ฝึกทักษะพัฒนาสมอง EF กัน




ฝึกทักษะพัฒนาสมอง EF กัน

 ฝึกทักษะพัฒนาสมอง EF กัน

 ฝึกทักษะพัฒนาสมอง EF กัน ถามตัวเองได้ชัดเจน ว่าทำไมเลือกเรียนคณะนี้ สาขานี้ อยากได้ผลอะไรจากการเรียน เช่น อยากเรียนจบ อยากทำให้ตัวเองและพ่อแม่ภูมิใจ อยากทำงานที่ตัวเองชอบ ตั้งเอาไว้เป็นเป้าหมายสูงสุดค่ะ จากนั้นมาดูเป้าหมายรอง winner55

คือ ปีนี้ อยากเรียนได้เกรดเท่าใหร่ มีเป้าหมายอยากจะทำอะไรสำเร็จบ้าง เมื่อตั้งเป้าหมายแล้ว ก็ต้องมาทำรายการ งานที่ต้องทำเพื่อจะไปสู่เป้าหมาย ว่าต้องทำอะไรบ้าง เช่น ต้องส่งงานอะไรบ้าง มีสอบวันใหน ไล่เรียงมาแต่ละงาน แล้วสุดท้าย คือ การลำดับความสำคัญของงาน และเวลาที่ต้องทำก่อนหลัง

2. วิธีการเรียนเก่ง ต้องวางแผนล่วงหน้า

จากงานแต่ละชิ้น ที่จัดลำดับเอาไว้แล้วในข้อ 1) ให้ทำตารางขึ้นมา 3 ตารางค่ะ

  • ตารางที่ 1) ตารางแผนการเรียนของเทอมนั้น แบ่งเป็นสัปดาห์ มีสอบสัปดาห์ใหน มีส่งรายงานเมื่อใหร่ จะใช้เวลาช่วงใหนในการทบทวนบทเรียน จะไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน ไปงานแต่งงานญาติ เขียนลงในตารางให้หมดค่ะ
  • ตารางที่ 2) ตารางประจำสัปดาห์ ลงตารางเรียน เวลาเข้าร่วมกิจกรรมชมรม เวิร์คช๊อป เวลาอ่านหนังสือ เรียนพิเศษ เล่นกีฬา พักผ่อน ( มีผลการวิจัย สนับสนุนว่า ในหนึ่งสัปดาห์ นักเรียนควรมีวันที่ไม่ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเรียนเลย อย่างน้อย 1 วัน จะเรียนได้ผลดีกว่า ให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนบ้าง)
  • ตารางที่ 3) ตารางกิจกรรมรายวัน หรือ จะอยู่ในรูปแบบของไดอารี่ ก็ได้ค่ะ จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำรายวัน แล้วเมื่อทำแล้วก็ขีดฆ่าออก เมื่อทำงานแต่ละชิ้นเสร็จ อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยนะ

3. เข้าใจการทำงานของสมองของตัวเอง

สมองคนเราทำงานไม่เหมือนกันค่ะ บางคนชอบอ่านหนังสือตอนเช้า บางคนต้องตอนดึก บางคนอ่านหนังสือได้ทีละนานๆ บางคนได้ 20 นาที บางคนต้องติวกับเพื่อน บางคนก็ต้องทำความเข้าใจคนเดียว ค้นหาการทำงานของสมองตัวเองได้เจอค่ะ

4. Learn how to learn หรือ ฝึกสมองให้เรียนรู้ ที่จะเรียน

มีตัวอย่างแนะนำค่ะ

  • อ่านบทเรียนล่วงหน้า ก่อนที่จะเข้าเรียนเรื่องนั้น ๆ อย่างน้อยก็จะได้มีไอเดียคร่าวๆ ว่าจะเรียนเรื่องอะไร
  • จดโน้ตแบบมีประสิทธิภาพ พยายามหาจุดเชื่อมโยงเรื่องคล้ายกัน มาไว้ด้วยกัน เพื่อสมองจะได้จำข้อมูลน้อยลง
  • จัดเวลาสำหรับทบทวนบทเรียนบ่อย ๆ จะดีกว่า มาทบทวนครั้งเดียวก่อนสอบ เพราะการทบทวนบทเรียนบ่อยๆ สมองจะเอาข้อมูลส่วนนั้นไปที่ Long Term Memory ไม่ใช่ที่ Short Term Memory ที่แป็บเดียวก็ลืม
  • จับกลุ่มกับเพื่อนๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน บางอย่างที่เราจำได้ เพื่อนอาจจะจำไม่ได้ และเพื่อนอาจจะจำสิ่งที่เราพลาดไปได้ค่ะ

คำแนะนำดีๆ นี้ มาจากโครงการปฐมนิเทศ นักศึกษาเรียนต่อประเทศออสเตรเลีย เรียนต่อต่างประเทศ ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ มหาวิทยาลัยเจมส์ คุก มหาวิทยาลัยระดับ Top 4 % ของโลก

1) อธิบายให้คนอื่นฟัง

การที่ต้องอธิบายให้คนอื่นฟัง เป็นการบังคับให้คุณเรียบเรียงความคิด และกระบวนการเรียบเรียงความคิดนั่นเอง ที่จะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้น และ จำได้ดีขึ้นอีกด้วย

2) คบเพื่อนฉลาดๆ 

บางทีคุณก็ไม่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างเอง คบเพื่อนฉลาดๆ แล้วก็เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขาให้ได้เยอะๆ 

3) ใช้เวลาบนอินเตอร์เนทให้มีประโยชน์มากขึ้น

หลายคนใช้เวลาจำนวนมากบนอินเตอร์เนทเพื่อความบันเทิงเช่น เล่น Facebook หรือดูคลิปตลก จะดีกว่าไหม ถ้าเราแบ่งเวลาส่วนหนึ่งบนอินเตอร์เนทเพื่อ อ่านบทความที่มีประโยชน์ หรือเรียนออนไลน์ 

4) จดสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ในวันนี้

หาสมุดโน๊ตสักเล่มนึง คอยจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน เพราะการจดนั้นจะทำให้คุณไม่ลืมที่จะที่นำความรู้ใหม่ไปใช้

5) จดสิ่งที่คุณทำสำเร็จ 

ส่วนสำคัญของความฉลาดเกินจากความมั่นใจและความสุข การที่คุณได้จดสิ่งที่คุณทำสำเร็จนั้นจะเป็นการย้ำเตือนว่า คุณเองก็เก่งไม่ใช่ย่อย

6) เล่นเกมส์ฝึกสมองให้มากขึ้น 

สมองก็เหมือนกับมีด ที่ยิ่งลับยิ่งคม รู้อย่างนี้แล้ว ว่างๆ ก็หาเกมส์ลับสมองอย่าง Crossword หรือ Sudoku มาเล่นบ้างนะ

7) ศึกษาเรื่องที่คุณไม่เคยสนใจมาก่อน

การทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวมานานทำให้ความคิดของเราถูกตีกรอบ เพราะฉะนั้นเราควรศึกษาเรื่องใหม่ๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์และความคิดให้กว้างขึ้น บางทีคุณอาจจะได้แนวคิดใหม่ๆ กลับมาทำงานก็ได้

ทำไม? เรียนมาเหมือนกัน แต่..เก่งต่างกัน
เรื่อง…นายฉลาดกันนายเฉลียว

เพื่อนรักสองคนได้สำเร็จการศึกษาจากสำนักเดียวกัน   
ได้เดินทางกลับถิ่นฐานของตน 

ในระหว่างทางก็เดินผ่านรอยเท้าสัตว์ชนิดหนึ่ง 

นายฉลาดได้พูดว่า “นั่นคือรอยเท้าช้าง” 
นายเฉลียวที่มาด้วยกันก็พูดขึ้นว่า “ใช่..ช้างจริง ๆ 
แต่ช้างตัวนี้มีงาข้างเดียว” 
และเมื่อเดินไปจนพบช้างตัวที่ว่า
ก็เป็นจริงดังที่นายเฉลียวบอก…

เดินไปอีกไม่ไกลก็พบหลุมเล็กที่มีน้ำขัง 
นายฉลาดพูดว่า “หลุมนี้เป็นหลุมปัสสาวะของผู้หญิง” 
นายเฉลียวก็ตอบว่า “ใช่..และยังเป็นหญิงตั้งครรภ์อีกด้วย” 

นายฉลาดประหลาดใจกับคำตอบทั้งสองครั้ง
ของนายเฉลียวมาก เพราะพบว่าเพื่อนของเขา
ทายได้ถูกทั้งสองครั้ง 

จึงพาลโกรธอาจารย์ของตนว่า…
ให้ความรู้กับตน  ไม่เท่ากับเพื่อน  
จึงชวนเพื่อนเดินทางกลับไปต่อว่าอาจารย์ที่สำนัก

เมื่อเล่าให้อาจารย์ฟังในสิ่งที่ตนคิด  ด้วยอารมณ์ที่รุนแรง อาจารย์รับฟังอย่างสงบ  และได้เอาเงินจำนวนหนึ่ง
มอบให้ศิษย์รักทั้งสอง  นำไปซื้อหม้อคนละหนึ่งใบ
จากร้านเดียวกัน  และจากนั้นให้ไปซื้อน้ำมันงา
จากร้านที่ได้ชื่อว่าราคาแพงแต่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า 
แล้วนำกลับมาให้อาจารย์ดูในบ่ายวันรุ่งขึ้น 

นายฉลาดรีบไปซื้อหม้ออย่างรวดเร็ว 
และเดินไปซื้อน้ำมันงาในร้านถัดไปทันที 

ส่วนนายเฉลียวไปซื้อหม้อด้วยกัน
แต่เดินกลับบ้านก่อน 
ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงค่อยไปซื้อน้ำมันงาจากร้านเดียวกัน

เมื่อถึงเวลา ที่ต้องนำมาส่งให้อาจารย์
นายฉลาดได้พบว่า…น้ำมันที่ตนซื้อ  มีน้อยกว่าของนายเฉลียวมากนัก  จึงได้ถามอาจารย์ด้วยความแปลกใจ 

จึงได้คำตอบว่า  นายเฉลียวได้นำหม้อที่ซื้อใหม่
ไปล้างเช็ดจนแห้งอย่างดี  เพราะรู้ถึงคุณสมบัติของหม้อใหม่ว่าหม้อใหม่มักจะดูดน้ำมากกว่าหม้อที่ได้รับการแช่และเช็ดให้สะอาดเสมอ…

ส่วนเหตุผลที่นายเฉลียวรู้ว่าช้างมีงาข้างเดียว 
เพราะตามทางเดิน นายเฉลียวสังเกตว่าต้นไม้ข้างทางเตียนไปเพียงข้างเดียว จึงรู้ว่าช้างมีงาเพียงข้างเดียว 

และสำหรับหลุมปัสสาวะของหญิงมีครรภ์นั้น 
เขาสังเกตว่า  หญิงมีครรภ์แก่จะมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก เวลานั่งจึงมักเอามือยันพื้นทรายไว้เพื่อเป็นการทรงตัว…

นายฉลาดละอายกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน
เป็นอย่างยิ่ง และได้เรียนรู้อย่างไร้ข้อสงสัยว่า.. 

…ในชีวิตที่ผ่านมา หากเขาเพียงนำแต่ความรู้ที่มี 
โดย..ไม่มีการสังเกตอย่างถ้วนถี่ ในรายละเอียดเล็กน้อย  ไปใช้แล้วละก็  ไม่ว่าจะทุ่มเทมากมายเพียงใด 
เขาก็คงไม่สามารถทำภารกิจนั้น
ให้ประสบควาสำเร็จสูงสุดอย่างที่ตั้งใจได้เลย

เขาจึงก้มกราบอาจารย์ที่ได้ให้ความรู้
อันล้ำค่าที่สุดกับเขา  

จากนั้นนายฉลาดจึงเลือกที่จะดำเนินชีวิต
อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน รับฟังในความคิดเห็นของผู้อื่น 

และไม่ลืมที่จะใช้..การสังเกต และ ความละเอียดรอบคอบเป็นเข็มทิศ  เพื่อใช้ในการตัดสินใจในทุกๆ อย่าง
ในชีวิตของเขา  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา…

วันนี้เราได้พาผู้อ่านทุกท่าน มาพูดคุยกับ คุณหมอ พญ.ธวลิดา เวชชวณิชย์ (คุณหมอยูมิ) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก แพทย์เจ้าของโรงเรียนเสริมสร้างพัฒนาการสมอง และอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ DoctorKidSchool หรือที่เรียกกันติดปากว่า บ้านคุณหมอ

ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านที่อยากให้ลูกเรียนเก่ง ฉลาด ให้ความไว้วางใจในการส่งลูกๆ ไปฝึกเรียน ฝึกเล่น ฝึกคิด ฝึกพัฒนาสมอง EF กับคุณหมอ คุณหมอเล่าว่า คุณหมอเป็นคุณหมอผิวหนัง เป็นแพทย์หัวหน้าศูนย์ความงาม รพ.เอกชนชื่อดัง มีคลินิกความงามของตัวเอง และเป็นแพทย์ที่ปรึกษาให้กับแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำหลายๆ แบรนด์ หลังจากเริ่มตั้งครรภ์และมีลูกฝาแฝดชาย-หญิง

เนื่องจากอยากให้ลูกเรียนเก่ง อยากให้ลูกฉลาด อารมณ์ดี มีความสุข จึงหันมาสนใจด้านพัฒนาสมอง EF ของเด็ก และได้ฝึกอบรมเรียนต่อยอดด้านผิวหนังเด็ก

และพัฒนาการเด็กเพิ่มเติม ทำให้ทราบถึงความต้องการและปัญหาของพ่อ แม่ ว่าต้องพบเจอกับอะไรบ้าง จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร “ทำอย่างไรให้ลูกเก่ง ฉลาด อารมณ์ดีและมีความสุข”

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy
gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slot

9 thought on “ฝึกทักษะพัฒนาสมอง EF กัน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post