ผักสีม่วง




ผักสีม่วง

ผักสีม่วง แอปเปิ้ล (Apple) เป็นผลไม้ที่มีรสชาติ อร่อย มีกลิ่นหอม มีพลังงานต่ำ เพราะเป็นน้ำตาลฟรักโทส ซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานอย่างช้าๆ และยังมี เพคติน ที่ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ช่วยทำให้ไม่รู้สึกหิว จึงเหมาะจะเป็นผลไม้ทีใช้ทานเวลาต้องการควบคุมน้ำหนัก โดย แอปเปิ้ลก็มีหลายสีหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสีก็จะให้สรรพคุณที่โดดเด่นแตกต่างกันไป
มาดูกันว่าแอปเปิ้ลแต่ละสี จะมีสรรพคุณต่างกันอย่างไร
แอปเปิ้ลสีเขียว – มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอม มีน้ำตาลน้อยและให้พลังงานน้อยที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลทั้งหมด รวมถึงยังมีใยอาหารมาก จึงทำให้อยู่ท้อง อิ่มเร็ว ลดความอยากอาหารเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

แอปเปิ้ลสีแดงเข้ม – จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด รวมไปถึงมีวิตามินซีมากที่สุดกว่าทุกสี อุดมไปด้วยคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวเต่งตึง สดใส เปล่งปลั่ง ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งรวมไปถึงโรคหัวใจ อีกทั้งแอปเปิ้ลสีแดงยังช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำอีกด้วย
แอปเปิ้ลสีชมพู – มีวิตามินซีที่สูงเพียงพอต่อความต้องการของคนที่ควรจะได้รับใน 1 วัน ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง รวมถึงยังลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งอีกต่างหาก รวมทั้งมีสารฟิโนลิกที่ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง
แอปเปิ้ลสีเหลือง – แอปเปิ้ลสีนี้มักไม่ค่อยพบเจอในท้องตลาดมากนัก โดยแอปเปิ้ลสีเหลืองจะมีเส้นใยสูง ช่วยในการล้างสารพิษจาตับ ช่วยในการบำรุงสายตา และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคต้อกระจก
เคล็ดลับในการทานแอปเปิ้ล ควรทานทั้งเปลือกเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินต่างๆ หากเราต้องการคั่นทำเป็นน้ำ ควรจะปั่นทั้งเปลือกเพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่


มะยม (Star Gooseberry) จะมีรสชาติหวานอมฝาด มะยมจัดเป็นต้นไม้ที่มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยตัวผู้จะมีดอกเต็มต้น แต่ตัวเมียจะมีดอกน้อยกว่า โดยสรรพคุณทางการแพทย์มะยมตัวผู้จะมีประโยชน์สูงกว่าเนื่องจากใบและรากจะให้สรรพคุณทางยาที่มากกว่า ลักษณะของผลอ่อนจะมีสีเขียว พอแก่จะกลายเป็นสีเหลืองหรือขาวอมเหลือง ตามความเชื่อโบราณ จัดได้ว่ามะยมเป็นต้นไม้เป็นไม้มงคล ที่ช่วยปกกันสิ่งที่ไม่ดีไม่ให้เข้ามากล้ำกราย
สรรพคุณและประโยชน์ของมะยม
– มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่และช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ
– ช่วยในการปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย
– บำรุงโลหิตและเป็นยาอายุวัฒนะ เพียงนำผลมะยมแก่มาดองในน้ำเชื่อม แล้วรับประทานวันละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุกวัน
– นำเปลือกของลำต้น มาต้มน้ำดื่ม จะช่วยแก้ไข้ทับระดูได้
– มีวิตามินซี สูง ทำให้ไม่เป็นหวัด
– เป็นยาระบายอ่อนๆ
– แก้เบาหวาน ด้วยการนำใบสดและรากใบเตยมาต้มน้ำดื่ม จะกระตุ้นการทำงานของตับ ปรับสู่ภาวะสมดุล สามารถผลิตน้ำตาลเองได้โดยไม่ต้องใช้อินซูลินจากภายนอก
– ช่วยในการลดความดัน ให้ใช้ใบมะยมแก่ 1 กำมือ ต้มพร้อมน้ำตาลให้เดือด นำมาดื่มเป็นประจำ จะช่วยปรับความดันลงมาให้เป็นปกติ

มะยมกับความสวยความงาม
– มีวิตามินอี และ วิตามินซีสูง สามารถนำมาขัดผิวกายได้ ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวกระจ่างใส
– ลดการเกิดสิว เนื่องจากมีสารในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้หน้าตาใส ไร้สิว ผิวพรรณเนียนนุ่ม
ปัจจุบันจะพบให้อาหารเสริม ที่มีสารสกัดจากมะยมผสมอยู่ด้วย แสดงให้เห็นถึงประโยชน์อันมากมายของมะยมนั่นเอง

ทับทิม (Pomegranate) เป็นผลไม้เมืองหนาว ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศแถบเปอร์เซียหรือประเทศอิหร่าน บริเวณเทือกเขาหิมาลัย ภายในผลนั้นจะมีลักษณะเป็นเมล็ดสีแดงอมชมพูโปร่งแสง สวยงามราวกับอัญมณี จัดเป็นผลไม้มงคล ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารแทนนิน (Tannin) จัดเป็นสารที่เป็นกรดอ่อน มีรสฝาด มีสรรพคุณออกฤทธิ์ในการรักษาโรคท้องเสีย และสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ โดยเปลือกของผลทับทิมตาแห้ง จะช่วยแก้โรคท้องเดิน โรคบิต รวมไปถึงมีคุณสมบัติลดการอักเสบ ต่อต้านและยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้
อีกทั้งยังมีวิตามินซีและเกลือแร่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย โดยมีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ผลทับทิม อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

ที่ช่วยในการลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยขจัดไขมันส่วนเกินอย่างได้ผล ทำให้ระบบฟอกโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการไหลเวียนของเลือด และช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล นอกจากนี้ยังช่วยในการปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนในเพศหญิงอีกด้วย

– บำรุงสายตา สำหรับใครที่อยู่หน้าจอคอม นานๆ รวมไปถึงผู้ที่ต้องใช้สายตาบ่อย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ หรือดูภาพยนตร์ ควรรับประทานทับทิมเป็นประจำ เพราะทับทิมจะช่วยในการบำรุงและฟื้นฟูสายตา ช่วยลดอาการเมื่อยล้าทางสายตาได้เป็นอย่างดี


– ลดความดันโลหิตสูง ควรทานเป็นประจำ เพราะมีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตสูงได้


– ผิวหน้าเนียนใสด้วยทับทิม ให้นำเมล็ดทับทิมมาคั่นเอาแต่น้ำ ทาให้ทั่วใบหน้า วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น หรือ ก่อนนอน ทำเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวหน้าเนียน กระชับ สดใส เปล่งปลั่ง อีกทั้งยังมีเปลือกทับทิมยังมีสารแทนนิน ที่ช่วยในการเกิดสิว ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การเลือกรับประทานผักผลไม้ในปัจจุบันมีแนวทางมากมายแตกต่างกันไปแล้วแต่ความต้องการ เพราะมีผักผลไม้ให้เลือกหลากหลายชนิด ตามแต่ความชอบของบุคคลแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ผักแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนหนึ่งที่สามารถแยกความพิเศษของผักผลไม้ได้ และเป็นสิ่งที่เราสามารถเห็นได้ชัดเจนก็คือ “สี” นั่นเอง

สีของผลไม้ที่แตกต่างกัน ย่อมให้ประโยชน์เชิงสุขภาพที่แตกต่างกันไปด้วย ในวันนี้จะขอกล่าวถึงประโยชน์ของผักผลไม้ที่มี “สีม่วงหรือสีแดงเข้ม” ซึ่งถือว่าเป็นผักผลไม้ที่เป็นส่วนน้อยในทั้งหมด แต่คุณประโยชน์ของพวกเขามากมายเกินกว่าที่คุณอาจจะเคยรับรู้ ผักผลไม้สีแปลกเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไรบ้างนะ มาลองหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

ผักสีม่วง
ผักสีม่วง — ภาพจาก : ppseeds.com/product/997/whole-1-oz-กะหล่ำปลีสีม่วง-purple-cabbage

การที่ผักหรือผลไม้มีสีเข้มแบบสีม่วงหรือสีแดง หมายความว่าในผักหรือผลไม้ชนิดนั้นๆมีส่วนผสมของสารสำคัญบางประการ นั่นก็คือ “แอนโทรไซยานิน” สารตัวนี้เป็นสารสำคัญที่พบได้ในข้าว rice berry แครอทม่วง กะหล่ำปลีม่วง รวมไปถึงผักผลไม้อื่นๆที่มีสีม่วงหรือสีแดงเข้ม

ตัวอย่างของผักผลไม้ที่มีสีม่วงที่เราจะยกที่มาอธิบายให้ฟังในวันนี้จะเป็นประโยชน์ของเจ้ากะหล่ำปลีสีม่วง ที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่กล้ากินเพราะกลัวสีสันที่ฉูดฉาด แต่ถ้าอ่านประโยชน์ของมันแล้ว อาจจะรีบกลับไปหากินโดยด่วนก็เป็นได้ ประโยชน์ของมันมีดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร หลายคนต้องทนทรมานกับการมีแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่มีผลทำให้รู้สึกแสบท้องตลอดทั้งเวลาที่หิวหรืออิ่ม จะกินจะนอนก็ลำบาก วิธีแก้ขั้นต้นให้ลองหันทานกะหล่ำปลีสีม่วงดูสิคะ เพราะในผักชนิดนี้มีสารสำคัญที่มีหน้าที่ในการสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้น หากรับประทานกะหล่ำปลีสีม่วงเข้าไปก็จะช่วยให้แผลที่อยู่ในกระเพาะอาหารค่อยๆสมานและช่วยให้อาการปวดท้องที่เคยเป็นจางหายไปได้ ไม่เพียงเท่านั้นกะหล่ำปลีสีม่วงยังมีสารอินไทบินที่ทำหน้าที่กระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด เพื่อหล่อเลี้ยงระบบย่อยอาหารในร่างกาย การที่เลือดไหลเวียนอย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้การย่อยอาหารของร่างกายดีมากขึ้นได้นั่นเอง
  2. แก้แฮงค์หลังดื่มหนัก หลังจากปาร์ตี้หนักๆจบลง หลายคนอาจจะต้องมองหาตัวช่วยในการแก้แฮงค์ ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่มีความสามารถในการแก้ไขและช่วยเสริมประโยชน์ให้แก่ร่างกายได้ ก็คือเจ้ากะหล่ำปลีตัวนี้นี่เอง วิธีการก็คือ รับประทานกะหล่ำปลีควบคู่ไปกับการดื่มเลย เพราะการที่ผักชนิดนี้มีน้ำเป็นองค์ประกอบค่อนข้างมาก มันก็จะช่วยเจือจางปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ซึ่งมีผลทำให้การดื่มของคุณจะมีความสุขมากยิ่งขึ้นได้ หรือสามารถดื่มได้มากขึ้นกว่าเดิม
  3. บำรุงทารก ข้อนี้มีประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพราะอาหารที่คุณแม่ควรบริโภค ก็คือกะหล่ำปลีสีม่วง เนื่องจากเป็นผักที่มีกรดโฟลิคสูง ซึ่งกรดตัวนี้เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของสมองของเด็กทารก รวมไปถึงการสร้างอวัยวะต่างๆในช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ มากไปกว่านั้น ยังช่วยป้องกันความผิดปกติของ DNA ได้ด้วย จึงอาจเรียกได้ว่าการรับประทานกะหล่ำปลีสีม่วงของคุณแม่ จะช่วยให้ลูกน้อยเติบโตทางร่างกายและสมองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
  4. ช่วยบำรุงประสาท ในกะหล่ำปลีชนิดนี้จะมีวิตามินซีที่สูงมากกว่ากะหล่ำปลีชนิดอื่นๆถึงประมาณ 2 เท่าตัว การที่ได้รับวิตามินซีที่สูงมากกว่าเดิมย่อมมีส่วนช่วยในการบำรุง รวมไปถึงช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินซี เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น

แม้ว่ากะหล่ำปลีสีม่วงจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ต้องระวังเรื่องของวิธีการในการเตรียมก่อนการรับประทาน เพราะการรับประทานกะหล่ำปลีสีม่วงให้ได้ประโยชน์ที่สุด ควรนำผักชนิดนนี้ไปลวกหรือทำให้สุกก่อนรับประทาน ทั้งนี้ ก็เพื่อทำลาย “สารกอยโตเจน” ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในกะหล่ำปลีดิบและเป็นสารอันตรายที่มีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์นั่นเอง

ผักสีม่วง
ผักสีม่วง — ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=U0rca9AWEj4

ผักผลไม้ที่มีสีม่วงหรือสีแดงเข้มยังมีอีกมากมายหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นสีพิเศษที่คุณไม่ค่อยได้เห็นกัน แต่ก็ล้วนเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีคุณภาพดีทั้งนั้น และสารอาหารเหล่านี้ก็มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายแต่อาจจะมากน้อยต่างกันไปตามขนิด ขนาด และแหล่งเพาะปลูก

ไม่ว่าจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ แครอทม่วง หรือ กะหล่ำปลีสีม่วง ก็ถือเป็นแหล่งของสารอาหารชั้นดีที่มีแอนโทรไซยานินทั้งนั้น เพียงแค่เลือกเติมสีสันให้มื้ออาหารของคุณมีความหลากหลาย ไม่เฉพาะแต่เพียงสีม่วงเท่านั้น แต่สีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียว ก็ล้วนมีประโยชน์ และมีสารอาหารแตกต่างกันไป ถ้าจะให้ที่สุด ก็ควรทำให้มื้ออาหารของคุณมีความสมดุลของสีทุกๆสี โดยไม่เลือกรับประทานอาหารใดอาหารหนึ่งซ้ำๆติดต่อกันนานๆ เพราะนอกจากประโยชน์ทางสารอาหารที่ได้ไม่ครบถ้วนแล้ว ยังเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษจากที่เดิมๆด้วย

Related Post

นิสัยเสียเลิกซะพฤติกรรมฟุ่มเฟือยนิสัยเสียเลิกซะพฤติกรรมฟุ่มเฟือย



ในวันนี้ทางเว็บไซต์ของเรานั้น จะขอนำเสนอข้อมูลดีๆ ให้กับทุกท่าน ที่จะทำให้ทุกท่านนั้น ลดละเลิกนิสัยฟุ่มเฟือย ของทุกท่านเอง