วิธีดูแลเงิน ให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ



วิธีดูแลเงินให้ปลอดภัย มีเงินออม ไม่โดนหลอก

ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ดังนั้น การโดนหลอกจากมิจฉาชีพจึงถือเป็นเรื่องง่ายมาก เราควรทราบ วิธีดูแลเงิน ให้ปลอดภัยจากการโดนหลอก เพื่อป้องกันไม่ให้เงินที่เราเก็บไว้หายไป วิธีดูแลเงิน มีหลากหลายวิธี ไปดูกันเลย

 1 รู้จักควบคุมการใช้จ่าย winner55

หรือถ้าเป็นไปได้ ควรทำบันทึกรับ-จ่ายของตนเองเพื่อให้รู้ว่ามีรายการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งบางรายที่ทำบันทึกพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพื่อสันทนาการมากเกินไป ซึ่งถ้าสามารถลดเรื่องสันทนาการลงได้ก็จะมีเงินออมเพิ่มขึ้น เมื่อจดบันทึกรับ-จ่ายแล้วมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นมากเกินไปก็ควรจะลดลง แต่ไม่ถึงกับตัดทิ้งเพื่อไม่ให้กระทบกับความสุขในชีวิต

และข้อควรรู้ในเรื่องการเงิน คือ ตั้งเป้าหมายในการออมเงิน ตั้งแต่ต้นปีหรือต้นเดือน หากไม่ตั้งเป้าหมายจะทำให้เกิดพฤติกรรมใช้ก่อนออม สุดท้ายก็จะไม่ค่อยเหลือเงินเก็บ โดยการออมที่เหมาะสมอาจจะเลือกออม 20% ของรายได้เพื่อความปลอดภัยในชีวิต

 2 จ่ายหนี้บัตรเต็มจำนวนและตรงเวลา 

ซึ่งผู้ที่อยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานมีเงินเดือน 15,000-18,000 บาทขึ้นไป สามารถมีบัตรเครดิตได้ และสินค้ายอดนิยมก็คือมือถือ บางรายซื่อมือถือราคา 30,000 บาท เมื่อถึงวันกำหนดชำระเลือกจ่ายขั้นต่ำ 10% มากกว่าจ่ายเต็มจำนวน และจ่าย 10% ของยอดไปเรื่อยๆเพราะคิดว่าค่อยๆจ่ายดีกว่า จะได้มีเงินก้อนเก็บไว้กับตัว

“ความคิดนี้ฟังดูน่ากลัวมาก และเป็นความคิดที่แพร่หลาย ทำให้มีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มทั้งค่าทวงถามและอัตราดอกเบี้ย และมีพฤติกรรมเอาหนี้มาต่อหนี้ไปเรื่อยๆซึ่งความจริงแล้วต้องใช้บัตรเครดิตให้เป็นโดยมองว่าบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกไม่ใช่แหล่งเงินกู้”

3 ใช้บัตรเท่าที่จำเป็น จำกัดวงเงินบัตรเครดิต

ผู้ให้บริการบัตรเครดิตมักจะให้วงเงินบัตรกับลูกค้าสูงมากเกินความจำเป็น

บัตรเครดิตที่มีวงเงินสูงก็เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความเสียหายทางการเงินสูงขึ้นได้ในกรณีที่บัตรหายหรือถูกโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตข้อควรรู้ทางการเงินในการใช้บัตรเครดิต

คือใช้ในวงเงินที่เหมาะสมกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคเองสามารถทำได้ โดยคำนวนณจากการใช้จ่ายรายเดือนของตัวเอง เช่น หากวงเงินบัตรเครดิตของตนเอง เช่น หากวงเงินบัตรเครดิตของตนเองสูงถึง 100,000 บาท แต่ค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่30,000-50,000 บาท ก็ควรจะขอลดวงเงินบัตรเครดิตให้เหลือวงเงินที่เหมาะสม เพราะหากมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆสามารถขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวได้อยู่แล้ว

ข้อควรรู้สำหรับผู้ที่ “มีบัตรเครดิตหลายใบ” สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเข้าไปตรวจสอบกับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร ที่ปัจจุบันมีสาขาตามสถานีรถไฟฟ้าให้ใช้บริการและเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ 100 บาท นับว่าคุ้มค่ามาก เพราะบางครั้งเราอาจจะมีบัตรเพิ่มขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว

เมื่อเราตรวจสอบข้อมูลได้ ก็จะสามารถพิจารณาได้ว่าควรเก็บบัตรไหนไว้หรือควรจะยกเลิกบัตรไหน แต่ข้อแนะนำคือบัตรไหนที่ไม่ใช้ก็ควรจะยกเลิก เหลือแค่บัตรหลักๆที่ใช้เพียงไม่กี่ใบเท่านั้น ซึ่งจำนวนบัตรที่เหมาะสมไม่สามารถระบุได้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเอง เช่น บัตรที่ตรงกับ ไลฟ์สไตล์ประจำวัน เป็นต้น”

 4 อย่าปล่อยบัตรเครดิตให้ลับตา เวลาชำระสินค้า 

ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรเครดิตที่ได้รับคืนเป็นของเจ้าของจริงหรือไม่หรือเก็บสลิปที่รูดไว้ตรวจสอบยอดใช้จ่ายว่าตรงกับการใช้จริงหรือไม่ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตร หมายเลขโทรศัพท์มือถือ วันเดือนปีเกิด วงเงินบัตรเครดิต ให้กับผู้อื่นหรือการแอบอ้างทางโทรศัพท์เด็ดขาดเพราะสถาบันการเงินไม่มีนโยบายโทรขอข้อมูลจากลูกค้า นอกจากลูกค้าจะโทรไปขอข้อมูลจากสถาบันการเงินเอง

5 สมัครใช้บริการ Verified By Visa  MasterCard Secure Code 

กรณีที่ต้องมีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบนร้านค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของการชำระสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิตทางอินเตอร์เน็ต และใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว หรือ OTP(One-Time Password)โดยธนาคารจะส่งรหัสผ่าน OTP ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวผ่านทาง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ได้ลงทะเบียนไว้เมื่อต้องการชำระเงินด้วย

ส่วนการซื้อของบนร้านค้าออนไลน์ที่อาจจะสุ่มเสี่ยงให้ถูกหลอกนั้น

การซื้อสินค้าออนไลน์ควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของทั้งร้านค้าและผู้ให้บริการชำระเงิน เลือกร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือจะได้รับใบรับรองดิจิตอล(Digital Certificate) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยการเข้ารหัสก่อนทุกครั้งโดยมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยของการส่งผ่านข้อมูลแบบ SSL(Secure Socket Layer) หรือบางแห่งจะใช้ระบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์(Digital Signature)

6 สังเกตความผิดปกติของตู้ ATM ก่อนใช้ 

เช่น สังเกตว่ามีเครื่อง Anti-Skimming ที่เป็นสีเทาๆหรือไม่ หรือแป้นตัวเลขใช่ของจริงหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบโดยการจับดูก่อน ถ้าเป็นของปลอมที่มิจฉาชีพนำมาครอบเอาไว้ก็จะหลุดออกมาได้ง่าย และการเปลี่ยนรหัส ATM ทุกๆ 1-2 เดือน หรือทุกไตรมาส

ทั้งนี้ เนื่องจากการศึกษาพฤติกรรมของมิจฉาชีพ ถ้าจะโจรกรรมสำเร็จจะต้องมีข้อมูล 2 ส่วน

คือ ข้อมูลบัตรและรหัสบัตร มิฉาชีพจะติดตั้งเรื่อง Skimming ไว้ที่ตู้ ATM เพื่อคัดลอกข้อมูลของเหยื่อและจะติดตั้งกล้องหรือแป้นตัวเลขปลอมเอาไว้เพื่อดูรหัสบัตร ซึ่งหลังจากที่มีการโจรกรรมข้อมูล มิจฉาชีพจะเก็บข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้ 1-2 เดือนก่อนจะนำข้อมูล 2 ส่วนที่ได้จากเหยื่อไปกดเงิน ดังนั้น การเปลี่ยนรหัสบัตรทุกๆ 1-2 เดือน จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการ Skimming ได้

 7 อย่างหลงเชื่อมิจฉาชีพที่ขู่หรือหลอกให้โอนเงินผ่าน ATM 

โดยการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีมาระยะหนึ่งมีการเตือนมาตลอด

แต่ก็ยังมีคนหลงเชื่ออยู่ สิ่งที่ธนาคารย้ำมาตลอดคือ ธนาคารจะไม่มีนโยบายถามข้อมูลส่วนตัวหรือให้โอนเงินผ่านเครื่อง ATM เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิต ที่มักเป็นเหตุผลหลักในการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ซึ่งหากรับสายที่น่าสงสัยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรง และข้อแนะนำการใช้ตู้ ATM อีกเรื่องควรเก็บสลิปทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีนำข้อมูลไปสวมรอย และไม่ควรนับเงิน หรือรื้อค้นสัมภาระหน้าตู้ ATM ด้วย

 8 อย่าคลิกลิงก์ต้องสงสัยที่ส่งมาทางอีเมล์ หรือ SMS 

ในการเข้าสู่ระบบธนาคารออนไลน์ ให้สังเกตตัวอักษร HTPPS บนเบราเซอร์ก่อนป้อนข้อมูลส่วนตัว สังเกตชื่อเว็บไซต์ว่าถูกต้องหรือไม่ และควรพิมพ์ URL ด้วยตัวเองไม่ควรคลิกจากลิงก์ที่ส่งมา เพราะอาจจะเป็นการหลอกเพื่อโจรกรรมข้อมูลไปสร้างความเสียหาย จากการใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง หรือโมบายแบงกิ้งได้

 9 หลีกเลี่ยงการใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะ 

อย่าทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตหรือไวไฟ(Wi-Fi) สาธารณะ หรือร้านอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพราะอาจจะติดไวรัสที่แฝงอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ และนำไปสู่การโจรกรรมข้อมูลจากมิจฉาชีพได้

 10 หลีกเลี่ยงการติดตั้งโปรแกรมเสี่ยง 

ก่อนผู้ใช้งานต้อง ติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงสมาร์ตโฟน ต้องแน่ใจว่าเป็นแอพพลิเคชั่นจริง

ที่ออกโดยธนาคารที่ให้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากชื่อผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ระบุอยู่ด้านล่างก่อนจะดาวน์โหลด และเมื่อเข้าใช้งานจะต้องมั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้ไม่มีมัลแวร์(Malware)แฝงอยู่ ซึ่งสามารถป้องกันด้วยการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ถูกกฏหมาย โดยผู้ใช้งานมือถือป้องกันตัวเองเบื้องต้น ด้วยการตั้งรหัสผ่านไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือการลากเส้น แต่ต้องตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการลากเส้น แต่ต้องตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการคาดเดา

สนับสนุนบทความโดย : SA gaming Joker game Joker Slot

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post