคนเรา สามารถเยียวยารักษาตัวเองได้ ถ้าร่างกายอยู่ในสภาพสมดุลปกติ




โรคร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ภูมิแพ้ หืดหอบ ฯลฯ เกิดจากการดำเนินชีวิตที่ผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ และ รับประทานอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน เช่น เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะ

หรือ รับประทานยาหรือฉีดยาที่ทำจากสารเคมี สารเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในร่างกายมาก หรือการใช้ชีวิตที่เครียดเกินไป หักโหมเกินไป กังวลเกินไป ออกกำลังกายไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้น การดูแลสุขภาพของคนเราจะเน้น

เรื่องอาหาร การรับประทานอาหารที่ดีก็จะทำให้มีสุขภาพดี สุขภาพของคนขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมของการรับประทานอาหาร Bacteria ไม่มีผลทำให้เกิดโรคต่อร่างกาย การเจ็บป่วยของคนล้วนเกิดจากอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อนที่คนเรารับประทานเข้า ไป เรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้
 
 
 
การอบสมุนไพร เป็นการล้างพิษอีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันมานานแล้ว คือการใช้ ความร้อนบำบัด นั่นเอง ซึ่งเดิมทีการอบสมุนไพรจะใช้ในหมู่สตรี ที่คลอดลูกใหม่ๆ ซึ่งจะต้องอาบน้ำร้อน ดื่มน้ำร้อนที่เป็นน้ำต้มสมุนไพร และนอนย่างไฟบนแคร่ไม้ไผ่ที่ปูรองพื้นด้วยสมุนไพร แต่มาสมัยนี้ ได้มีการพัฒนาเป็นตู้อบความร้อน

แบบซาวน่าสำหรับคนไทยเรานั้น ในการแพทย์แผนไทย เราใช้การอบสมุนไพรดีกว่าการอบซาวน่า เพราะมีสมุนไพร ซึ่งเป็นตัวยาช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งสบาย ช่วยบำรุงผิวพรรณ หรือรักษาโรค
การอบสมุนไพรถือว่าเป็นการช่วยล้างพิษออกทางเหงื่อ ผิวหนังของคนเราจะเป็นส่วนที่กว้างที่สุด
ดังนั้นการขับสารพิษส่วนเกินออกทางเหงื่อจึงได้ผลดีมาก เวลาที่ร่างกายทุกส่วนเกิดความร้อนขึ้นพร้อมกันมักจะทำให้เส้นเลือดที่ผิวหนังขยายตัว และเลือดก็จะพรั่งพรูกันขึ้นมาที่ผิวหนังเป็นจำนวนมาก พาเอาสารเคมีส่วนเกิน เช่น โซเดียม โปตัสเซียม หรือสารอื่นๆ ที่รับเข้าไปเกินความต้องการนั้นถูกหลั่งออกมากับเหงื่อ และ ในเวลาเดียวกันนั้นนอกจากจะล้างพิษออกไปแล้ว

เลือดที่มาของภาพ และข้อมูลเลี้ยงที่ผิวหนังมากขึ้น ยังช่วยนำพาสารอาหารที่ดีๆ มาให้ ผิวหนังจึงสวยขึ้นด้วยการอบสมุนไพรมี 2 แบบ
คือ1. การอบแห้ง เป็นวิธีการอบตัวที่พัฒนามาจากประเพณีไทยดั้งเดิม ซึ่งมีพิธีกรรมต่างๆที่รักษาขวัญกำลังใจสำหรับมารดาหลังคลอด มีการอาบน้ำต้มสมุนไพรและทาตัวด้วยขมิ้น เพื่อบำรุงรักษาอาการอักเสบที่ผิวหนัง
และนิยมอยู่ไฟหลังคลอดด้วยการนอนบนแคร่ไม้ มีกองฟืนให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายจะช่วยกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัว
ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น มีการนำเตาถ่านมาใช้ประกอบการรักษาผิวพรรณ และลดน้ำหนักส่วนเกิน ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นห้องอบแห้ง2. การอบเปียก เป็นการบำบัดรักษาวิธีหนึ่ง

ซึ่งเริ่มต้นจากประสบการณ์การนั่งกระโจมของหญิงหลังคลอด โดยใช้ผ้าทำเป็นกระโจม คลุมไว้มิดชิด มีหม้อต้มสมุนไพรเดือดเป็นไอ ให้อบและสูบดมไอน้ำได้ และ ปัจจุบันได้นำวิธีการนี้มาพัฒนาให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่สมัยใหม่โดยทำเป็นห้องอบไอน้ำสมุนไพรที่ทันสมัยขึ้น
ใช้หม้อต้มที่มีท่อส่งไอน้ำเข้าไปภายในห้องอบ หรือทำเป็นตู้แล้วเข้าไปนั่งอบตัว ส่วนประกอบของสมุนไพรที่ใช้อาจแตกต่างกันได้ตามวัตถุประสงค์ เพื่อรักษาอาการต่างๆ เช่น ทำให้ร่างกายสดชื่น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ช่วยขับเหงื่อคลายความเครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งและลดอาการปวดตามข้อ

ทางการแพทย์ในปัจจุบันได้มีการยอมรับแล้วว่า การอบตัวด้วย ความร้อนสามารถช่วยให้การไหลเวียนของโลหิต และน้ำเหลืองบริเวณผิวหนังดีขึ้น ส่วนไอน้ำของสมุนไพรจะมีสรรพคุณตามคุณสมบัติของสมุนไพรนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ช่วยให้ร่างกายเกิดความสดชื่น

สมุนไพรที่ใช้ในการอบ สมุนไพรที่มีกลิ่นหอม กลุ่มนี้มีสาระสำคัญที่เป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งช่วยรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนัง ปวดเมื่อย หวัดคัดจมูก ตัวอย่าง เช่น ไพล, ขมิ้น, มะกรูด สมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว

กลุ่มนี้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆสรรพคุณใช้ชะล้างสิ่งสกปรกเพิ่มความต้านทานโรคให้กับผิวหนังตัวอย่างเช่นใบมะขาม, ฝักส้มป่อย สารประกอบ ที่ระเหิดได้เมื่อถูกความร้อนและมีกลิ่นหอมสรรพคุณ มีกลิ่นหอม บำรุงหัวใจ ตัวอย่าง เช่น การบูร, พิมเสน




 

– อาหารปิ้ง ย่าง หรือทอดจนเกรียมจัด
– สารเคมีในอาหาร สารแต่งสี สารแต่งกลิ่น สารกันบูด
– ยารักษาโรค
– ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง
– โลหะหนักและควันพิษ
– กรดไขมันไม่อิ่มตัวเมื่อทำปฎิกิริยากับออกซิเจน ในกระบวนการหืนของน้ำมัน
– กรดไขมันไม่อิ่มตัวเมื่อถูกความร้อนจัดๆ จากการทอดอาหารในน้ำมันซ้ำๆ
– เขม่า ควันไฟ และควันบุหรี่
– รังสีเอ็กซ์ รังสีแกมมา คลื่นรังสีจากคอมพิวเตอร์ หรือคลื่นพลังแม่เหล็กต่างๆ
– สารเคมีบำบัดที่ได้ทำปฎิกิริยากับเซลล์มะเร็ง และเซลล์ของร่างกาย อนุมูลอิสระก็ยังเกิดขึ้นภายในร่างกายของคนเรา
– ความเร่งรีบ ความเคร่งเครียด จะไปเร่งให้เพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย เพิ่มการสร้างอนุมูลอิสระ

สารพิษอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุของการเกิดโรคในกลุ่มสำคัญๆ หลายชนิด ทั้งโรคของภูมิต้านทาน โรคมะเร็ง และกลุ่มโรคความเสื่อมของร่างกาย ได้แก่ โรคไขมันเลือดสูง โรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ โรคอัมพาต โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบ ภาวะเหี่ยวย่นของผิวหนัง โรคต้อกระจก โรคภูมิต้านทานไวเกิน โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด และโรคมะเร็งชนิดต่างๆ


สารต้านอนุมูลอิสระ – แอนติออกซิแดนด์
“อนุมูลอิสระ” จะถูกทำลายลงได้ ด้วยกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนติออกซิแดนต์ ดังนี้
– เอนไซม์ที่อยู่ในเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะที่ตับ ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (SOD) หรือโคเอนไซม์ Q10
– วิตามินเกลือแร่หลายชนิด ได้แก่ วิตามินเอ – เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี เซเลเนียม โปรแอนโธชัยแอนิดีน ไอโซฟลาโวนวิธีการล้างพิษ
1. การกินเพื่อล้างพิษ ก็คือการกินผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง อาหารไม่ดัดแปลง อาหารที่ปลอดสารพิษ การกินแบบนี้ ทำให้ร่างกายได้รับปริมาณของวิตามิน และเส้นใยเข้าไปอย่างมหาศาล ฉะนั้นจึงช่วยให้ร่างกายสามารถขจัดสารพิษออกมาได้ดีขึ้น นี้เป็นวิธีการที่เราใช้กันอยู่แล้ว แต่ว่าในปัจจุบันการใช้วิธีนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ด้วยเราอยู่กับมลพิษในสิ่งแวดล้อม เราจึงต้องการกระบวนการที่มาของภาพ และข้อมูลกขึ้นกว่านั้นในการขจัดสารพิษออกจากตัว วิธีที่เรามักจะใช้ร่วมกันคือ วิธีที่ 22. การอดล้างพิษ คือการอดอาหารที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไป มีส่วนช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษได้มากขึ้น


3. การสวนล้างลำไส้เพื่อล้างพิษ ที่เราเรียกกันว่า ดีท๊อกซ์ คือวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งกระบวนการที่หนึ่ง สอง สาม นี้เป็นกระบวนการที่กระตุ้นการขับพิษที่เป็นสสารเท่านั้น
ส่วนพิษที่เป็นคลื่นพลัง จำพวกคลื่นพิษทางอารมณ์ เป็นพิษที่ยังขจัดไม่ได้ต้องใช้กระบวนการที่สี่ และห้าเข้ามาช่วย

4. การฝึกลมปราณ เพื่อล้างพิษ เช่นการฝึกชี่กง ไท้เก๊ก โยคะ5. การทำสมาธิเพื่อล้างพิษ เป็นการล้างพิษทางอารมณ์6. กระบวนการคีเลชั่น เป็นวิธีการใหม่ซึ่งใช้มานานแล้วในทางยุโรป
พบว่าสารพิษบางอย่างพวกโลหะหรือโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว จะสะสมอยู่ในร่างกาย ดังนั้นถ้าเราจะขับพิษพวกนี้ออกมาต้องใช้สารอีกจำพวกหนึ่งที่ไปจับกับโลหะได้ดี ที่ค้นพบตัวแรกๆ คือ อีดีทีเอ(EDTA) เป็นสารที่ใส่ไว้ในหลอดแก้วเวลาเราไปเจาะเลือดตรวจร่างกาย
เช่น ตรวจซีบีซี(CBC) เนื่องจากอีดีททีเอ กับพวกประจุบวกของแคลเซียมจะทำให้หยุดการแข็งตัวของเลือดได้ การทำคีเลชั่น ใช้วิธีฉีด วิธีกิน หรือบางครั้งใช้วิธีเหน็บ อีดีทีเอจะเข้าไปจับกับโลหะหนักที่อยู่ในเลือดของเรา

และถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะ เป็นวิธีการที่สามารถขจัดโลหะหนักออกมาได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน หากต้องการที่จะล้างพิษให้ครอบคลุมทุกชนิดการคลายเครียดและฝึกสมาธิช่วยลดอนุมูลอิสระกระบวนการล้างพิษวิธีนี้ ใช้หลักการอดเพื่อสุขภาพ และทำจิตใจให้สงบ

สามารถช่วยให้ร่างกายได้พัก ลดการสร้างอนุมูลอิสระตัวใหม่ เปิดโอกาสให้เซลล์ตับและเซลล์ร่างกายได้ทำหน้าที่ขจัดอนุมูลอิสระที่มีอยู่เดิมให้หมดไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo

 
 

 


Related Post