ทำอาหารเพื่อการผ่อนคลาย




ทำอาหารเพื่อการผ่อนคลาย

ทำอาหารเพื่อการผ่อนคลาย เพราะการทำอาหารคือ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยในเรื่องของการผ่อนคลายความเครียดได้  ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร หรือการทำอาหาร ที่บางคนบอกว่าคือการช่วยคลายเครียด ซึ่งบางคนที่เกิดอาการเครียดจึงหาทางออกด้วยการทำอาหารและการรับประทานอาหาร

เคยได้ยินหรือไม่เวลาสาวๆ อกหัก มักจะใช้วิธีการกิน ๆๆ เพื่อทำให้ลืมทุกอย่าง และสิ่งที่ตามมาด้วยก็คือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ส่วนใครที่เครียดแล้วหันไปทำอาหาร ก็เพราะว่าจะทำให้จิตใจเย็นลง สงบลง

และมีสมาธิในการปรุงแต่ง และคัดสรรวัตถุดิบต่างๆ เพื่อให้อาหารออกมามีหน้าตาน่ารับประทาน และรสชาติดี การได้ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองรักเป็นเวลาช่วงขณะหนึ่ง จะทำให้มีความสุขและลืมความทุกข์ไปได้

ทำอาหารเพื่อการผ่อนคลาย

สำหรับบางคน จะใช้วิธีคลายเครียดด้วยการทำอาหาร เพราะเพียงแค่เริ่มเดินหาวัตถุดิบในตลาด ทั้งหมูเห็ด เป็ดไก่ ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุง ก็จะทำให้เกิดความสนุกและมีความสุขแล้ว การทำอาหาร สำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและน่ารำคาญ  

เพราะส่วนใหญ่จะมองหาและซื้ออาหารปรุงสำเร็จที่มีอยู่แทบจะทุกหัวถนนหรือตามตลาดทำให้อีกหลายๆ คนคิดว่าแล้วจะมาเสียเวลามานั่งคิดเมนูและเสียเวลาหาวัตถุดิบเพื่อเข้าครัวให้หัวมันตัวเหม็นทำไมกัน  แถมยังต้องมาเก็บล้างจาน ให้ยุ่งยาก  แต่เพราะมีความคิดที่อยากจะหลีกเลี่ยงการเข้าครัวในบ้านของตัวเอง มันก็ทำให้เราติดนิสัยในการกินข้าวนอกบ้านไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

กำหนดไลฟ์สไตล์กับการทำอาหาร

หากคุณชอบรับประทานอาหารตามร้านหรูๆ หรือชอบอาหารหรูๆ และเบื่อที่จะไปนั่งตามร้านเหล่านั้นแล้ว หากมีเวลาก็น่าจะลอง เดินตลาด และไปซื้อหาของมาเข้าครัวเพื่อทำอาหารจานโปรดของคุณเองดู

ซึ่งสามารถที่หาจากกูเกิล หรือ ตาม วิธีสอนทำอาหารบนยูทิวบ์ ก็ได้  คุณจะรู้สึกดีมากและภูมิใจในฝีมือของตัวเอง ซึ่งมันคือหนึ่งในเหตุผลของจิตวิทยา เพราะการที่คุณได้ลงมือ ทำอาหารทานเอง จะทำให้คุณกลายเป็นผู้กำหนดไลฟ์สไตล์ สีสัน รสชาติ ในการทำอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ได้ของที่สดสะอาดและใหม่กว่า ที่สำคัญเป็นฝีมือของคุณเอง

สร้างความมั่นใจในการทำอาหารรับประทานเอง

การ ทำอาหารทานเอง นอกจากจะช่วยคุณกำหนดแคลอรีแล้ว ยังช่วยให้คุณได้เป็นผู้กำหนดสุขภาพของคุณเองอีกด้วย เพราะการได้เตรียมอาหารเอง จะทำให้คุณรู้สึกมีความเป็นอิสระและทำให้คุณกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง

ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิตที่จะทำให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเอง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แม้เพียงการทำอาหารแค่มื้อเดียว ที่จะทำให้การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่ในมือคุณ เพราะการได้เป็นผู้กำหนดเครื่องปรุง วัตถุดิบ จะทำให้คุณเห็นว่าคุณกำลังใส่อะไรลงไปในร่างกายของคุณอีกด้วย

และการที่คุณได้เฝ้าสังเกตขั้นตอนต่างๆ ระหว่างประกอบอาหาร จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด และการปรุงอาหารทุกขั้นตอน คือวิธีที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้เกิดความมั่นใจและทำให้คุณกลายเป็นคนที่รู้ว่า ควรจะเลือกอะไรให้กับชีวิตตัวเองต่อไป

ทำอาหารเองถือเป็นการประหยัดเงินอย่างหนึ่ง

เชื่อว่าหลายคนที่ชอบไปนั่งชิลๆ ที่ร้านอาหาร เวลาที่ถึงเวลาเช็คบิล อาจจะต้องตกใจว่า เหตุใดอาหารจานน้อยนิดถึงได้แพงขนาดนั้น และคงจะแอบบ่นในใจว่า คุณเองก็ทำได้และราคาคงจะไม่ถึงขนาดนี้แน่ๆ การคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับอาหารแต่ละมื้อที่คุณกินไปในแต่ละวัน ซึ่งเป็นการฝากท้องไว้กับร้านอาหารนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านข้างทางหรือร้านอาหารหรูๆ

 ซึ่งหากมีการคำนวณแล้ว อาจจะทำให้คุณตกใจกับราคาที่มันมากเกิน ซึ่งทำให้หลายๆ คนหันมาเปลี่ยนความคิด ที่จะเข้าครัวเอง เพื่อจะได้เป็นการประหยัดไปในตัว เพราะไม่ได้บวกกำไร ไม่ได้บวกค่านั่งกินบรรยากาศ ฯลฯ และไม่ต้องจ่ายค่าเซอร์วิส หรือแวทให้ร้านค้า  โดยเฉพาะตามร้านอาหารหรูๆ

ที่คุณเผลอสั่งอาหารเริดๆ สไตล์ไฮโซมาแค่มื้อเดียว หากเทียบกับอาหารร้านข้างทางแล้ว อาจจะทำให้คุณกินได้อีกหลายมือเลยทีเดียว คุณเคยคำนวณราคาเมนูแพงๆ กับสูตรทำเองในบ้านหรือเปล่า ลอง ทำอาหารทานเอง ดูสักครั้งและอาจจะทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมาเข้าครัวเองก็ได้

สร้างความสุขให้คุณกับการเข้าครัวเอง  

การรับประทานอาหารตามร้านจะสร้างความสุขให้คุณได้อิ่มอร่อยแต่เพียงช่วงสั้นๆ และชั่วคราวสำหรับเท่านั้น หากแต่การเข้าครัวเพื่อทำอาหารรับประทานเองจะมอบความสุขให้กับคุณ ตั้งแต่ที่คุณหาวัตถุดิบต่างๆ เพื่อนำไปประกอบอาหารนั่นเอง เพราะการที่ไปนั่งตามร้านอาหาร

จะไม่ทำให้คุณต้องเหนื่อยทำเองและช่วยสร้างสะดวกและประหยัดพลังงานของคุณก็จริง แต่หลังจากที่คุณอิ่ม คุณก็ไม่ได้ลิ้มรสและสัมผัสกับความสุขในอาหารจานนั้นอีก แต่การที่คุณได้ทำเองและเลือกสิ่งดีๆ ในการปรุง คุณสามารถที่จะกลับมาทำใหม่อีกหลายๆครั้งได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปร้านอาหารอีกด้วย แค่การได้ลงมือทำอาหารเอง เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มรู้สึกยิ่งใหญ่ และมีเป้าหมายที่จะทำอาหารเพื่อสุขภาพของตัวเองต่อไป

โภชนาการที่ถูกสุขลักษณะคืออะไร
โภชนาการที่ถูกสุขลักษณะคือการรับประทานอาหารให้ครบถ้วนและถูกสัดส่วน เพื่อให้ร่างการได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพที่แข็งแรง

เพราะอาการที่เรารับประทานจะถูกนำไปเสริมสร้างเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงเม็ดเลือด หากเรารับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีหรือเพียง ก็สามารถส่งผลต่อภูมิต้านในช่องปากได้เช่นกัน

ดังนั้น หากเด็กไม่ได้รับอาหารที่ครบถ้วน ฟันก็จะพัฒนาอย่างไม่สมบูรณ์ได้ สารอาหารที่มีส่วนช่วยให้ฟันแข็งแรงและต่อต้านฟันผุได้ คือ แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ตลอดจนระดับฟลูออไรด์ที่เหมาะสม

สารอาหารชนิดต่างๆ มีอะไรบ้าง

  • คาร์โบไฮเดรต
  • กรดไขมันที่จำเป็น (จากไขมัน)
  • กรดอะมิโนที่จำเป็น (จากโปรตีน)
  • วิตามิน
  • แร่ธาตุ
  • น้ำ

เนื่องจากร่างการของเราไม่สามารถผลิตสารอาหารทุกชนิดที่ต้องการได้เอง เราจึงต้องรับสารอาหารที่จำเป็นจากอาหารหรืออาหารเสริม คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารจาก The U.S. Department of Agriculture สำหรับคนปรกติทั่วไปมีดังนี้

  • ขนมปังและธัญพืช 6 – 11 ส่วน
  • ผัก 3 – 5 ส่วน
  • ผลไม้ 2 – 4 ส่วน
  • ผลิตภัณฑ์จากนม 2 – 3 ส่วน
  • เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ถั่ว 2 – 3 ส่วน

ทำไมการรับประทานอย่างถูกสุขลักษณะจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะการรับประทานที่ไม่ถูกสัดส่วนสามารถนำไปสู่การเกิดโรคเหงือกและฟันผุได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต แป้งและ น้ำตาล ในปริมาณสูง คือปัจจัยสำคัญในกระบวนการสร้างกรดจากแบคทีเรียที่เข้าทำลายผิวเคลือบฟัน จนกลายเกิดปัญหาฟันผุ

หากคุณจะรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ควรจะรับประทานในมื้ออาหารหลัก แทนที่จะเป็นระหว่างมื้อ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ติดฟันได้ง่าย เพราะอาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดคราบแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของฟันผุ

โภชนาการและสุขภาพช่องปาก

โภชนาการที่ดีหมายถึงการรับประทานอาหารอย่างสมดุลเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในการสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และลดโอกาสการติดเชื้อได้มากขึ้นด้วย

การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการอาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพเหงือกและฟันผุได้ เพราะอาหารประกอบไปด้วยแป้งและ น้ำตาล เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกรดจากแบคทีเรียในช่องปากเข้าทำลายผิวเคลือบฟัน จนเกิดปัญหาฟันผุ

แนะนำให้คุณต้องอ่านฉลากอาหารและและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยจะดีที่สุด

  • อาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลมักเป็นสาเหตุสำคัญของฟันผุ ทานได้แต่ต้องควบคุมปริมาณ
  • คุณควรรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบห้าหมู่
  • จำกัดปริมาณของว่าง และ ควรเลือกของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ชีส ผักสด โยเกิร์ตธรรมชาติ หรือผลไม้ เป็นต้น

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพช่องปากทั่วไป ไม่ได้ใช้เพื่อแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับอาการหรือการรักษาทางการแพทย์ โปรดขอคำแนะนำจากทันตแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

วิตามินบี 12 คือวิตามินชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้

ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามินบี 12 จากอาหารตามธรรมชาติ หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งแบบละลายน้ำ แบบเม็ด ให้เราสามารถเลือกทานตามความชอบและไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น

แต่ทราบมั้ยครับว่า

คุณสมบัติของวิตามินบี 12
ประโยชน์ของวิตามินบี 12 ต่อร่างกาย
วิตามินบี 12 มีกลไกในการช่วยเหลือการทำงานของร่างกายอย่างไร
สัญญาณจากร่างกายที่กำลังบอกเราว่าเรากำลังอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี 12
แล้วเราจะสามารถเพิ่มวิตามินบี 12 ด้วยอาหารประเภทไหนบ้าง

เราลองมาดูกันเลยครับ

คุณสมบัติของวิตามินบี 12

วิตามินบี 12 หรือโคบาลามิน มีลักษณะเป็นผลึกสีแดงเข้ม สามารถละลายได้ในน้ำและแอลกอฮอล์ ไม่ทนกรด ด่างและแสง

วิตามินบี 12 มีสูตรโครงสร้างสลับซับซ้อนคล้ายกับเฮโมโกลบิน ต่างกันเพียงแค่วิตามินบี 12 มีโคบอลท์ แต่เฮโมโกลบินมีธาตุเหล็กครับ

ประโยชน์ของวิตามินบี 12

เมื่อวิตามินบี 12  เข้าสู่ร่างกายแล้ว ทำหน้าที่อะไรบ้าง

วิตามินบี 12 ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะระบบประสาทและทางเดินอาหาร

วิตามินบี 12 ช่วยในการเผาพลาญพลังงานจากโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเร็วขึ้นกว่าเดิม

วิตามินบี 12 เป็นโคเอนไซม์ ช่วยในการเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ DNA เพื่อใช้ในการกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดเลือดแดง เกิดการแบ่งเซลล์เป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงตามปกติ

วิตามินบี 12 ช่วยให้การทำงานของไขกระดูกเป็นปกติ

วิตามินบี 12 ช่วยในการสังเคราะห์เมไทโอนีน และโคลีน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการป้องกันการสะสมไขมันในตับ

วิตามินบี 12 ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตในเด็ก โดยกระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้ทานอาหารได้มากขึ้น

ปริมาณวิตามินบี 12 ที่ควรได้รับในแต่ละช่วงวัย

อายุปริมาณที่ได้รับหน่วย
วัยเด็ก 1-3 ปี0.9ไมโครกรัม/วัน
วัยเด็ก 4-8 ปี1.2ไมโครกรัม/วัน 
วัยรุ่น 9-12 ปี1.8ไมโครกรัม/วัน 
วัยรุ่น 13-18 ปี2.4ไมโครกรัม/วัน 
วัยผู้ใหญ่ 19-71 ปี2.4ไมโครกรัม/วัน 
หญิงตั้งครรภ์ ควรเพิ่มอีก0.2ไมโครกรัม/วัน 
หญิงให้นมบุตร ควรเพิ่มอีก0.4ไมโครกรัม/วัน  

พอจะทราบกันคร่าว ๆ แล้วนะครับกับความสำคัญและประโยชน์ของวิตามินบี 12

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายได้รับวิตามินบี 12 เพียงพอกับความต้องการหรือเปล่า แล้วถ้าได้รับไม่พอหล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา

สัญญาณ 9 อย่างที่บอกว่าร่างกายของเรากำลังอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี 12

1. ผิวซีดหรือดีซ่าน

วิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในการการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ผู้ที่ขาดวิตามินบี 12 จึงมักจะมีลักษณะตัวซีดหรือตัวเหลือง ในบางคนอาจมีอาการตาเหลืองร่วมด้วย

เนื่องจากการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงของร่างกายลดลงผิดปกติ อันเป็นสาเหตุของโรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Megaloblastic Anemia ส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดไหลเวียนในร่างกายผิดปกติ จึงเกิดอาการผิวหนังและดวงตามีสีเหลือง

2. อาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า

อาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าเป็นอาการทั่วไปของการขาดวิตามินบี 12 ที่ต่อเนื่องมาข้อที่ 1

เมื่อร่างกายได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งมีหน้าที่ส่งออกซิเจนไปยังเซลล์อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง คุณจึงรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย

ในผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะขาดวิตามินบี 12 ที่อาจมีอาการโลหิตจางร่วมด้วย อาจส่งผลให้เกิดอาการแพ้ภูมิตัวเอง และไม่สามารถรับโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายได้ เพราะระบบย่อยอาหารผิดปกติจากภาวะขาดวิตามินบี 12 จึงทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าตามมา

3. มีอาการเหน็บชาอยู่บ่อย ๆ

ภาวะขาดวิตามินบี 12 ส่งผลให้เซลล์ประสาทเสื่อมลง นำไปสู่อาการเหน็บชาทั้งที่เท้าและมือ

วิตามินบี 12 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างไมอีลิน  ซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีลักษณะเป็นปลอกสีขาวหุ้มใยประสาท ทำหน้าที่ในการรับและส่งกระแสประสาท

ภาวะขาดวิตามินบี 12 จึงนำไปสู่การเสื่อมสภาพของเส้นประสาท เนื้อเยื่อสมอง และเส้นประสาทส่วนปลาย

จากการศึกษาพบว่า 72% ของจำนวนผู้ที่มีอาการทางระบบประสาท มักมีอาการโลหิตจางร่วมด้วย

4. สูญเสียการทรงตัว

ในผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 อาจมีอาการสูญเสียการทรงตัวไปบางช่วง เช่น ในขณะเดิน วิ่ง หรือยืน เนื่องจากร่างกายเสียสมดุลในการทำงานของร่างกาย

ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะล้มได้ง่าย และมักพบได้ในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภาวะขาดวิตามินบี 12

แต่อาการดังกล่าวก็สามารถเกิดขึ้นได้กับวัยหนุ่มสาว ที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 รุนแรงได้เช่นกัน

5. แผลในช่องปาก

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บ่อย ๆ มีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับทางเดินอาหารอยู่เสมอ และยังได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ

ต้นเหตุเหล่านี้ อาจทำให้คุณตกอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี 12 ได้

ส่งผลให้การสังเคราะห์ดีเอ็นเอบกพร่อง และเป็นผลให้เซลล์ภายในช่องปากทำงานผิดปกติ เกิดเป็นแผลในช่องปาก ลิ้นอักเสบได้

6. หายใจติดขัด เวียนศีรษะ

หากคุณมีอาการโลหิตจาง เนื่องจากตกอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี 12 อยู่แล้ว และคุณมักจะมีอาการหายใจไม่ออก เวียนศรีษะเล็กน้อยในช่วงที่คุณออกกำลังกาย

นั่นเป็นเพราะร่างกายของคุณขาดเซลล์เม็ดเลือดแดงในการหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ การไหลของออกซิเจนในเนื้อเยื่อลดลง จึงนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง จนให้เกิดการหายใจถี่ เวียนศรีษะ และอ่อนเพลียได้

7. ตามัว วิสัยทัศน์การมองเห็นผิดปกติ

อาการตาฝ้ามัว หรือวิสัยทัศน์การมองเห็นผิดปกติ เป็นอาการหนึ่งของภาวะขาดวิตามินบี 12

การขาดสารอาหาร หรือจากการงดเว้นบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้ขาดวิตามินอี DHA และวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง กระทบต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองผิดปกติ ส่งผลให้ระบบประสาทตาถูกทำลาย

8. อารมณ์ซึมเศร้า พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

ภาวะขาดวิตามินบี 12 อาจมีส่วนทำให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์และสมอง เช่น ภาวะซึมเศร้า และภาวะสมองเสื่อม

เนื่องจากระดับสาร Homocysteine ที่มีฤทธิ์ต่อการทำงานของหลอดเลือดในสมองสูงผิดปกติ อีกทั้งยังมีระดับวิตามินบี 12 ต่ำ จึงเป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อสมองเสียหายและรบกวนระบบการสั่งการจากสมอง

9. กระดูกอ่อนแอ

วิตามินบี 12  มีส่วนช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการก่อตัวของเซลล์สร้างกระดูก

ในภาวะขาดวิตามินบี 12 อาจมีอาการปวดเมื่อยกระดูก และเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้ โดยลักษณะของอาการคือ กระดูกเปราะบาง อ่อนแอ หรือกระดูกเปราะ อันเป็นผลมาจากการสูญเสียเนื้อเยื่อซึ่งเกิดจากการขาดสารอาหารวิตามินบี 12

เป็นอย่างไรบ้างครับ เราเคยสังเกตตัวเองกันบ้างมั้ยครับว่ามีอาการที่กล่าวมากันบ้างหรือเปล่า

ถ้าไม่แน่ใจว่าเราอยู่ในภาวะขาดวิตามินบี 12 หรือเปล่า ควรปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสุขภาพ หรือนักโภชนาการเพื่อรับคำแนะนำต่อไป

ส่วนเนื้อหาต่อจากนี้ จะเป็นการแนะนำ “อาหารจากแหล่งธรรมชาติ” ที่มีวิตามินบี 12 เพื่อช่วยป้องกันหรือลดอาการภาวะขาดวิตามิบี 12 ได้

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slot

บทความร้านความฝัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post