ภาษากับการรับสารและการส่งสาร




ภาษากับการรับสารและการส่งสาร 

ภาษากับการรับสารและการส่งสาร ภาษาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อมนุษย์เพราะทุกคนต้องใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการรับสารและการส่งสาร การเรียนรู้เพื่อเข้าใจคำและความหมายของภาษาอย่างละเอียดลึกซึ้ง ย่อมก่อให้เกิดความสำเร็จในการการติดต่อสื่อสารเป็นอย่างยิ่ง แต่ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เพียงพูดกันรู้เรื่องเท่านั้น แต่ต้องขยายขอบเขตถึงระดับของการรับรู้รสของคำและความหมาย                            

              ๑. วิวัฒนาการของภาษาไทย ภาษาไทยในปัจจุบันมีวิวัฒนการ ด้านการใช้ภาษามาเป็นลำดับ เช่น คำว่า “ผู้หญิง” ในสุโขทัย “ผู่ญีง” ซึ่งจะเขียนแตกต่างจากปัจจุบัน ซึ่งจะเขียนแตกต่างกันจากปัจจุบัน               ๑.๑ การเปลี่ยนแปลงทางหน่วยเสียงพยัญชนะ ในสมัยโบราณคนไทยออกเสียงคำในภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศบางคำไม่ชัดเจน จึงใช้วีการออกเสียงให้ใกล้เคียงคำ “การพูดแบบลากเข้าความ” เช่นคำว่า เจมส์ บรุ้ค ออกเสียงว่า ซีจำปลุ๊ก แต่ในปัจจุบันคนไทยสามารถเลียนสำเนียงภาษาต่างประเทสได้ชัดเจนเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น จึงทำให้เกิด ฟลอร์ ดราฟต์ บราวน์ เป็นต้น                                                      

                 ๑.๒ การเปลี่ยนแปลงทางหน่วยคำและความหมาย เช่นคำว่า เกม หมายถึง การละเล่น หรือการแข่งขัน ปัจจุบันคนไทยเติมเสียง /ส/ หรือ /s/ ลงในท้ายคำต่างๆ เพื่อแสดงความเป็นพหูพจน์ ดำคำว่า เกมส์ มันส์ ซ่าส์ เป็นต้น ซึ่งผิดไวยากรณ์ไทย รวมทั้งสร้างคำทับศัพทืขึ้นมาใช้ในงานหรือสาขาวิชาต่างๆ เช่น โนว์ฮาว แฟรนไชส์ แคมเปญ เครดิต การ์ด นาโน                                                   

           ภาษาวัยรุ่น เช่น คิกขุอาโนเนะ แห้ว กิ๊บเก๋ ยูเรก้า วัยจ๊าบ เจ๋งเป้ง                                                  ภาษานักวิชาการ เช่น องค์ความรู้ พฤติกรรม เจจตคติ ทัศนคติ สังกัป                  

                                      ภาษานักธุรกิจ เช่น เทคโอเวอร์ คอนเฟิร์ม แคนเซิล แคมเปญ โปรโมชั่น                              ภาษานักเรียน-นักศึกษา เช่น โดดร่ม อิ๊งค์ แม็ท ไทร์ เฟรสซี่ รีไทน์ ดร็อป                                                 ภาษานักหนังสือพิมพ์ เช่น ตีแสกหน้า ล้วงลูก เจ๊ากันไป ล้างบาง ๔ โจรดับอนาถ อุ้ม ฆาตกรรม                 ภาษาโฆษณา เช่น คุณภาพซื่อสัตย์ราคายุติธรรม ใกล้ชิดเพื่อความใกล้ชิด ความสุขที่คุณดื่มได้                                        ภาษานักกฎหมาย เช่น สินสมรม อาวัล ครอบครอง ปรปักษ์ โมฆียะ รอลงอาญา                                                              ภาษานักการตลาด เช่น โปรโมท วางบิล พี.อาร์. โชว์ห่วย โปรโมชั่น เซลส์แมน                     ภาษากลุ่มบุคคลรักเพศเดียวกัน เช่น แอ๊บ เก็บเวิร์บ แฮ็บ ชะนี ชงค์ เริ่ด เดิ้น                                                         ภาษาวงการบันเทิง เช่น หลังไมค์ ออนแอร์ ท็อปฮิต แมวมอง เทค ดี.เจ.                                                   ภาษานักบัญชี เช่น เครดิต วางบิล โสหุ้ย โบนัส เงินคงคลัง ทุน ค่าเสื่อม                                    ภาษานักคอมพิวเตอร์ เช่น ดิสก์ ไฟล์ ไอคอน เว็บไซต์ ฮาร์ดดิสก์ ซอฟต์แวร์                                                         ภาษานักกีฬา เช่น ฟรีคิก โชว์ฟอร์มสด ดาวซัลโว แจ้งเกิด ลูกล้ำหน้า                                                            ภาษานักคณิตศาสตร์ เช่น อนุมาน เซต ค่าเบี่ยงเบน สถิติ ค่าเฉลี่ย                                                         ภาษาช่าง เช่น เปิดกระโปรง ช่วงล่าง เสียศูนย์ สายพาน หัวเทียนบอด                        ภาษาพ่อค้าแม่ค้า เช่น ไม่ได้บอกผ่าน เฮง เซ็งลี้ฮ้อ ประเดิมราคากันเอง                                           ภาษนักการเมือง เช่น หมกเม็ด กางมุ้ง เกาเหลา ดาวสภา คืนหมาหอน                      ภาษาแพทย์ เช่น เอกซเรย์ กายภาพบำบัด โอ.พี.ดี ไอ.ซี.ยู พิการซ้ำซ้อน                                      

                                    ๑.๓ การเปลี่ยนแปลงลักษณะการเรียงประโยค การเรียงประโยคในภาษาไทยถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ทราบว่า ใครเป็นผู้กระทำ และใครเป็นผู้ถูกกระทำ คำขยายจะต้องอยู่หลังคำนามและคำกริยา                       การใช้สำนวนภาษาอังกฤษในภาษาไทย การเขียนภาษาไทยที่มีรูปแบบการเรียงประโยคเหมือนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษมาใช้เขียนประโยคภาษาไทย ซึ่งจะพบมากในสื่อประเภทหนังสือพิมพ์                          

๒. ความหมายของภาษา ภาษาเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้แสดงความรู้สึกนึกคิดและทำความเข้าใจซึ่งกันและกันทุกภาษาจะมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง รวมทั้งมีถ้อยคำ สพนวนโวหารที่ไพเราะลึกซึ้ง ภาษาจึงเป็นความงามทางวรรณศิลป์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาใช้ในการสื่อสาร สำหรับบทบาทและหน้าที่ของภาษา        

          – เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งโดยใช้การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ซึ่งทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือสัญชาตญาณได้                  

     – ภาษามีโครงสร้างที่เป็นระบบและยังมีกฏเกณฑ์ทางไวยากรณ์ที่แน่นอน ภาษามมีเสียงและมีความหมายที่สามารถรับสารและส่งสารได้อย่างชัดเจน                                                                

       – ภาษามีสอดคล้องกับสภาพสังคมและวัฒนะรรมในแต่ละท้องถิ่น                                              

 – ภาษามีการเปลียนแปลงและพัฒนาไปตามกาลเวลา                                                                                               

      ๒.๑ การศึกษาคำและความหมายของคำในภาษาไทย แบ่งออกเป้น ๔ ประเภท ได้แก่                                     

           – คำที่มีความหมายโดยอรรถ หมายถึง คำที่มีความหมายตรงตามตัวอักษรที่เขียนและถ้อยคำที่พูด               

     – คำที่มีความหมายโดยนัย หมายถึง คำที่มีความหมายไม่ตรงตามตัวอักษรที่พูดหรือเขียน                                             

      – คำที่มีความหมายโดยบริบท หมายถึง คำที่อาศัยข้อความแวดล้อมในประโยคเป็นตัวกำหนด                       – คำที่มีความหมายโดยจิตประหวัด หมายถึง คำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิดและจิตใจ

๓. ระดับของภาษา ในการรับสารและส่งสารด้วยภาษาไทยควรใช้ภาษาให้ถูกต้องและเหมาะสมกับบุคคล เวลา โอกาสและสถานที่ กล่าวคือ ในโอกาสที่เป็นพิธีการของทางราชการ จะต้องใช้ภาษาที่เป็นศัพท์เฉพาะ เช่นกล่าวถวายราชสดุดี กล่าวสุนทรพจน์ การแสดงปาฐกถา                                                                                                                                                                        

           

                ๓.๑ ภาษาแบบแผน หมายถึง ภาษาที่ใช้ในงานพิธีการหรืองานที่จะต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการ                                                                                                                                                      ๓.๒ ภาษากึ่งแบบแผน หมายถึง ภาษาที่ใช้ในการเขียนหรือพูดในทางวิชาการหรือใช้ในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน                                                                                                             

        ๓.๓ ภาษาปาก หมายถึง ภาษาที่ใช้เฉพาะกลุ่ม รวมทั้งคำสแลง คำผวน จะใช้กับบุคคลที่รู้จักคุ้นเคย หรือใช้ในการสนทนาอย่างเป็นกันเอง                                                           

๔. ความหมายของการรับสารและการส่งสาร คำว่า “การรับสสารและส่งสาร” หมายถึง การส่งข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อชนิดต่างๆ เช่น ตัวหนังสือ รูปภาพ ท่าทาง สัญลักษณ์ ไปถึงอีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นจุดหมายปลายทาง การสื่อสารที่ดีผู้ส่งสาร ควรทราบปฏิกิริยาตอบรับทันทีเสร็จสิ้นการสื่อสาร เพื่อจะได้ทราบว่า “สาร” ที่ส่งมานั้นบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เช่นข้อความโฆษณาผงซักฟอก                        

๕. องค์ประกอบของการรับสารและการส่งสาร มีด้วยกัน ๔ ประการ ดังนี้     

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo

                                                                                                                                                                              

ป้ายกำกับ:

Related Post