ยกขึ้นภูเขา..




ยกขึ้นภูเขา..

ยกขึ้นภูเขา..

ยกครกในยอดมา…

ร้านส้มตําตึกแถวเจ้าเก่าเข้าห้างหรู ตํามั่ว ตั้งตัวจากความไม่เก่งธุรกิจแต่ไม่กลัวของ “ศิษุวัต ชัชวาล” แค่เปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่winner55อง ยอดขายก็กระเตื้องไปถึงพันล้าน ส้มตําจานนี้แซ่บเว่อร์

“แม่ทําร้านส้มตํามา 20 ปีแต่ทําไมไม่เคยมีใครจําแบรนด์แม่ได้ ทั้งที่ ชื่อร้านก็มีอยู่หน้าร้าน”…คําถามจากลูกแม่ค้าลอยวนเวียนไปมาอยู่อย่าง นั้นนานหลายปีเพราะแม่เองก็ไม่มีและไม่คิดที่จะหาคําตอบ กระทั่งถึงวันที่ ลูกชายเติบโตเพียงพอทั้งประสบการณ์และความคิดไอเดียธุรกิจชนิดยก ครกขึ้นสู่ยอดเษาจึงบังเกิด

ร้านส้มตําตึกแถวเจ้าเก่าแก่ย่านอนุบาลปทุมธานี่ที่เดิมมียอดขาย ต่อเดือนเหนาะๆ ก็สองหมื่นบาทขึ้นไปซึ่งในเวลานั้นจัดว่าขายดีได้เดิน มาถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยลูกชายเจ้าของร้านคุณเบส-ศรุวัต ชัชวาล เมื่อวันที่เขาคิดสร้างรากฐานที่มีอยู่เดิมให้มั่นคงยิ่งขึ้นโดยการเปลี่ยนวิธี

เชิญมารีวิวอาหาร เพราะของพวกจะสื่ออะไรลูกค้าก็มาตามเวลานัดหมาย โพซิชันของเรามองที่จะมาทานร้านเราคือซีบวกและเราอยากได้ลูกค้า เสื้อต่อหัวสูงกว่าร้านส้มตําข้างทาง ก็เริ่มสตาร์ทจาก

รีวิวอาหาร เพราะของพวกนี้มันดาบสองคม ลาเราไปหลอกคนมาเยอะๆ ถ้าของไม่อร่อยมันก็จะมีปัญหา ถ้าจะไม่กลับมาทานอีก แต่ถ้าปากต่อปากว่าดี แล้วเขาเพื่อนเขาต่อ โอกาสที่จะยังยืนและสําเร็จจะสูงกว่า”

คือเวลาเราไปหลอกคน และลูกค้าจะไม่กลับมาท กลับไปบอกเพื่อนเขาส้มตํามันควรจะเกิดจากความต้องการของลูกค้าและ สไตล์ของร้าน ผมจึงออกแบบเคาน์เตอร์ส้มตํากลางร้าน เพื่อให้คนทํามีโอกาสกับปฏิสัมพันธ์คนทานได้ว่าเดินไปสิ่งได้ ผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของอาหารไทยสามเดือนแรกยอดขายหด จากเดือนละหลักหมื่นคืนกลับมาแค่หลักพัน

ช่วงแรกๆ ใช้เวลาสตาร์ทอัพประมาณ 3 เดือน เหมือนกับ ว่าลูกค้าคงช็อคว่าจากร้าน 3 คูหาเหลือ 1 คูหาเจ้งหรือเปล่า เปลี่ยนเจ้าของหรือเปล่า หรือยอดขายไม่ได้เป็นไปตามเป้า อันนี้ตัวผมเองเข้าใจเรื่องแบรนด์ว่าต้องรอคอยและการสื่อสาร เราก็เตรียมสื่อ เช่น ใบปลิว หนังสือพิมพ์ เมื่อวันหนึ่งที่เขารู้ว่าเรา กลับมาแบรนด์ประมาณ 3 เดือนลูกค้าก็เริ่มกลับมา เปิดร้าน 2.3 เดือนแรกมีรายได้ 4,000-5,000 บาทจากปกติขายได้ 20,00030,000 บาท อาจเป็นเพราะต้องรอให้ลูกค้าไปบอกต่อแบบ เม้าท์ทูเม้าท์ เพราะเราไม่มีโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงคนเข้ามา อาจ เป็นพราะว่าลูกค้าเข้าใจว่าเปลี่ยนเจ้าของไปแล้วซึ่ง เราก็ไม่ได้ ไปบอกว่าเป็นเจ้าเก่า เหมือนสร้างโปรดักส์ใหม่ขึ้นมาเลยแล้วก็ รอคอยให้ลูกค้าไปพูดต่อ ไม่ต้องติดภาพเดิม เพราะเราเชื่อมั่น ในรสชาติเราก็เลยไม่

ได้รีบร้อนที่จะไปดึงลูกค้ามาเร็ว แต่เรา ต้องการให้ลูกค้ามาทานแล้วบอกต่อเพราะเราเชื่อว่ามันยังยืน มากกว่า” ฟีดแบคเริ่มงยาย เปิดนายสาษาเดียวเริ่มไม่พอ

ร้านส้มตํามีความต้องการมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่มีใครตอบโจทย์ ที่ยกระดับร้านส้มตําได้จริงๆ ร้านส้มตํามันก็มีแวลู่ แค่คุณไม่ได้ สนใจเรื่องฟูดส์สไตลิส ไม่ได้สนใจเรื่องที่มาของวัตถุดิบ ไม่ได้มี ความเข้าใจในแบรนด์ และไม่ทําให้บรรยากาศร้านทําราคาได้ดี กว่าข้างทาง ผมเลือกที่จะใช้วัตถุดิบตัวเดียวกันในการทําอาหาร ได้หลายเมนูผมเลือกเฉพาะเมนูขายดีผมใช้คนที่พอดีกับจํานวน งาน เลือกที่จะให้ทําจํานวนรีเทิร์นเยอะขึ้น ทําไซส์ร้านให้พอดี กับยอดขาย นําความรู้จากการทํางานบริษัทมาใช้จริง อย่าง ตอนแรกแม่มี 50 โต๊ะ ผมใช้ 15 โต๊ะ แต่ได้ยอดขายเท่ากัน” ต่อยอดสู่แฟรนไชส์ vยายสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

“การเติบโตในช่วง 3 สาขาแรกของผมใช้เวลา 2 ปี เรา สตาร์ทอัพธุรกิจจนมั่นคงมั่นใจว่าการขยายมันจะไม่แชร์กับร้านแรก ชื่อเสียงมีมากพอที่จะเติบโต กําลังคนของเราก็มีมากพอที่จะ

เชิญมารีวิวอาหาร เพราะของพวกจะสื่ออะไรลูกค้าก็มาตามเวลานัดหมาย โพซิชันของเรามองที่จะมาทานร้านเราคือซีบวกและเราอยากได้ลูกค้า เสื้อต่อหัวสูงกว่าร้านส้มตําข้างทาง ก็เริ่มสตาร์ทจาก

รีวิวอาหาร เพราะของพวกนี้มันดาบสองคม ลาเราไปหลอกคนมาเยอะๆ ถ้าของไม่อร่อยมันก็จะมีปัญหา ถ้าจะไม่กลับมาทานอีก แต่ถ้าปากต่อปากว่าดี แล้วเขาเพื่อนเขาต่อ โอกาสที่จะยังยืนและสําเร็จจะสูงกว่า”

คือเวลาเราไปหลอกคน และลูกค้าจะไม่กลับมาท กลับไปบอกเพื่อนเขา

ส้มตํามันควรจะเกิดจากความต้องการของลูกค้าและ สไตล์ของร้าน ผมจึงออกแบบเคาน์เตอร์ส้มตํากลางร้าน เพื่อให้คนทํามีโอกาสกับปฏิสัมพันธ์คนทานได้ว่าเดินไปสิ่งได้ ผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของอาหารไทยสามเดือนแรกยอดขายหด จากเดือนละหลักหมื่นคืนกลับมาแค่หลักพัน

-ช่วงแรกๆ ใช้เวลาสตาร์ทอัพประมาณ 3 เดือน เหมือนกับ ว่าลูกค้าคงช็อคว่าจากร้าน 3 คูหาเหลือ 1 คูหาเจ้งหรือเปล่า เปลี่ยนเจ้าของหรือเปล่า หรือยอดขายไม่ได้เป็นไปตามเป้า อันนี้ตัวผมเองเข้าใจเรื่องแบรนด์ว่าต้องรอคอยและการสื่อสาร เราก็เตรียมสื่อ เช่น ใบปลิว หนังสือพิมพ์ เมื่อวันหนึ่งที่เขารู้ว่าเรา กลับมาแบรนด์ประมาณ 3 เดือนลูกค้าก็เริ่มกลับมา เปิดร้าน 2.3 เดือนแรกมีรายได้ 4,000-5,000 บาทจากปกติขายได้ 20,00030,000 บาท อาจเป็นเพราะต้องรอให้ลูกค้าไปบอกต่อแบบ เม้าท์ทูเม้าท์

เพราะเราไม่มีโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงคนเข้ามา อาจ เป็นพราะว่าลูกค้าเข้าใจว่าเปลี่ยนเจ้าของไปแล้วซึ่ง เราก็ไม่ได้ ไปบอกว่าเป็นเจ้าเก่า เหมือนสร้างโปรดักส์ใหม่ขึ้นมาเลยแล้วก็ รอคอยให้ลูกค้าไปพูดต่อ ไม่ต้องติดภาพเดิม เพราะเราเชื่อมั่น ในรสชาติเราก็เลยไม่ได้รีบร้อนที่จะไปดึงลูกค้ามาเร็ว แต่เรา ต้องการให้ลูกค้ามาทานแล้วบอกต่อเพราะเราเชื่อว่ามันยังยืน มากกว่า” ฟีดแบคเริ่มงยาย เปิดนายสาษาเดียวเริ่มไม่พอ

หากสนใจเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

สนับสุนนบทความโดย Joker Game   joker game  ,  joker slot


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post