ทำไมแมนฯ ยู ไม่อยากเห็น ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก?




ทำไมแมนฯ ยู ไม่อยากเห็น ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก?

ทำไมแมนฯ ยู ไม่อยากเห็น ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก? ต่อให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเรา 8-0 ผมก็ไม่แคร์ ถ้ามันทำให้ลิเวอร์พูลไม่ได้แชมป์ลีก ผมเกลียดที่จะพูดคำนี้ แต่คืนนี้ผมเชียร์แมนเชสเตอร์ ซิตี้”

คำประกาศกร้าวของแฟนบอลทัพปีศาจแดงรายหนึ่ง ที่กล่าวไว้ก่อนเกมการแข่งขันแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งผลจบลงด้วยชัยชนะของฝั่งสีฟ้า ตามที่ชายคนนี้ต้องการ

เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก สำหรับแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดทั่วโลก ที่ต้องทนเห็น สองทีมคู่ปรับ อย่าง ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก้าวขึ้นมาล่าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในฤดูกาล 2018/19 และภาพดังกล่าวก็ย้อนกลับมาอีกครั้งในฤดูกาล 2019/20

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ แฟนบอลทีมปีศาจแดงท้องถิ่น ที่เมืองแมนเชสเตอร์ คงมีเพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาไม่อยากให้จบฤดูกาล ในฐานะอันดับ 1 ของตาราง คว้าเอาถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของแดนผู้ดีไปนอนกอด 

ทีมนั้นคือ “ลิเวอร์พูล” … ต้นตอของความเกลียดชังระหว่างแมนเชสเตอร์กับลิเวอร์พูลเริ่มจากจุดไหน ? อะไรคือเหตุผลที่ สาวก

แย่งชิงความเป็นหนึ่ง

แม้ว่ายุคทองของการค้า อันเป็นผลพวง จากการปฏิวัติอุตสาหกรรม จะเริ่มสิ้นสุด ในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่ความรุ่งโรจน์ตลอดศตวรรษที่ 19 ได้ปลูกฝังความยิ่งใหญ่ และความภูมิใจในเมืองของตัวเอง ให้กับทั้งชาวแมนเชสเตอร์และชาวลิเวอร์พูล 


Photo : www.gmts.co.uk

คนทั้งสองเมือง เชื่อสุดใจว่าเมืองของพวกเขา คือ เมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่สุดของอังกฤษ รวมถึงเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอังกฤษ

ชาวลิเวอร์พูล ภูมิใจเสมอกับการที่เมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ขณะที่แมนเชสเตอร์ ในฐานะเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ความภูมิใจนี้จะอยู่กับพวกเขาไปตลอดกาล ในฐานะสุดยอดเมืองของนักประดิษฐ์ ถึงขั้นมีคำกล่าวว่า “สิ่งที่แมนเชสเตอร์คิดได้ในวันนี้ โลกทั้งใบจะคิดได้ในวันต่อมา”

“ผมคิดว่าทั้งสองเมืองมีความคล้ายกันอยู่มาก ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจที่จะเกลียดชังซึ่งกันและกัน มันเป็นเรื่องของการแข่งขันระหว่างทั้งสองเมือง และความเกลียดชังนี้ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น มันอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนทั้งสองเมืองไปแล้ว”

สตีเวน สแกรก (Steven Scragg) นักเขียนชาวลิเวอร์พูล ให้นิยามความเกลียดชังของสองเมืองว่า มาจากการพยายามชิงดีชิงเด่นกันในทุกด้าน จนกลายเป็นความเกลียดชังที่ฝั่งรากลึก จนยากจะถอนออกมาจากจิตใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ชาวเมืองทั้งสองเมืองต้องมองหาหนทางใหม่ ที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่า เมืองของตัวเองยอดเยี่ยมกว่าเมืองคู่ปรับ หลังสิ้นสุดยุคทองของการค้าเดินเรือสมุทร

และไม่มีสิ่งใดจะเป็นคำตอบให้กับชาวลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ได้มากไปกว่ากีฬาอันดับหนึ่งของชนชาติผู้ดี อย่างกีฬาฟุตบอล

“ถ้าคุณอยากรู้ว่าถึงความสัมพันธ์ของคนว่าในใจลึกๆพวกเขารู้สึกต่อกันอย่างไร จับพวกเขาเชียร์ทีมตรงข้ามกัน ในสนามฟุตบอลแล้วคุณจะรู้ความจริง”

คำกล่าวของอุทกราช โกคลานี (Utkarsh Goklani) นักวิเคราะห์ฟุตบอลผู้เป็นแฟนบอลของสโมสรลิเวอร์พูล ให้ภาพสะท้อนว่า เหตุใดชาวเเมนเชสเตอร์ และ ลิเวอร์พูล ต้องเลือกเกมกีฬาหวดลูกหนัง เป็นพื้นที่ของการแข่งขันระหว่างทั้งสองเมือง เพราะสนามฟุตบอลเปิดโอกาส ให้พวกเขา ได้แสดงความจงเกลียดจงชัง ออกมาได้อย่างเต็มที่

ความเป็นคู่ปรับของทั้งสองเมือง เริ่มต้นในช่วงปี 1950 โดยตลอดช่วงยุค 50-60’s ความรุนแรงทั้งในและนอกสนามเกิดขึ้นในแทบทุกครั้งที่ทีมจากแมนเชสเตอร์พบกับทีมจากลิเวอร์พูล โดยเฉพาะลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมแถวหน้าของเกาะอังกฤษ ในช่วงยุค 60’s

เกมการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมเต็มไปด้วยการเข้าปะทะที่โหดเกินความจำเป็น รวมไปถึงการวิวาทระหว่างแฟนบอลของทั้งสองฝั่ง และดาร์บี้แมตช์แดงเดือดเริ่มต้นปะทุถึงจุดเดือดในเวลานั้น

แม้ว่าในช่วงยุค 70-80’s ความเป็นดาร์บี้แมตช์ระหว่างทั้งสองเมือง ความระอุของอารมณ์จะลดน้อยถอยลง ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงของทั้งสองเมือง ทำให้ลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์หันมาจับมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันชั่วคราว

แต่การที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงแฟนแมนฯ ซิตี้ ต้องทนดูความสำเร็จของสองสโมสรจากเมืองลิเวอร์พูล อย่าง ลิเวอร์พูล และเอฟเวอร์ตัน ตลอดช่วงยุค 70-80’s ความคับแค้นสุมอยู่ในใจชาวแมนเชสเตอร์ แต่กลับไม่สามารถระบายออกมาได้ เพราะกำลังอยู่ในช่วงญาติดีกับอดีตเพื่อนรักจากเมอร์ซีย์ไซด์ ซึ่งไปได้ดีเกินหน้าเกินตาพวกเขาไปมากบนเวทีลูกหนัง

กระทั่งชายผู้ทระนงจากสก็อตแลนด์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1986 ประโยคเดียวที่ออกจากปาก ชายที่ชื่ออเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (Alex Ferguson) ทำให้ความเกลียดชังระหว่างสองสโมสรกลับปะทุถึงจุดเดือดอีกครั้ง และไม่มีวี่แววจะลดน้อยถอยลงอีกเลยจนถึงปัจจุบัน

เพราะเฟอร์กูสันได้พูดประโยคหนึ่ง ที่แทนความในใจของชาวแมนเชสเตอร์ได้เป็นอย่างดี “ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้หรอก เพราะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผม คือการเขี่ยลิเวอร์พูลลงจากบัลลังก์ของพวกเขาซะ คุณจดคำพูดของผมเอาไว้ได้เลย”

สิ่งที่เฟอร์กูสันพูดเอาไว้ แซม แม็คไกวร์ (Sam Maguire) นักข่าวฟุตบอลประสบการณ์สูงได้ให้คำนิยามไว้ดังนี้

“ความสัมพันธ์ของพวกเขา แย่ลงไปเยอะมาก หลังจากเฟอร์กูสันพูดประโยคนี้ จากที่พวกเขาเคยมีความสัมพันธ์ในทางที่ดีขึ้น แต่ในตอนนี้แค่พูดชื่อซึ่งกันและกัน พวกเขาก็อยากจะอ้วกกันออกมาแล้ว ความเกลียดชังถูกฝังลึกไว้จนถึงปัจจุบัน”

ความเกลียดชังจากฝั่งสีฟ้า  

นี่เป็นภาพที่ชัดเจนว่า แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องพบกับฝันร้ายระดับไหน หากลิเวอร์พูลเข้าวินคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาลนี้ 

ในทางกลับกันฝั่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งไม่ได้เป็นคู่ปรับโดยตรงในโลกฟุตบอลกับลิเวอร์พูล เหมือนอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด  แฟนบอลของพวกเขารู้สึกอย่างไร ที่ได้เป็นความหวังสุดท้ายของเมือง ในการขัดขวางไม่ทีมเครื่องจักรสีแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เป็นสมัยแรก

“แฟนบอลลิเวอร์พูลรู้ดีว่าถ้าพวกเราขึ้นนำพวกเขาแล้วมันยากที่จะไล่ตามเราทัน พวกเขาต้องเป็นบ้าแน่ๆ ถ้าเล่นได้ดีขนาดนี้ แต่แมนฯ ซิตี้ ยังเป็นแชมป์” 

“คงจะมีความวุ่นวายขึ้นแน่ ถ้าหากเราได้แชมป์ ตำรวจที่ลิเวอร์พูลคงลำบากหน่อยนะ ในการจัดการพวกสเกาซ์ให้สงบสติอารมณ์”

โนล กัลลาเกอร์ (Noel Gallagher) ยอดศิลปินที่สร้างชื่อจากวง Oasis ซึ่งเป็นแฟนบอลตัวยงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อดไม่ได้ที่จะเสียดสีและเย้ยหยันทีมดังจากเมืองลิเวอร์พูล 

ซึ่งพ่อหนุ่มปากตะไกรคนนี้คือตัวอย่างชั้นเลิศ ที่จะแสดงให้เห็นภาพว่าแฟนบอลทีมเรือใบสีฟ้าเกลียดชังทัพหงส์แดงมากเพียงใด เพราะเขาได้ปล่อยวิวาทะเด็ดๆ มากมาย ที่เหน็บแนมทีมแชมป์ยุโรป 6 สมัยจากเกาะอังกฤษอย่างเจ็บแสบ

“พวกแฟนลิเวอร์พูลเป็นพวกประหลาด พวกเขาชอบแสดงความรู้สึกที่มันเวอร์เกินความเป็นจริง พวกเขาคิดว่าใครๆก็รักพวกเขา ซึ่งผมบอกเลยว่ามันไม่จริงสักเท่าไหร่”

“ผมมีเพื่อน 3 คนที่ทัวร์คอนเสิร์ตกับผมเป็นแฟนลิเวอร์พูล มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ได้เห็นพวกเขาใจสลายตอนแพ้นัดชิงแชมเปียนส์ ลีก ผมสัมผัสได้ว่าแฟนลิเวอร์พูลบางคนกำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตาผมเลย”

“ผมคิดว่าการที่ผมเห็นลิเวอร์พูลแพ้ในนัดชิงแชมเปียนส์ ลีก มันทำให้ผมมีความสุขมากกว่าแมนฯ ซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำไป”

แม้กระทั่งน้องชายตัวแสบของโนล อย่างเลียม กัลลาเกอร์ (Liam Gallagher) ซึ่งเป็นแฟนบอลของแมนฯ ซิตี้แบบเต็มขั้นไม่แพ้พี่ชาย ได้ร่วมวงล้อเลียนลิเวอร์พูล หลังทีมรักของเขาเอาชนะทัพหงส์แดงเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

“เฮฟวี เมทัล ฟุตบอล ห่วยแตกเหมือนที่เคยเป็นมา” เลียม โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา ที่เหน็บแหนมโดยตรงไปยังสไตล์การทำทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล

สำหรับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาอาจไม่ได้เกลียดสโมสรลิเวอร์พูล เท่ากับฝั่งยูไนเต็ด ในแง่ของฟุตบอล แต่หากเป็นในฐานะของคนเมืองแมนเชสเตอร์  ระดับของความเกลียดชังจากฝั่งสีฟ้าถือว่าไม่ได้แตกต่างจากเพื่อนร่วมเมืองสีแดงแม้แต่น้อย

“ตอนนี้แมนเชสเตอร์เหมือนร่วมกันเป็นทีมเดียวแล้ว เป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยูไนเต็ด ผมบอกเลยว่าเมืองทั้งเมืองให้การสนับสนุน เป็ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) ให้คว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้”

“1 ใน 5 ของแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดที่เราไปเก็บข้อมูล ยอมเห็นทีมตกชั้น มากกว่าลิเวอร์พูลเป็นเเชมป์เสียด้วยซ้ำ” 

แพดดี พาวเวอร์ เว็บพนันชื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยข้อความดังกล่าว พร้อมผลสำรวจว่า แฟนบอลทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ว่าอยากเห็นทีมใดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ระหว่างแมนฯ ซิตี้กับลิเวอร์พูล ?

แน่นอนว่าแฟนบอลแมนฯ ซิตี้ คือกลุ่มแฟนบอลที่โหวตเข้ามามาที่สุดว่าอยากเห็นทีมเรือใบสีฟ้าเป็นแชมป์ ขณะที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดกว่า 67 เปอร์เซ็นต์ เลือกว่าอยากเห็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองเป็นแชมป์ แทนที่จะเป็นลิเวอร์พูล ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 3 จากทั้งหมด 20 ทีม 

ในขณะที่แฟนบอลจากแมนเชสเตอร์ทั้งสองทีมเทใจอยากเห็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ทว่าแฟนบอลอีกกว่า 15 สโมสรล้วนร่วมใจกันโหวตเลือกว่าอยากเห็นลิเวอร์พูลปลดล็อคฝันร้าย คว้าแชมป์ลีกในปีนี้

แต่สำหรับชาวเมืองแมนเชสเตอร์ พวกเขาไม่สนว่าคนทั้งประเทศจะคิดอย่างไร สิ่งที่พวกเขาต้องการคือพวกเขาไม่ต้องการเห็นลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จ 

ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลของทีมสีฟ้าหรือทีมสีแดง แต่พวกเขายินดีที่จะเห็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองเถลิงบัลลังก์แชมป์  มากกว่าจะต้องมองดู ลิเวอร์พูล หรือเอฟเวอร์ตัน ประสบความสำเร็จบนเส้นทางลูกหนัง

เพราะการเห็นเมืองคู่แข่งที่ชาวแมนเชสเตอร์ เชื่อสุดใจมาโดยตลอด ว่าพวกเขาเหนือกว่า และดีกว่า อาจหมายถึงจุดจบ ความภูมิใจที่ชาวแมนเชสเตอร์ ถือครองอยู่เพียงฝ่ายเดียว มาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี และนั่นเป็นความเจ็บปวดที่อยากจะเกินรับไหวของแฟนบอลชาวแมนเชสเตอร์ทุกคน

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

ตอนรแกสนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post