ทำไมนักกีฬาจากประเทศมีความเจริญ ถึงมีฐานะมากกว่านักกีฬาจากชาติที่ยังไม่พัฒนา




ทำไมนักกีฬาจากประเทศมีความเจริญ ถึงมีฐานะมากกว่านักกีฬาจากชาติที่ยังไม่พัฒนา 

ทำไมนักกีฬาจากประเทศมีความเจริญ ถึงมีฐานะมากกว่านักกีฬาจากชาติที่ยังไม่พัฒนา ความเหลื่อมล้ำ คือ ปัญหาที่แก้ไม่ตกของโลกทุนนิยมในปัจจุบัน ซึ่งรวมไปถึงในวงการกีฬา แน่นอนว่าในทุกๆ พื้นที่ของโลก ล้วนมีนักกีฬาชั้นดีมากมาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า นักกีฬาทุกคนที่มีความสามารถ จะได้รับค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันwinner55

นิตยสาร Forbes ได้จัด 10 อันดับแรกของนักกีฬาที่มีรายได้สูงสุดในโลกตลอดกาล เป็นนักกีฬาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งหมด 8 คน อีกสองคนมาจากเยอรมัน และอังกฤษ 

ทั้ง 3 ประเทศ ถูกเรียกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งนักกีฬาจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ มักเกาะอยู่หัวแถว ของกลุ่มนักกีฬารายได้สูงเสมอ ทั้งโรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ไทเกอร์ วูดส์, คริสเตียโน โรนัลโด้ และอีกมากมายนับไม่ถ้วนUFABET

ขณะที่นักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนา ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะติดลิสต์ นักกีฬารายได้สูง แม้ว่าหลายคน จะมีฝีมือในการเล่นกีฬาไม่น้อยหน้าผู้ที่มาจากประเทศพัฒนาแล้วแม้แต่น้อยปัจจัยอะไร ที่ส่งผลต่อรายได้และมูลค่าของนักกีฬา ก่อให้เกิดความได้เปรียบของนักกีฬา จากประเทศโลกที่หนึ่ง และกลายเป็นความเหลื่อมล้ำกับนักกีฬาของประเทศที่ยังไม่พัฒนา 

จำกัดความคำว่า “พัฒนา”

ก่อนเข้าสู่เรื่องของกีฬา ขอเริ่มต้นถึงความแตกต่าง ในประเด็นระดับขั้น ความพัฒนาของประเทศ เพื่อให้เห็นภาพที่มากขึ้น

ประเทศโลกที่หนึ่ง หรือประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Country) มีความแตกต่าง กับประเทศกำลังพัฒนา (Developing Country) หรือประเทศโลกที่สอง และประเทศด้อยพัฒนา (Underdeveloped country) หรือประเทศโลกที่สาม อยู่หลายประเด็น 

หนึ่งในเกณฑ์ที่ถูกใช้วัดระดับของประเทศ คือ ด้านเศรษฐกิจ ที่มีการวัดอย่างเป็นทางการโดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund)สภาพของเศรษฐกิจ ถูกใช้ตีความในการบอกขีดจำกัดของประเทศ และความเป็นอยู่ของประชากร ในเรื่องรายได้ของประชากร รวมไปถึงคุณภาพและการเติบโตของอุตสาหกรรม

ลองนึกภาพเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา อันเป็นประเทศที่มี GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเป็นอันดับ 1 ของโลก (จากการคาดการณ์ อเมริกาจะครองตำแหน่งนี้ไปจนถึงปี 2023) ประเทศที่เต็มไปด้วย บริษัทธุรกิจยักษ์ใหญ่มากมาย 

แบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกของปี 2019 ตามการจัดของนิตยสาร Forbes ใน 20 อันดับแรก มีบริษัทจากสหรัฐมากถึง 16 บริษัทด้วยกัน ขณะที่ 4 บริษัทที่เหลือ ล้วนมากจากประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

เทียบกับประเทศด้อยพัฒนาอย่างอัฟกานิสถาน, โตโก, ยูกันดา หรือเยเมน คือภาพที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ประเทศเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่สงบ เศรษฐกิจย่ำแย่ผู้คนต้องอพยพ หาถิ่นที่อยู่ใหม่ หลายประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งขัดกับพื้นฐานของตลาดลงทุนเสรี

เศรษฐกิจที่เติบโต, บริษัทมูลค่ามหาศาล ทำให้เงินจำนวนมาก หมุนเวียนอยู่ในสังคมประเทศพัฒนาแล้ว แรงจูงใจของการลงทุนทางธุรกิจจึงตามมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่การลงทุนทางอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเหลือน้อยมากในประเทศพัฒนาแล้ว การลงทุนทางธุรกิจ จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นการเพิ่มมูลค่าผ่านอุตสาหกรรมอื่น มากกว่าการเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเอง

กีฬา คือสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์ นักลงทุนทางธุรกิจทั่วโลก

ข้อได้เปรียบของโลกที่หนึ่ง

ปัจจุบัน “กีฬา” คือหนึ่งในอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ภายใต้สังคมทุนนิยม “นักกีฬา” ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นในสนาม แต่เป็นทั้ง พรีเซ็นเตอร์, เจ้าของกิจการธุรกิจ หรือเป็นสินค้าในตัวเองด้วยเช่นกัน

เมื่อกีฬาในโลกสมัยใหม่ ถูกหล่อหลอมรวมเป็นเรื่องของธุรกิจ จนแยกไม่ออก สภาพเศรษฐกิจ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่มีบทบาทในวงการนี้

ไม่ว่าผู้คนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เงินคือสิ่งที่ขับเคลื่อนวงการกีฬาในปัจจุบัน จุดนี้คือข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ของประเทศพัฒนาแล้ว และนั่นยังส่งผลต่อค่าเหนื่อยหรือรายได้ ของนักกีฬาด้วยเช่นกัน

เป็นเรื่องปกติ ที่นักลงทุนอยากลงทุนในตลาด ที่มีมูลค่าสูง เพื่อให้ผลตอบแทน โอกาสที่จะสร้างผลกำไร ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าแบรนด์ที่มากกว่า

ไม่ต่างจากโลกธุรกิจทั่วไป มูลค่าแบรนด์ของทีมกีฬา 50 อันดับแรกของโลก ล้วนมาจากประเทศพัฒนาแล้ว ขณะเดียวกันในแง่ของตัวบุคคล นักกีฬาที่มีมูลค่าแบรนด์สูง ระดับแถวหน้าของโลก ส่วนใหญ่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว เช่นเดียวกัน 

จุดนี้ช่วยดึงดูดให้ บริษัทแบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ทุ่มเงินลงทุนไปกับวงการกีฬา ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะผลตอบแทนที่ได้รับ ถือว่าคุ้มค่าในทุกด้าน

เราจึงได้หลายเห็น หลายบริษัทจากไทย เข้าซื้อหรือเป็นผู้สนับสนุน สโมสรฟุตบอลในอังกฤษ, โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ มีผู้สนับสนุน จากบริษัททั้งทวีปเอเชีย, ยุโรป และอเมริกา 

ยกตัวอย่าง ในเคสปัจจุบัน อย่างกรณีที่ Air Jordan (แอร์ จอร์แดน) ทุ่มข้อเสนอ 100 ล้านยูโร ให้กับราฮีม สเตอร์ลิง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ชื่อดัง ท่ามกลางคำถามว่า ทำไมต้องเป็นสเตอร์ลิง? เพราะแฟนบอลจำนวนมาก มองว่ามีนักฟุตบอลอีกหลายคน ที่เหมาะสมมากกว่าแข้งรายนี้

เรื่องผลงานในสนามเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากพิจารณา คุณสมบัติทางเศรษฐกิจของสเตอร์ลิง เขาคือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก

สเตอร์ลิง เป็นชาวอังกฤษ โดยประเทศอังกฤษ มี GDP เป็นอันดับที่ 7 ของโลก, เขาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก, รวมถึงเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูง เป็นอันดับที่ 5 ของโลก ตามการจัดลำดับของนิตยสาร Forbes 

ด้วยปัจจัยรอบด้าน ทำให้สเตอร์ริง คือนักเตะที่เหมาะสมที่แบรนด์ชื่อดัง จะลงทุนด้วย มากกว่านักฟุตบอลคนอื่น ที่อาจมีฝีเท้าดีกว่าสเตอร์ริง แต่แข้งดังหลายคน ขาดคุณสมบัติเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นนักเตะที่มาจากประเทศแถวหน้าของโลกอย่างอังกฤษ

ปัจจัยข้างต้น แสดงถึงความได้เปรียบ ของนักกีฬาจากประเทศโลกที่หนึ่ง ที่เริ่มต้นด้วยคุณสมบัติทางเศรษฐกิจที่ติดตัว ขอเพียงแค่นักกีฬามีฝีมือที่เก่งมากพอ สร้างผลงานให้กับตัวเอง แบบจับต้องได้ เงินทองพร้อมจะไหลมาเทมาหานักกีฬาเหล่านั้น

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใด นักกีฬาจากสหรัฐอเมริกา เช่น ไมเคิล จอร์แดน, ไทเกอร์ วูดส์, โคบี ไบรอันต์, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์, เลบรอน เจมส์, สเตฟเฟน เคอร์รี ถึงเป็นนักกีฬา ที่มีมูลค่าและรายได้สูง ติดอันดับท็อปของโลกมาตลอด 

เพราะแค่เป็นนักกีฬาสัญชาติ “อเมริกา” หรือเป็นการเป็นนักกีฬาจากประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้นักกีฬามี

ความได้เปรียบอยู่ในมือของคุณกับการเป็นหนึ่งในส่วนประกอบ ของตลาดธุรกิจเสรีข้ามชาติ

สังคมที่ไม่น่าลงทุน

หากพูดถึงฝีมือหรือฝีเท้าในการเล่นกีฬา นักกีฬาจากประเทศที่ยังไม่พัฒนา ไม่ได้ด้อยกว่า นักกีฬาจากประเทศโลกที่หนึ่ง อย่างไรก็ตาม กลับเป็นเรื่องยากมาก ที่พวกเขาจะได้รายได้ทัดเทียมกัน

ยกตัวอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ สุดยอดนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ที่ว่ากันว่าเก่งสุดในยุคนี้ ซึ่งมาจากประเทศยังไม่พัฒนา เขาได้รับรายได้จากสปอนเซอร์ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 1,077 บาทไทย) น้อยกว่าสเตฟเฟน เคอร์รี ยอดนักบาสชาวสหรัฐฯ ของโกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ เสียอีก 

หรือในกรณีของ เนย์มาร์ อีกหนึ่งนักเตะที่มาจาก ประเทศยังไม่พัฒนา อย่างบราซิล ที่รับรายได้จากสปอนเซอร์น้อยกว่า เควิน ดูแรนท์ อีกหนึ่งนักบาสเกตบอลสัญชาติอเมริกา ทั้งที่หากมองกันตามตรง ชื่อเสียงของนักฟุตบอลทั้งสองราย ดูเหนือกว่าสองนักยัดห่วงเสียอีก แต่พวกเขากลับมีรายได้จากสปอนเซอร์ที่ต่ำกว่า เพราะไม่ได้มาจากประเทศพัฒนาแล้ว แบบสหรัฐอเมริกา

ถ้าให้เทียบตัวอย่าง แบบชัดเจนสุดๆ คาเนโล อัลวาเรซ ยอดนักมวยมูลค่าอันดับ 1 ของโลก จากเม็กซิโก อีกหนึ่งประเทศที่ยังไม่พัฒนา เขาได้รับเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์เพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (ประมาณ 61 ล้านบาทไทย) 

ในขณะที่โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ ยอดนักเทนนิส ซึ่งมาจากประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสวิตเซอร์แลนด์ ฟาดเงินจากสปอนเซอร์ไปมากถึง 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,648 ล้านบาทไทย)

ไม่ได้หมายความว่านักกีฬาจากประเทศยังไม่พัฒนาจะมีรายน้อยทุกคน โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวชาวไทยอดีตมือ 1 ของโลก ติดอันดับนักกีฬาหญิง ที่มีรายได้มากที่สุด ของปี 2019 โดยนิตยสาร Forbes ในอันดับ 13 ด้วยจำนวนเงิน 5,300,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 163 ล้านบาทไทย

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post