รักข้างเดียว 片思い (คะตะโอโมอิ)




รักข้างเดียว 片思い (คะตะโอโมอิ)

รักข้างเดียว 片思い (คะตะโอโมอิ)

รักข้างเดียว 片思い (คะตะโอโมอิ) ความรัก คืออะไร? หลายคนสามารถตอบคำถามนี้ได้ โดยใช้ “หัวใจ” สัมผัสกับคำ ๆ นี้ และมีหลายคนเชื่อว่า ความรัก คือ การให้ ที่ยิ่งให้มาก ก็ยิ่งได้รับผลสะท้อนกลับมาสู่ตัวเองมากตามไปด้วย โดยเราอาจลืมไปว่า โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน

บางทีเราอาจจะได้เท่ากับสิ่งที่เราให้ไป หรือบางครั้งเราก็อาจไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลย นั่นเพราะความรักไม่ใช่คือ การให้ เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะเป็น ผู้รับ จากฝ่ายตรงข้ามด้วย

          หากว่าฝ่ายตรงข้าม ไม่ยอมให้เราเป็นผู้รับเลย วันหนึ่งเราก็อาจจะรู้สึกได้ว่า ความรักของเราไม่ใช่ รักแท้ ไม่ใช่ รักทน แต่เป็นการทนรัก จนวันใดที่ความรักและความอดทนของเราสูญสลายไปแล้ว สุดท้ายก็จะกลายเป็นความเสียใจ ที่ต้องเดินจากกัน แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้จักกับบทเรียนอีกหนึ่งบทของชีวิต และรู้ว่าสิ่งที่เราทุ่มเทอยู่นั้น ไม่ใช่ “รักแท้” ที่เราตามหา 

 เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การปล่อยมือ ปล่อยวาง และเดินจากกันไป อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเอง ค้นหาความหมายของคำว่า “รัก” ที่แท้จริงต่อไป 

          และมันก็ยังสอนให้เรารู้ว่า ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรกับ “ความรัก” สุดท้ายก็ต้องมีวันที่ต้องพลัดพรากจากกันไปอยู่ดี เชื่อหรือไม่ หรือหากยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง รักแท้ รักทน และการทนรัก ลองมาอ่านมุมมองของหมื่นตาที่มีต่อเรื่องความรัก แล้วเราจะได้รับความคิดดี ๆ เกี่ยวกับความรักมากขึ้น

การหาที่ให้ใจได้พักพิง ได้ยึดมั่นกับเหตุผลลมๆ แล้งๆ

ซึ่งจริง ๆ แล้วเราเอา “เหตุผล” มาเทียบกับ “ความรู้สึก” ไม่ได้ เพราะเหตุผลไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง และต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างมอง ถึงแม้จะเป็นคนรักกันก็เถอะ ในเมื่อคิดจะรักแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปครุ่นคิดหาเหตุผล

เพราะความรักคือเหตุผลของทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอไป ไม่ต้องมีที่มา ไม่ต้องหาที่ไป หากจะรักใครสักคน เรื่องของเหตุผลสำคัญน้อยกว่าจิตใจนะ (ขอบอก)

ที่สำคัญไม่ว่าจะ…รัก…หรือจะ…เลิก มันก็มีเหตุผลอยู่ในตัวมันเสมอ ขอเพียงแค่หัวใจได้รู้สึกว่า “รัก” ก็เพียงพอแล้ว ปล่อยให้หัวใจได้ทำหน้าที่ของมัน อย่าไปใช้ให้สมองสั่งการหัวใจเกินพอดี เพราะบางคนสามารถคิดหาเหตุผลให้กับความรักได้ทันที ในขณะที่อีกคนกลับคิดแล้วคิดอีกยังหาคำตอบไม่ได้เลย…

การหาที่ให้ใจได้พักพิง ได้ยึดมั่นกับเหตุผลลมๆ แล้งๆ

ซึ่งจริง ๆ แล้วเราเอา “เหตุผล” มาเทียบกับ “ความรู้สึก” ไม่ได้ เพราะเหตุผลไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง และต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างมอง ถึงแม้จะเป็นคนรักกันก็เถอะ ในเมื่อคิดจะรักแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปครุ่นคิดหาเหตุผล

เพราะความรักคือเหตุผลของทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอไป ไม่ต้องมีที่มา ไม่ต้องหาที่ไป หากจะรักใครสักคน เรื่องของเหตุผลสำคัญน้อยกว่าจิตใจนะ (ขอบอก)

ที่สำคัญไม่ว่าจะ…รัก…หรือจะ…เลิก มันก็มีเหตุผลอยู่ในตัวมันเสมอ ขอเพียงแค่หัวใจได้รู้สึกว่า “รัก” ก็เพียงพอแล้ว ปล่อยให้หัวใจได้ทำหน้าที่ของมัน อย่าไปใช้ให้สมองสั่งการหัวใจเกินพอดี เพราะบางคนสามารถคิดหาเหตุผลให้กับความรักได้ทันที ในขณะที่อีกคนกลับคิดแล้วคิดอีกยังหาคำตอบไม่ได้เลย…

รักแรก 初恋 (ฮัทสึโค่ย)

คำนี้น่าจะได้ยินกันบ่อยจากชื่อเพลง ชื่อหนัง First love นั่นเอง เกิดจากคำว่า 初 (ฮัทสึ) ที่แปลว่า ครั้งแรก + 恋 (โค่ย) ที่แปลว่า ความรัก หรือถ้าเอา 初 (ฮัทสึ) ต่อด้วย キス (คิสุ) ที่แปลว่า จูบ ก็จะกลายเป็น จูบแรก เป็นคำศัพท์ที่พบได้บ่อยในการ์ตูนสาวน้อยหวานแหวว

สำหรับคนที่แอบชอบต้องคำนี้เลย “คะตะโอโมอิ” ความหมายของคำนี้ตรงจนเจ็บจึ๊กเลยทีเดียวเพราะเป็นคำผสมระหว่าง 片(คะตะ) ที่แปลว่า ข้างเดียว + 思い (โอโมอิ) ที่แปลว่า คิด รวมแล้วเป็น….คิดไปข้างเดียว (ไม่ร้องนะคะทีมแอบชอบ)

ใจตรงกัน 両想い (เรียวโอโมอิ)

คำนี้เป็นคำที่ไพเราะมาก….ถ้าใครโชคดีได้สมหวังใจตรงกันกับคนที่ชอบก็คงแฮปปี้ดี๋ด๊าน่าดู คำที่เอามาประสมกันก็ช่างอบอุ่นสมเป็นคนมีคู่…. 両 (เรียว) ที่แปลว่า คู่ + 思い (โอโมอิ) ที่แปลว่า คิด ….. คู่คิดคู่รัก

รักสามเส้า 三角関係 (ซังคะขุคังเค)

三角(ซังคะขุ) สามเหลี่ยม + 関係 (คังเค) ความสัมพันธ์ = ความสัมพันธ์แบบสามเหลี่ยม (รักสามเส้า)
คำนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเหมือนภาษาไทยเราเลย แถมยังเปลี่ยนเป็น รักสี่เส้า รักห้าเส้า รักหกเส้า รักเจ็ดเส้า (เยอะไปล่ะ) ได้เหมือนภาษาไทยอีก โดยเปลี่ยนตัวเลขตรงหน้าคะขุที่แปลว่าเหลี่ยมมุมจะสาม สี่ ห้า หก หรือกี่เหลี่ยมก็ว่าไป —角 (—คะขุ) —เหลี่ยม แต่ยิ่งเยอะน่าจะยิ่งเรื่องแยะนะ….

มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน 友達以上恋人未満 (โทโมดาจิ อิโจ โคอิบิโตะ มิมัง)

อันนี้ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่คลุมเครือเหมือนเมฆหมอกเข้าปกคลุมเห็นอะไรไม่ชัดทำอะไรก็ไม่ได้เต็มที่จริงๆ (อินเนอร์มา) ใครตกอยู่ในสถานะแบบนี้ก็รีบเคลียร์ให้ชัดเจนนะคะ จะกลับไปเป็นเพื่อน หรือเขยิบขึ้นไปเป็นแฟน ตอบค่ะ!
แยกศัพท์คำนี้ให้เห็นกันชัดๆ ….
友達 (โทโมดาจิ) เพื่อน + 以上(อิโจ) มากกว่า + 恋人 (โคอิบิโตะ) แฟน + 未満 (มิมัง) ไม่เต็มไม่สุด

อกหัก 失恋 (ชิทสึเรน)

ไม่อยากให้เกิดคำนี้ขึ้นกับใครเลย… 失 (ชิทสึ) สูญเสีย恋 (เรน) ความรัก ….ก่อนจะชิทสึเรนต้องลองให้เต็มที่ก่อนนะคะ อย่าแพ้เพราะไม่ได้ลงแข่ง น่าเสียดาย น่าเสียดาย….. (ป๋าเบิร์ดมาแล้ว)

ซอเยจี นักแสดงสาวสวยผู้รับบท โกมุนยอง จากซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอยู่ในช่วงนี้  ด้วยคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงเปิดเผยรู้สึกอย่างไรก็พูดออกไปอย่างนั้น

อีกทั้งลุคในการแต่งตัวของเธอในเรื่องก็สวยสง่าสะกดสายตา จึงทำให้แฟน ๆ ซีรีส์ชื่นชอบตัวละครนี้กันเป็นอ่ย่างมาก Teen.mthai ขอนำประวัติฉบับย่อมาให้ได้รู้จักเธอพร้อมรวมภาพแฟชั่นการแต่งตัวในเรื่องมาให้ได้ชมกันด้วยค่ะประวัติ ซอเยจี (Seo Ye Ji)

ซอเยจี เกิดวันที่ 6 เมษายน 2533 ปัจจุบันอายุ 30 ปี เธอมีความฝันมาตลอดว่าต้องการเป็นประกาศข่าวโทรทัศน์  พอเรียนจบชั้น ม.ปลาย ที่เกาหลีใต้ เธอก็ได้ไปเรียนต่อที่ประเทศสเปนด้านสื่อสารมวลชน แต่หลังจากเรียนจบมีโอกาสได้เข้าสู่เส้นทางสายงานแสดง จากการชักชวนของ ซีอีโอของ Made in Chan Entertainment

จากนั้นมาก็เดบิวต์งานแสดงในปี 2013-2014 ซิทคอมเรื่อง Potato Star 2013QR3 ในปี 2013-2014 เป็นเรื่องที่ทำให้เธอได้โชว์ทักษะการใช้ภาษาสเปน

และที่สำคัญยังทำให้เธอหมดกังวลเรื่องปัญหาเสียงที่ก่อนหน้าเธอคิดว่าเป็นเสียงโทนต่ำดูไม่เป็นผู้หญิงซึ่งทำให้เธอไม่มั่นใจ จนได้มาเดบิวต์งานแสดง จึงทำให้เธอปลดล็อกความกังวลและมั่นใจว่า เสียงของเธอนั้นทำให้เธอมีจุดเด่นที่แตกต่าง จากนั้นมาซอเยจีก็มีผลงานออกมาเรื่อย ๆ

ซอเยจี เคยมีผลงานมาแล้วมากมาย ทั้งละคร ทีวีโชว์ ภาพยนตร์ แต่ทั้งหมดนั้นเธออาจจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่ากับ ผลงานล่าสุด It’s Okay to Not Be Okay ซีรีส์แนวโรแมนติกเยียวยาจิตใจ ผลงานการกำกับของพัคชินอู ร่วมกับ นักเขียนบท โจยง

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy
gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post