น้ำตาลในชานมไข่มุกหวานๆ




น้ำตาลในชานมไข่มุกหวานๆ

น้ำตาลในชานมไข่มุกหวานๆ ต้องยอมรับเลยว่า ชานมไข่มุก ถือเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตมาสิบกว่าปีแล้ว ถึงแม้เทรนด์อาหารรักสุขภาพจะเข้ามาขนาดไหนแต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมของชานมไข่มุกลดลง และยังมีร้านชานมไข่มุกเกิดขึ้นใหม่เพิ่มขึ้นอีกมากมายเรียกได้ว่าเดินไปไหนก็เจอ

แหล่งกำเนิดเจ้าแรกเกิดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน เป็นการผสมผสานระหว่างชาและขนมหวานจนได้ส่วนผสมที่ลงตัว จนกลายเป็นเครื่องดื่มประจำชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จนทำให้มีนักลงทุนมากมายนำเครื่องดื่มนี้เข้ามาในเมืองไทย

แน่นอนว่าของหวานเป็นที่โปรดปรานของกลุ่มผู้บริโภคทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่เรียกว่าใคร ๆ ก็กินได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียนและวัยรุ่น เนื่องจากราคาไม่แพงมากนักทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ ทำให้ชานมไข่มุกเป็นที่นิยม ถึงแม้ชานมไขมุกจะไม่ดีต่อสุขภาพมากนักแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายสุขภาพถ้าบริโภคในปริมาณที่พอดี

เมื่อเทรนด์สุขภาพเริ่มเข้ามาทำให้ความนิยมของชานมไข่มุกลดลง แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจชานมไข่มุกก็ยังสามารถปรับตัวได้แม้เทรนด์การบริโภคจะเปลี่ยนไป แถมยังมีราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย แต่ผู้บริโภคก็ยังคงพอใจที่จะจ่ายอยู่นั่นเอง

การปรับตัวของชานมไข่มุกในปัจจุบันคือการปรับแต่งส่วนผสมให้เข้ากับความต้องการของลูกค้ารักสุขภาพ เช่น การใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล การใช้ไซรัปที่มีแคลอรี่น้อยลง การปรับระดับความหวานตามที่ลูกค้าต้องการ

หรือแม้แต่ไข่มุกที่เป็น Topping หลัก ก็ยังมีTopping อื่น ๆ ที่สามารถใส่ลงไปกับชานมไข่มุกได้อย่างลงตัวอีกด้วย เช่น พุดดิ้ง ชีส เฉาก๊วย และลูกค้ายังสามารถเลือกรสชาติที่ไม่ได้มีแค่ชานมเท่านั่น แต่ยังมีรสชาติชาต่าง ๆ ที่ถูกใจผู้บริโภคหลายคน หรือแม้แต่เครื่องดื่มที่เป็นของหวานที่ไม่ใช่ชาก็ยังถูกจัดอยู่ในเมนูในร้านชาไข่มุกอีกด้วย

สมัยนี้ชานมไข่มุกคือการผสมผสานเครื่องดื่มเข้าด้วยกัน และไม่เน้นปริมาณมากเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นการเน้นคุณภาพและรสชาติที่ถูกปากของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ด้วยความที่เป็นเครื่องดื่มที่หาซื้อง่ายและรอเวลาการทำไม่นาน ไม่ยุ่งยากในการสั่ง ทำให้ชานมไข่มุกยังคงเป็นธุรกิจที่อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ และมีแนวโน้มการบริโภคเพิ่มขึ้นทุกปีอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจชานมไข่มุกเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยมากขึ้น ตั้งแต่เด็กไปจนผู้สูงอายุต่างก็นิยมชมชอบเครื่องดื่มชนิดนี้ที่มีการผสมส่วนประกอบต่างๆ นานา โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ มากมาย

เช่น เพิ่มชีส ช็อคโกแลต หรือบราวน์ชูก้า ที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ ก็ยิ่งเสริมเทรนด์เครื่องดื่มเดี๋ยวนี้ให้เป็นที่ติดอกติดใจมากขึ้น เรียกว่าหันไปทางไหนก็มีร้านชานมไข่มุกทุกมุมเมือง

แน่นอนว่าการดื่มชานมไข่มุกมากเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพของทุกๆ วัย แต่วัยที่น่าเป็นกังวลที่สุดคือวัยเด็ก นักโภชนาการห่วงเตือนการบริโภคชานมไข่มุกมีภัยต่อสุขภาพมากกว่าเรื่องน้ำหนักเกิน

เพราะว่าเด็กอาจมีพฤติกรรมติดหวาน ส่วนผสมแฝงทั้งปริมาณน้ำตาลสูงและอาจมีสารกันบูด เป็นภัยต่อสุขภาพกายและอาจสร้างปัญหาขาดสารอาหาร

ผศ.ดร.กิตณา แมคึเน็น อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การควบคุมการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงควรเริ่มตั้งแต่เด็กๆ เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อโตไปจะเลิกยาก การได้รับปริมาณน้ำตาลเกินต่อวันเป็นประจำจะส่งผลให้เด็กติดหวาน

ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระบบเผาผลาญมีปัญหาตั้งแต่อายุน้อยๆ มีโอกาสเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นภัยใกล้ตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันในเลือดผิดปกติ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ  ภัยเงียบที่ผู้ป่วยอาจจะรู้ตัวเมื่อสายเกินไป

“สาเหตุของโรคก็มาจากพฤติกรรมชอบทานอาหารหวาน มัน เค็ม เกินมาตรฐาน ยังไม่นับสารปนเปื้อนอื่น ๆ อีกที่ผู้บริโภคไม่มีทางรู้ว่าชานมไข่มุกแต่ละยี่ห้อนั้น ๆ มีส่วนผสมของอะไรบ้าง” ผศ.ดร.กิตณากล่าว

จากการสำรวจของกรมอนามัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำถึง 3 เท่า ในขณะที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนก็พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ ที่ชอบเครื่องดื่มรสหวาน ทำให้เด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกิน รวมถึงกลายเป็นเด็กอ้วนเพิ่มขึ้น และพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ข้อมูลกลางปี 2562 จากศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อบริโภค เผยผลตรวจวิเคราะห์สารกันบูด น้ำตาล และโลหะหนักในชานมไข่มุก 25 ยี่ห้อ พบตัวอย่างเม็ดไข่มุกมีสารกันบูด 100%

แต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน และยังพบว่า ส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลมากกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำต่อวัน บางยี่ห้อมีน้ำตาลสูงถึง 18 ช้อนชา ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ร่างกายเราไม่จำเป็นต้องได้รับพลังงานเพิ่มจากน้ำตาลที่เติมเสริมแต่งเข้าไปในอาหารเลย

ผศ.ดร.กิตณา ย้ำว่าองค์การอนามัยโลกแนะนำว่าเราไม่ควรได้รับพลังงานจากน้ำตาลเกินร้อยละ 10 ของพลังงานที่แนะนำต่อวัน และการได้รับน้ำตาลน้อยกว่าร้อยละ 5 ของพลังงานที่แนะนำต่อวันจะส่งผลดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ จึงแนะนำว่าคนทั่วไปควรได้รับน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (คำนวณจากความต้องการพลังงานวันละ 2000 กิโลแคลอรี)“หากเป็นไปได้ การไม่เติมน้ำตาลเพิ่มลงไปในอาหารเลยหรือลดปริมาณน้ำตาลต่อวันให้น้อยที่สุดก็จะดีที่สุดต่อสุขภาพ และไม่แนะนำการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในอาหารสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี”

ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในช่องปากอีกด้วย “เด็กอาจจะแปรงฟันยังไม่ค่อยดีพอ

น้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มหวานๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาฟันผุและสุขภาพช่องปากไม่ดี ดังนั้นการที่ผู้ปกครองดูแลและควบคุมการรับประทานอาหารหวานๆ ที่มีน้ำตาลสูงกันตั้งแต่เด็กจะดีกว่าที่จะมาแก้ไขตอนโตแล้วเพราะแก้ไขยาก”

นอกจากนี้ ในชาไข่มุกยังมีสารคาเฟอีนจากชา ซึ่งส่งผลต่อสมาธิการเรียนรู้และอารมณ์ของเด็กได้ ทำให้เด็กตื่นตัว นอนไม่หลับในเวลากลางคืน อาจส่งผลต่อสมาธิการเรียนรู้ในตอนกลางวันที่ต้องจดจ่อกับการเรียน

นอกจากนี้เด็กอาจติดคาเฟอีน ได้หากดื่มชาในปริมาณมากเป็นประจำ และเมื่อหยุดดื่มจะทำให้เกิดภาวะขาดคาเฟอีน เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ มีปัญหาเรื่องอารมณ์ เช่น หงุดหงิดฉุนเฉียว หรือมีอาการซึมเศร้า ไม่สามารถจดจ่อมีสมาธิได้

“อีกทั้งคาเฟอีนยังเพิ่มการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น หากไม่ได้รับแคลเซียมจากอาหารอื่นๆ อย่างเพียงพอ จะส่งผลต่อการสร้างกระดูกของเด็กได้ และหากยังติดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไปจนกระทั่งโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็จะทำให้กระดูกพรุนเร็วขึ้น

นอกจากนี้คาเฟอีนและแทนนินที่พบในชายังส่งผลทำให้เด็กเกิดอาการท้องผูกได้ด้วย โดยเฉพาะหากได้รับใยอาหารจากผักผลไม้น้อยและดื่มน้ำไม่เพียงพอ”

ยิ่งไปกว่านั้น อาหารเครื่องดื่มที่มีความหวานสูงอาจทำให้เด็กอ้วนแต่ขาดสารอาหารอื่นที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต “น้ำตาลที่อยู่ในชานมไข่มุกรสหวานๆ นั้น จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นสูงเร็ว

แต่หลังจากนั้นน้ำตาลในเลือดก็จะลดลงอย่างรวดเร็วด้วย ทำให้เด็กรู้สึกโหยหาขนมหวานหรือเครื่องดื่มรสหวานเพื่อเติมเต็มน้ำตาลในเลือดให้สูงอยู่ในระดับเดิมอยู่เรื่อยๆ จึงเสี่ยงที่จะกลายเป็นเด็กอ้วนแต่ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ประเภทอื่นได้ หากเลือกรับประทานแต่ขนมหวานหรือเครื่องดื่มรสหวานแทนที่จะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช ผักผลไม้ร่วมด้วย”

เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้ปกครองควรกำกับปริมาณการรับประทานชานมไข่มุกของเด็ก

เช่น การจำกัดปริมาณให้ดื่มน้อยลง หรือปรับเปลี่ยนวัตถุดิบโดยอาจเปลี่ยนจากตัวชาเป็นน้ำผลไม้รสไม่หวานแทน เลือกสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อย ใช้นมไขมันต่ำหรือพร่องมันเนย  เลือกไข่มุกที่ทำจากแป้งบุกแทนแป้งสาคูแบบปกติ ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล เป็นต้น

แต่การป้องกันปัญหานี้ เริ่มต้นได้ที่ผู้ปกครอง เพราะผู้ใหญ่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก“ผู้ปกครองอาจจะดื่มให้เด็กเห็น ทำให้เด็กอยากเลียนแบบและขอชิม หากผู้ปกครองดื่มทุกๆ วัน เค้าก็จะมีโอกาสที่จะอยากดื่มตาม ถ้าบอกเด็กว่าไม่ให้กินแต่ผู้ใหญ่เองยังไม่ยอมเลิก สิ่งที่ตามมาคือเด็กก็จะไม่เข้าใจว่าทำไม

ฉะนั้นถ้าหากผู้ใหญ่เองก็ยังเลิกของหวานๆ ที่เสี่ยงต่อสุขภาพไม่ได้ ก็ไม่ควรเอาของนั้นเข้าบ้าน หรือเลิกสร้างพฤติกรรมบริโภคที่ทำให้เด็กเลียนแบบ พยายามลด-ละ-เลิกของที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใช่เฉพาะชานมไข่มุกแต่รวมถึงอาหารที่เสี่ยงต่อสุขภาพทั้งหลายด้วย”

ใกล้วันเด็กแล้ว ผู้ปกครองอาจมีแผนการพาลูกๆ หลานๆ ไปเที่ยว และกินฉลองวันพิเศษสำหรับเด็ก เด็กๆ จะได้รับการตามใจเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะช้อปและชิมของอร่อยๆ ต่างๆ นานา

ถึงเวลาที่ผู้ปกครองจะเริ่มสร้างสุขลักษณะที่ดีในการบริโภคอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมไข่มุก ซึ่งอาจจะแฝงโทษเป็นมุกร้ายๆ สำหรับเด็กๆ ได้ หากดื่มเป็นประจำในปริมาณมากและละเลยการรับประทานอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมด้วย

มีอะไรอยู่ในชานมไข่มุก ?

ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มประเภทชา ซึ่งจะเป็นชาชนิดใดก็ได้ตามความชอบของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นชาไทย 

 หรือชาผลไม้ที่บางร้านมีให้เลือกหลากหลายชนิด ทำโดยนำชามาผสมกับนมและไซรัป ครีมเทียม น้ำตาล หรือนมข้นหวานตามสูตรของแต่ละร้านเพื่อเพิ่มความหวานมัน บางคนอาจชอบเครื่องดื่มชนิดนี้แบบใส่น้ำแข็ง แบบปั่น หรือแบบสมูทตี้ผสมเนื้อผลไม้ด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเม็ดไข่มุกที่ใส่ไว้ในแก้วด้านล่าง

ซึ่งทำมาจากและมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบหนับน่ากิน  

ทำไมชาไข่มุกอาจไม่ดีต่อสุขภาพ ?

การดื่มชาที่ไม่มีอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะชาส่วนใหญ่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบและความเสียหายของเซลล์ในร่างกายที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ทั้งยังอาจนำไปสู่โรคร้ายในระยะยาวได้ อย่างโรคต้อกระจก โรคมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม แม้มีชาเป็นส่วนประกอบ แต่ชานมไข่มุกมีทั้งน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน และแป้งจากเม็ดไข่มุก หรือแม้แต่บางครั้งผู้บริโภคก็ยังเพิ่มวิปครีมตบท้ายไปด้วย เมื่อเทียบกันแล้วย่อมไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้จากชา และเครื่องดื่มชนิดนี้ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักและควบคุมแป้งหรือน้ำตาล

นอกจากนี้ ใครที่ชื่นชอบชานมไข่มุกจนขาดไม่ได้ ต้องกินอยู่บ่อย ๆ ควรคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ได้ดังต่อไปนี้ด้วย

  • มีคุณค่าทางสารอาหารน้อย การได้รับน้ำตาลจากชานมไข่มุกอาจทำให้ร่างกายมีพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เครื่องดื่มชนิดนี้แทบไม่มีวิตามิน แร่ธาตุ กากใย และสารอาหารใด ๆ รวมทั้งหากกินไข่มุกมากเกินไปก็อาจทำให้มีอาการท้องผูกได้

  • มีแคลอรี่สูง ชานมไข่มุก 1 แก้วที่เพิ่มนมสดและเม็ดไข่มุกจะให้พลังงานมากถึง 335 แคลอรี่ โดย 1 ใน 3 เป็นจากเม็ดไข่มุก ซึ่งหากกินชานมไข่มุกวันละ 2 แก้ว ก็จะเทียบเท่ากับได้รับแคลอรี่ 1 ใน 3 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน (1,800-2,000 แคลอรี่) เลยทีเดียว อีกทั้งอาจมีน้ำตาลมากถึง 6 ช้อนชา

  • อาจมีวัตถุเจือปนอาหาร เคยมีรายงานว่าชานมไข่มุกที่ผู้ผลิตบางรายนำเข้าไปยังอเมริกาได้ปนเปื้อนสารอันตรายที่ใช้ในการทำพลาสติกอย่าง DEHP ซึ่งผู้ผลิตรายดังกล่าวนำมาเป็นส่วนผสมในชานมไข่มุก เพื่อเพิ่มสีและรสสัมผัสแทนการใช้น้ำมันปาล์มที่มีราคาแพงกว่า โดยมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่พบว่า สารชนิดนี้อาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากและมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้

  • อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระบบย่อยผิดปกติ ขั้นตอนการผลิตหัวมันสำปะหลังให้เป็นเม็ดไข่มุกที่ไม่เหมาะสม เช่น ปรุงไม่สุก แช่น้ำมากเกินไป เก็บไว้นานเกิน หรือปนเปื้อนเปลือกของมันสำปะหลัง เป็นต้น

  • อาจทำให้ผู้บริโภคท้องอืด ได้รับพิษจากไซยาไนด์ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท และก่อให้เกิดโรคคอพอกได้ รวมทั้งบางครั้งก็อาจมีส่วนผสมของซัลไฟต์ด้วย ซึ่งผู้ที่มีภาวะย่อยสารนี้ผิดปกติควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารชนิดนี้

กินชานมไข่มุกยังไงให้ดีต่อสุขภาพร่างกายมากที่สุด ?

ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ควรกินนาน ๆ ครั้งเท่านั้น ผู้ที่ห้ามใจไม่ได้จนต้องดื่มชานมไข่มุกอยู่บ่อย ๆ หรือผู้ที่อยากดื่มแต่ก็กังวลว่าอาจไม่ดีต่อสุขภาพ สามารถสั่งชานมไข่มุกแบบใส่น้ำตาลน้อยหรือไม่ใส่น้ำตาลเลยแทนได้ รวมทั้งอาจลดน้ำเชื่อมและสารเพิ่มความหวานอื่น ๆ โดยควรเลือกร้านที่ใช้นมสดหรือนมไขมันต่ำแทนครีมเทียม และอาจดื่มชาแบบไม่ใส่ไข่มุกเพื่อลดปริมาณแคลอรี่ด้วย แม้อาจทำให้ชานมไข่มุกไม่เป็นชานมไข่มุกเหมือนเดิมจากที่เคยบริโภคก็ตาม แต่แบบนี้ก็ดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจมากกว่าที่เคย

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo

ป้ายกำกับ:

Related Post

ของกินเล่นที่สามารถกินได้ ไม่ต้องกลัวอ้วนของกินเล่นที่สามารถกินได้ ไม่ต้องกลัวอ้วน



ของกินเล่นที่สามารถกินได้ ไม่ต้องกลัวอ้วน บอกเลยว่าสำหรับบางคนแล้ว หากพูดถึงเรื่องของขนมขบเคี้ยว ที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมัน