ประชาธิปไตยแบบไทยๆ คืออะไร?

หากจะกล่าวถึงประชาธิปไตยในประเทศไทย เราสามารถรับรู้กันได้ว่า เป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งแปลได้ว่า พระมหากษัตริย์นั้นเป็นใหญ่ในประเทศมากที่สุด และแน่นอนว่าระบอบนี้ จะไม่เกิดปัญหา ถ้าประเทศไทยใช้ระบอบประชาธิปไตยจริง แต่ในปัจจุบัน เราใช้ระบอบ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เคยกล่าวถึง ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยกล่าวว่า “วันนี้เรามีประชาธิปไตยแบบต่างประเทศสากลมาเยอะแยะแล้ว อาจจะต้องมีประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ชั่วคราวไปก่อน สักนิดหนึ่ง” ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่พลเอกประยุทธ์กล่าวถึง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา winner55

          ความหมายของ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” อาจหมายถึง เครื่องหมาย ไม้ยมก เมื่อถูกเติมเข้าไปท้ายคำใด ก็มักจะทำให้ ความหมายของคำนั้น ตรงข้ามกัน หรือลดเลือน กรณีเช่นนี้ สามารถเห็นใน ประกาศของคณะปฏิวัติของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในทศวรรษ 2510 รวมถึง รัฐบาลที่มาจาก การรัฐประหารอย่าง ธานินทร์ กรัยวิเชียร ในทศวรรษ 2520 แม้จะมาจากการยึดอำนาจ ก็อ้างคำว่าประชาธิปไตยเช่นกัน แต่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ

          งานวิชาการสำคัญของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เสนอว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ถูกพัฒนาจาก ฐานคิดของประชาธิปไตย สำนักจารีตประเพณี ที่ถือกำเนิดโดยนักคิดสายราชวงศ์ และขุนนางรุ่นแรก ที่ได้รับอิทธิพลความคิด จากตะวันตก เช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และปัญญาชนฝ่ายนิยมเจ้าอื่นๆ เป็นต้น จนสามารถส่งผลต่อ ความคิดของราษฎรรุ่นหลัง ที่สืบทอดแนวทางนี้

คำอธิบายของนักคิดสายนี้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่หลุดออกไป จากประชาชน รวมทั้งจะพบว่าพระมหากษัตริย์ของไทยนั้น มีลักษณะเป็นเสรีนิยม คือปกครองด้วยธรรมเสมอมา ดังนั้นการจะเปลี่ยนแปลง ไปสู่ประชาธิปไตยที่ถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับสังคมไทยนั้น

ก็จะต้องเป็นระบอบที่ พระมหากษัตริย์ ขยายสิทธิแก่ประชาชน ให้มีส่วนร่วมในการปกครอง หรือการที่ประชาชน สามารถตั้งพรรคการเมือง มีการเลือกตั้ง มีรัฐสภา มีนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งก็ได้ แต่พระมหากษัตริย์ ก็จะทรงอยู่ในฐานะพระประมุข โดยทรงมีพระราชภารกิจ ในการควบคุม และรักษาดุลอำนาจ ในสังคมการเมือง

ระบอบการปกครองประชาธิปไตยของไทยนั้น แน่นอนว่า การบริหารประเทศ จะต้องมีตัวแทนที่ประชาชนเลือกเข้าไป ปฏิบัติหน้าที่แทนประชาชน เพื่อไม่ให้กลุ่มบุคคลใด บุคคลหนึ่งมีความเสียเปรียบ หรือเสียผลประโยชน์

หากกล่าวถึงการปกครองโดยระบบตัวแทนแล้วนั้น จอนห์ สจ๊วต มิลล์ ได้กล่าวถึงการปกครองโดยประชาชนไว้สองระดับ คือ การปกครองแบบตัวแทนทั้งหลาย ของประชาชน และการปกครอง โดยผู้ชำนาญการพิเศษต่างๆ แต่หากตัวแทนที่ทำหน้าที่ปกครอง แข็งแรงเกินไป จะเป็นอุปสรรคต่อรัฐบาล ในการปฏิบัติภารกิจ และตัวแทนที่อ่อนแอจนเกินไป จะไม่สามารถควบคุมรัฐบาลได้

          ประเทศไทยมีการปกครองโดยตัวแทน ที่ประชาชนเลือกเข้าไปนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน ตัวแทนที่เลือกเข้าไป กลายเป็นตัวแทนที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้เกิดปัญหา ที่ทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่ง เสียผลประโยชน์ เนื่องจากตัวแทนที่ประชาชนเลือกเข้าไป ไม่สามารถตกลงผลประโยชน์ กับรัฐบาลได้ จึงทำให้รัฐบาล มีอำนาจที่สามารถควบคุมผลประโยชน์ ได้อย่างมากมาย

แน่นอนว่า หากรัฐบาล มีความคิดเห็นประโยชน์ส่วนรวม ก็จะสามารถพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีได้ แต่ถ้าหากรัฐบาล เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และต้องการอำนาจ มาเป็นของตน ซึ่งสิ่งเหล่านั้น จะส่งผลร้ายต่อประเทศ

ตัวอย่างเช่น รัฐบาลกลุ่มหนึ่ง มีอำนาจมหาศาล มีการโกงกินชาติ และบ้านเมือง เนื่องจาก อำนาจที่มีนั้น สามารถปกปิดสิ่งที่ตนทำได้ และประชาชน ไม่สามารถตรวจสอบ ข้อเท็จจริงนี้ได้ ก็จะทำให้ประชาชน เกิดความเคลือบแคลงใจ และส่งผลร้ายต่อไป ในอนาคตอย่างแน่นอน

การทำผิดที่กล่าวมาข้างต้น สามารถเชื่อมโยงได้กับ กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเขียนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เขียนขึ้น เพื่อเอื้อให้พวกพ้องของตนเองได้ประโยชน์ เช่น การเขียนกติกา การเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด และการออกกฎหมายเพื่อล้างกรรมการ การเลือกตั้งชุดเก่า ให้พ้นจากตำแหน่ง และเริ่มการสรรหาใหม่ รวมไปถึง การคัดเลือก ส.ว. ที่ คสช. คัดเลือกมาเอง 250 คน สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ากฎหมายต่างๆ หรือกฎกติกาต่างๆ ที่ทางรัฐบาลได้เขียนขึ้นมาใหม่ มีการเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง หรือพวกพ้องของตน

ระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นการปกครองโดยยึดประชาชนเป็นหลัก หมายถึงประชาชนทุกคน มีอำนาจการตัดสินใจเท่าเทียมกัน แต่ระบอบการเมืองของประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดยการมีผู้แทนตัดสินใจแทนประชาชน ซึ่งตัวแทนนั้นอาจเล็งเห็นผลประโยชน์หรือไม่ก็ได้

แต่ในทัศนะของผู้เขียนสามารถมองได้ว่า ตัวของผู้แทนที่รวมกันเป็นรัฐบาลนั้นไม่ได้นึกถึงผลประโยชน์ของประชาชน ดูได้จากสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ประเทศไทยหรือหลายประเทศได้ประสบกับเชื้อไวรัสโควิด 19 นาๆ ประเทศต่างได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ และแพทย์หลายประเทศได้ให้ความร่วมมือกัน

แต่ในไทยถึงแม้ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่กระจายของไวรัส รัฐบาลไม่ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบของประชาชน และไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน ดูได้จากการส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศ หรือมีการขึ้นราคาของหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ ซึ่งรัฐบาลสามารถกำกับดูแลสิ่งเหล่านี้ได้ แต่ผู้เขียนไม่เห็นถึงการกระทำของรัฐบาลนอกจากคำพูดที่ออกมาจากสื่อโทรทัศน์ หรือสื่อต่างๆ

หากสนใจเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

สนับสนุนบทความโดย Joker Game   joker game  ,  joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *