เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร




เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร

เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร

 เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร เกล็ดเลือดต่ำอันตรายไหม เกิดจากอะไรได้บ้างนอกจากไข้เลือดออก เรามาอ่านกันดีกว่าว่าเกล็ดเลือดต่ำคือเท่าไร แล้วมีอาหารเพิ่มเกล็ดเลือดให้ร่างกายบ้างหรือเปล่า

อย่างที่เรารู้กันว่าโรคไข้เลือดออกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ และหากรักษาไข้เลือดออกไม่ทันก็เสี่ยงเสียชีวิตได้ แต่นอกจากไข้เลือดออกแล้ว เรายังเสี่ยงมีเกล็ดเลือดต่ำ  (Thrombocytopenia) ได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งวันนี้เราจะพามารู้จักภาวะเกล็ดเลือดต่ำว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง แล้วเราจะมีวิธีเพิ่มเกล็ดเลือดได้ไหม

เกล็ดเลือด คืออะไร สำคัญอย่างไร

          เกล็ดเลือด ภาษาอังกฤษเรียกว่า Platelet เกล็ดเลือดคือเซลล์เม็ดเลือดชนิดหนึ่ง ที่ช่วยทำให้เลือดแข็งเป็นลิ่ม มีหน้าที่สำคัญในการห้ามเลือดเมื่อเนื้อเยื่อเกิดบาดแผล ช่วยอุดรอยฉีกขาดของเส้นเลือดเวลาถูกของมีคมบาด 

ก็บอกเลยว่าถ้าหาก มีอาการของเกล็ดเลือดต่ำ ก็อาจทำให้มีปัญหาเลือดออกง่าย หยุดยาก เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วเกล็ดเลือดแต่ละเกล็ดจะมีอายุไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดประมาณ 7-10 วัน เมื่อหมดอายุก็จะถูกกำจัดออกไปเพื่อให้ไขกระดูกสร้างขึ้นมาใหม่เรื่อย ๆ ตลอดชีวิต

เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร

เกล็ดเลือดต่ำ คือเท่าไร

ก็บอกได้เลยว่าในร่างกายของเรา จะมีเกล็ดเลือดประมาณ  150,000-450,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ดังนั้นหากร่างกายมีเกล็ดเลือดต่ำกว่า 150,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร จะถือว่ามีเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งถ้าเกล็ดเลือดต่ำเพียงเล็กน้อยอาจไม่มีอาการแสดงมาก ทว่าหากเกล็ดเลือดต่ำมาก ๆ ร่างกายจะเริ่มมีความผิดปกติ

เกล็ดเลือดต่ำ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

          สาเหตุที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน โดยสามารถจำแนกออกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้ ดังนี้

     1. ไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดไม่เพียงพอ อันเกิดจาก…

          – โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ ที่ทำให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดได้เพียงพอ

          – โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อันเป็นสาเหตุให้ไขกระดูกและสเต็มเซลล์ของเกล็ดเลือดถูกทำลาย

          – โรคทางพันธุกรรม เช่น ภาวะภูมิต้านทานบกพร่อง เป็นต้น

          – การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น  สาเหตุของโรคไข้เลือดออก เชื้อไวรัสเดงกี หรือเชื้อไวรัสคางทูม อีสุกอีใส หัดเยอรมัน เป็นต้น

          – การรักษาโรคมะเร็งด้วยการฉายรังสี หรือการใช้เคมีบำบัด

          – การใช้ยาบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการสร้างเกล็ดเลือด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาคลอแรมเฟนิคอล หรือยาแอสไพริน เป็นต้น

          – การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 โฟเลต และธาตุเหล็ก

          – การได้รับสารเคมีบางชนิด ที่อาจไปขัดขวางการสร้างเกล็ดเลือด เช่น เบนซิน สารกำจัดศัตรูพืช หรือสารหนู เป็นต้น

          – พฤติกรรมติดแอลกอฮอล์ ที่จะส่งผลต่อการสร้างเกล็ดเลือด

เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร

2. เกล็ดเลือดถูกทำลายหรือถูกใช้ไปมาก อันเกิดจาก…

          – โรคภูมิแพ้ตนเอง ซึ่งแทนที่ภูมิต้านทาน จะกำจัดเชื้อโรค และ เชื้อไวรัส กลับมาทำลายเกล็ดเลือดแทน ทำให้เกล็ดเลือดต่ำลง และอาจเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น โรคเอสแอลอี (SLE) โรคลูปัส (Lupus) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

          –  การติดเชื้อแบคทีเรียในเลือด หรือเชื้อไวรัสชนิดโมโนนิวคลิโอสิส หรือไซโตเมกาโลไวรัส เป็นต้น

          – การใช้ยาบางชนิดที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาที่ใช้รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาโรคมาลาเรีย หรือยาที่ใช้รักษาวัณโรค

          – การผ่าตัดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกล็ดเลือดถูกใช้ไปสมานแผลเป็นจำนวนมาก

          – ภาวะเกล็ดเลือดต่ำในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะพบได้ร้อยละ 5 โดยที่ยังหาสาเหตุแน่ชัดไม่พบ

          – ภาวะลิ่มเลือดอุดตันทั่วร่างกาย (Thrombotic Thrombocytopenic Purpura)

          – ภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน เป็นโรคเลือดออกง่าย จากเกล็ดเลือดที่มีจำนวนลดลงอย่างเดียว จัดเป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันเกิน 

พบได้บ่อยทั้งในเด็ก-ผู้ใหญ่ ผู้ป่วยจะมีเลือดออกง่าย หยุดยาก หากรุนแรงจะมีเลือดออกในอวัยวะสำคัญซึ่งอาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้

เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เป็นอันตรายอย่างไร

     3. เกล็ดเลือดถูกกักอยู่ในม้ามมากเกินไป

          ปกติแล้วม้ามจะเป็น อวัยวะที่มีหน้าที่ขจัดเชื้อโรค และ เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ตายแล้ว และม้ามจะกักเก็บเกล็ดเลือดไว้ประมาณ 1 ใน 3 ของร่างกาย แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีการติดเชื้ออะไรสักอย่าง ม้ามจะกักเก็บเกล็ดเลือดไว้มากขึ้น ทำให้ม้ามโตได้

เกล็ดเลือดต่ำ อาการเป็นอย่างไร

อาการเกล็ดเลือดต่ำที่สังเกตได้ชัด ๆ สามารถเช็กได้จากตรงนี้

  • มีรอยช้ำตามตัว เป็นจุดเลือดออกแดง ๆ เล็ก ๆ หรือเป็นจ้ำเลือดตามร่างกายหลายจุด
  • หากถูกของมีคมบาด แม้เพียงแผลเล็กนิดเดียว เลือดจะไหลเป็นจำนวนมากและเลือดไม่หยุดไหลง่าย ๆ
  • เลือดกำเดาไหลบ่อย
  •  เลือดออกตามไรฟันบ่อย
  •  ปัสสาวะเป็นเลือด
  • อุจจาระเป็นเลือด
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • มีภาวะซีด อ่อนเพลียง่าย
  • ม้ามโต
  • มีภาวะดีซ่าน

เกล็ดเลือดต่ำ อันตรายไหม

          ในกรณีที่เกล็ดเลือดต่ำเพียงเล็กน้อย จากการติดเชื้อหรืออาการป่วยที่ไม่ร้ายแรง อาการอาจไม่รุนแรงและเพียงไม่นานร่างกายจะสร้างเกล็ดเลือดขึ้นมาทดแทนได้ ทว่าหากเกล็ดเลือดต่ำจากการที่ร่างกายสร้างเกล็ดเลือดเพิ่มไม่ได้ 

หรือมีสาเหตุที่ทำให้เกล็ดเลือดถูกทำลายเรื่อย ๆ จนเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ก็จะมีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในร่างกาย 

และหากเกล็ดเลือดเหลือน้อยกว่า 20,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ก็อาจทำให้เลือดออกในร่างกายได้โดยไม่มีบาดแผล และอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับเกล็ดเลือดทดแทน

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo

Related Post

ภัยที่มากับ น้ำท่วมภัยที่มากับ น้ำท่วม



ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ มักจะเกิดเหตุการน้ำท่วม น้ำขังบ่อย และแน่นอนว่าสิ่งที่มากับน้ำท่วม ไม่ได้สร้างแค่ความเสียหา

เหนื่อยล้าระหว่างวัน อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้เหนื่อยล้าระหว่างวัน อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้



เหนื่อยล้าระหว่างวัน อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้านั้น มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะมาจากโรคประจำตัว การทำงาน