ทำไมนักเตะบราซิล (บางคน) จึงย้ายทีมเป็น 10 ครั้ง?

ทำไมนักเตะบราซิล (บางคน) จึงย้ายทีมเป็น 10 ครั้ง?

ทำไมนักเตะบราซิล (บางคน) จึงย้ายทีมเป็น 10 ครั้ง?

ทำไมนักเตะบราซิล (บางคน) จึงย้ายทีมเป็น 10 ครั้ง? ในวงการฟุตบอลนั้น เอเย่นต์ มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับนักฟุตบอล ดูแลเรื่องการเจรจาสัญญาและการโยกย้ายต้นสังกัดและเอกสารทุกอย่าง เพื่อให้นักฟุตบอลทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่UFABET

เอเย่นต์ที่บราซิล 

บริษัทเอเย่นต์ที่มีอิทธิพลที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ที่ชื่อว่า Media Sports Investments (MSI) ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 และผู้ก่อตั้งมีชื่อว่า เกีย จูรับเชี่ยน นักธุรกิจเชื้อสายอิหร่าน-อังกฤษ โดยในตอนแรกนั้น ทาง MSI ไม่ได้เล็งธุรกิจในอเมริกาใต้เป็นหลักเท่าไรนัก พวกเขามองไปที่การซื้อสโมสร อาเซน่อล แต่ก็แพงเกินไปจนดูแล้วได้ไม่คุ้มเสีย

หลังจากนั้นจึงได้แนะนำจาก ปินี่ ซาฮาวี่ ซูเปอร์เอเย่นต์รุ่นแรกที่มีคอนเน็คชั่นแข็งโป๊กในโลกฟุตบอล มีดีลดังๆมากมายทั้งการนำ โรมัน อบราโมวิช มาซื้อ เชลซี เป็นต้น โดย ซาฮาวี่ นี่แหละที่เป็นคนบอกให้ จูรับเชี่ยน ที่มีเงินถุงเงินถัง ไปลงทุนในดินแดนที่มีวัตถุดิบชั้นดีอย่าง บราซิล winner55

แม้ไม่มีสถิติที่ยืนยันแบบชัดๆ ว่าลีกสูงสุดของบราซิลในช่วงปี 2000 นั้นมีมูลค่าโดยรวมมากน้อยแค่ไหน นักเตะส่วนใหญ่ที่ย้ายออกจากลีก ซีรีย์ เอ บราซิล ส่วนใหญ่มีค่าตัวไม่มากมาย แม้แต่โรนัลดินโญ่ ยังมีค่าตัวเพียงแค่ 5 ล้านยูโรในปี 2001 ขณะที่ตัวอื่นๆในยุคหลังจากนั้นจะมีแพงที่สุดก็แค่เพียง โรบินโญ่ เท่านั้น (24 ล้านยูโร) 

จากค่าตัวเหล่านี้เราพอประเมินได้เลยว่านักเตะทั้งหมดที่กล่าวมามีความสามารถมากแบบล้นเหลือ แต่ค่าตัวของพวกเขากลับถูกเสียยิ่งกว่าถูกหากเทียบกับนักเตะในลีกต่างๆ ของยุโรป ดังนั้นจึงพอวิเคราะห์ได้ว่าสโมสรจาก อเมริกาใต้ และ บราซิลนั้นไม่ได้มีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและเงินสนับสนุนมากนัก พวกเขาจึงต้องใช้การปล่อยนักเตะเก่งๆ ออกจากทีมเพื่อเป็นรายได้หลัก 

จูรับเชี่ยน ได้รู้ความจริงในจุดนี้ เขาพา MSI เข้ามาคุยกับ โครินเธียนส์ สโมสรในลีกบราซิลที่เป็นทีมใหญ่แต่กำลังประสบปัญหาขาดทุน  ณ เวลานั้น (ปี 2004) จูรับเชี่ยน มอบสัญญาว่าจะให้เงินสนับสนุนกับ โครินเธียนส์ เป็นจำนวนถึง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ

โครินเธียนส์ เหมือนเรือกำลังจะล่มอะไรอยู่ใกล้มือตอนนั้นก็ต้องคว้าไว้ก่อน พวกเขารับข้อเสนอให้ MSI เข้ามาดูแลเรื่องการบริหารทีมด้วยสัญญาระยะเวลา 10 ปีทุกอย่างเหมือนจะดี ทว่า MSI สอดไส้ข้อแลกเปลี่ยนไปว่าหากสโมสรได้กำไรไม่ว่าเท่าไรก็ตาม 51% ของกำไรทั้งหมดจะถูกหักเป็นของทาง MSI แต่เพียงผู้เดียว 

อย่างไรก็ตามแม้จะดูเป็นข้อเสนอที่ขูดเลือดขูดเนื้อ แต่ปีแรกที่ MSI เข้ามาทำ โครินเธียนส์ พวกเขาทำให้ทีมมีกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิม 500% เรียกได้ว่าแบบนี้ก็วินๆกันไปทั้งสองฝ่าย เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าเพาเวอร์ของระบบเอเย่นต์ในบราซิลนั้นทรงพลังมาก ลักษณะของ MSI ไม่ต่างอะไรกับการเป็นเจ้าของสโมสรเลย

เอเย่นต์กลายพันธุ์ส่งผลอย่างไร?

การมีบทบาทยิ่งกว่าเจ้าของสโมสของ MSI ทำให้หลายบริษัทเอเย่นต์น้อยใหญ่เล็งเห็นถึงการเข้ามาหาผลประโยชน์กันมากขึ้น อย่างที่เรารู้กันนักเตะบราซิลเป็นนักเตะฝีเท้าดีมีคุณภาพ ทว่าเรื่องของการจัดการของตัวนักเตะและสโมสรนั้นยังไม่เชี่ยวชาญ หลายๆ ดีลทีม บราซิล มักจะเสียเปรียบให้กับทีมในยุโรป พวกเขาได้เงินน้อยนิดกับนักเตะที่ศักยภาพเต็มกราฟเล่นได้ทั่วโลก

ดังนั้นหน้าที่ของเหล่าเอเย่นต์กลายพันธุ์ในลีกบราซิลจึงแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด การที่พวกเขามีสิทธิ์ขาดยิ่งกว่าสโมสรทำให้กลุ่มเอเย่นต์เหล่านี้เลือกที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะเองเลย สโมสรแทบไม่มีส่วนตัดสินใจ

ถึงการกระทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย แต่พวกนี้ฉลาดและเลี่ยงบาลีได้ยอดเยี่ยม พวกเขาจะนำเงินทุนของตัวเอง อัดฉีดใส่สโมสรก่อนเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และจากนั้นจึงให้สโมสรเอาเงินส่วนนั้นมาซื้อนักเตะอีกที ซึ่งเจ้าของเงินที่แท้จริงก็เป็นเจ้าของนักฟุตบอลไปโดยปริยาย

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ คาร์ลอส เตเวซ ที่ย้ายจาก โบค่า จูเนียร์ มาอยู่กับ โครินเธียนส์ ด้วยค่าตัว 24 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงของอเมริกาใต้ในเวลานั้น แม้ เตเวซ จะมาลงสนามให้กับ โครินเธียนส์ ทว่าเบื้องหลังที่แท้จริงเขาก็เป็นเหมือนกับนักเตะของ MSI ดีๆ นี่เอง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม จูรับเชี่ยน จึงเป็นคนจัดการดีลของ เตเวซ ทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นตอนที่ย้ายช็อคโลกไปให้ เวสต์แฮม ยืมตัว, ย้ายไป แมนฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัวและสุดท้ายได้กำไรเต็มๆจากการขายให้ แมนฯ ซิตี้ อีกเกือบ 40 ล้านปอนด์ 

เอเย่นต์กลายพันธุ์ถือเป็นบ่อนทำลายระบบของฟุตบอลลีกของบราซิลมาก เพราะมองผลประโยชน์เป็นหลัก แม้บางปีจะมีผลงานดี แต่นั่นก็เป็นแค่ความสำเร็จแบบฉาบฉวย โครินเธียนส์ ได้แชมป์ในปีแรกที่ จูรับเชี่ยน และ MSI เข้ามาทำทีม แต่หลังจากนักเตะในทีมชุดนั้นได้รับความสนใจจากหลายๆทีม พวกเขาก็ปล่อยนักเตะตัวหลักออกจากทีมจนเกือบหมด และหลังจากนั้น โครินเธียนส์ก็ตกชั้นในอีก 2 ปีต่อมา 

เรื่องของ MSI หรือ เอเย่นต์กลายพันธ์ยุคแรกถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้หลายทีมในบราซิลมีกรณีศึกษามากขึ้น ก่อนจะเซ็นสัญญาและดีลกับเอเย่นต์เจ้าไหนต้องตรวจตราให้ละเอียดถี่ถ้วน

หลังจากนั้น MSI และจูรับเชี่ยน จึงถูกฟ้องด้วยข้อกล่าวหา “ดำเนินการด้วยการใช้บัญชีต่างประเทศจำนวนมาก และเป็นแหล่งที่มาของทรัพยากรที่ผิดกฎหมาย” ซึ่งทรัพยากรที่ผิดกฎหมายในที่นี้ก็คือ “นักฟุตบอล” นั่นเอง ที่สุดแล้วแม้จะมีการยกฟ้องในบั้นปลาย แต่โครินเธียนส์ ก็ยกเลิกสัญญากับ MSI หลังจากนั้นไม่นานนัก 

แล้วทำไมบราซิลต้องพเนจร? 

เป็นเรื่องของความจนและการแข่งขันสูงในบราซิล เพราะมีนักเตะอาชีพมากมายจึงทำให้แข้งบราซิลที่เป็นเกรด C เกรด D ต้องตัดสินใจย้ายมาต่างแดน ด้วยเหตุผลหลักๆ เลยคือเรื่องเงินนั่นเอง

เรื่องนี้แม้แต่ เคลตัน ซิลวา ที่ค้าแข้งในไทยลีกมาอย่างยาวนานก็ยอมรับว่ามันเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ย้ายจาก บราซิล มาเล่นในไทยลีกเมื่อหลายปีก่อน อย่างไรก็ตามความจนไม่ได้เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้แข้ง แซมบ้า ต้องย้ายทีมบ่อย และย้ายทีมไปหลายๆ ประเทศ

กรณีของ เตเวซ เป็นตัวอย่างที่ดีในการย้ายทีมเพื่อหาโอกาสลงสนามและสร้างมูลค่า แม้เขาจะเป็นนักเตะชาวอาร์เจนติน่า แต่จริงๆ แล้วมีนักเตะบราซิลที่ไม่ดังอีกหลายคนที่ต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ จอนนี่ เอร์เรร่า, เรนาโต้ ริเบโร่ และอื่นๆอีกมากมาย

การมีเอเย่นต์เป็นเจ้าของนั้นหมายความว่านักเตะเหล่านี้จะต้องได้ลงสนามไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเพื่อพิสูจน์ฝีเท้าและอัพค่าตัว อาทิกรณีอย่าง เตเวซ และ มาสเชราโน่ จูรับเชีย พาทั้ง 2 คนลงเวทีใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกกับทีมเล็กๆ อย่างเวสต์แฮมแบบยืมตัวเพื่อทำให้ทั้งคู่ได้โอกาสแสดงความสามารถลีกที่คนดูกันทั้งโลกต่างกับลีกบราซิลอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ให้ทีมยักษใหญ่เห็นว่าเล่นเป็น เล่นได้ จากนั้นกำไรจากการซื้อขายจึงเกิดขึ้น (จริงๆ แล้วตอนยืมก็ได้เงิน เตเวซ ไปแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่ายืมตัวปีละ 10 ล้านปอนด์) 

ไม่ใช่เฉพาะแค่การยืมเท่านั้นที่จะสร้างมูลค่าในภายหลังได้ เพราะหลายสโมสรในยุโรปมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการบริหารและการคุ้มครองผลประโยชน์ของตัวเอง ทำให้พวกเขาไม่เลือกที่จะทำให้ทีมของตัวเองเป็นที่ฝากเลี้ยงเท่านั้น มันจึงเกิดการขายถูกๆ เพื่อแสวงหากำไรในอนาคตเช่นกัน

กรณีที่ชัดเจนที่สุดอย่าง อันแดร์สัน ที่เป็นนักเตะของบริษัทเอเย่นต์ชื่อว่า GestiFute ของ จอร์จ เมนเดส (เอเย่นต์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้) ซึ่งเซ็นสัญญากับเขาไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังเล่นให้ เกรมิโอ ก่อนที่ เมนเดส จะส่ง อันแดร์สันให้กับปอร์โต้ ด้วยราคา 7 ล้านยูโร

โดยให้ปอร์โต้เป็นเจ้าของ อันแดร์สัน 65% ส่วนที่เหลือเป็นของ GestiFute ซึ่งอันแดร์สันก็เล่นให้ ปอร์โต้ ได้เพียงปีเดียวเท่านั้นก็ย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร ปอร์โต้ และ GestiFute แบ่งเค้กกันอย่างสำราญใจ วินๆ กันทั้งคู่

อย่างไรก็ตามการซื้อขายแบบถูกๆ เพื่อหวังกำไรในอนาคตนั้นก็ไมได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป บางครั้งนักเตะบราซิลที่ย้ายไปเล่นในยุโรปด้วยค่าตัวถูกๆ โดยเอเย่นต์ครองตัวคนละครึ่งกับสโมสร ก็ทำให้ผู้ถือครองสิทธิ์ในตัวของพวกเขาผิดหวัง

เพื่อให้เห็นภาพที่สุดว่านักบอลบราซิลแทบจะทั้งประเทศต้องประสบกับเหตุการณ์แบบนี้ เราคงต้องพูดถึงผู้เล่นที่เบอร์เล็กกว่าชื่อเสียงน้อยกว่าคนที่กล่าวมาสักหน่อย พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ต่างกัน นั่นคือการโดนส่งไปยืมตัวตัวเช่นกัน แต่จะเป็นลีกที่ไม่ใหญ่มากนัก

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

สนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *