เช็คความโสดของคนข้างกาย



เช็คความโสดของคนข้างกาย

เช็คความโสดของคนข้างกาย

ชีวิตคนเรานั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า คนที่เข้ามานั้นจะ หวังดีหรือประสงค์ร้ายกับเรากันแน่ เข้ามาแบบจริงใจหรือหลอกลวง โดยเฉพาะ คนที่เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ มากกกกกับเรา แหมจะว่าไปก็ทําให้หัวใจกระชุ่มกระชวยอยู่ หลายส่วน

แต่… ก่อนที่เราจะเลื่อนขั้นเปลี่ยนตําแหน่งจากคนรู้จักเป็นคนรู้ใจ เคยคิดไหมว่า สถานะของเขาอาจจะไม่ได้ “โสด” จริงๆ ก็ได้ เขาอาจจะคุยอยู่กับคนมากมาย มี ก็กอยู่ 8 คน หรือมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว

ถ้าแบบนี้เราควรจะจริงจังด้วยไหม… แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ไม่ควร เปลี่ยนแปลงสถานะจริงไหม

ดังนั้นก่อนที่เราจะคิดจริงจังเลื่อนตําแหน่งเขาให้กลายเป็น “ตัวจริง ลองมา เช็คกันก่อนดีกว่าว่า เขาโสดจริงหรือไม่

รวมถึงไม่ใช่เพียงแต่ในเรื่องการขยับสถานะเท่านั้น บางครั้งต่อให้เป็นแฟนเป็น คนรัก หรือแม้กระทั้งเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วก็มีสิทธิ์ที่เขาจะไปIwลอทําตัวโสด เวลาอยู่คนเดียวได้เช่นกันwinner55

เอาละ! มาเช็คไปพร้อมๆ กันว่าเขา โสด” จริงหรือแกล้งทําตัวว่า “โสด” อยู่กันแน่

พฤติกรรมและมีสัย

แม้ดวงตาจะเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ พฤติกรรม การกระทํา รวมถึงนิสัย เป็นตัว สะท้อนความจริงของตัวตนของเขาได้ดีที่สุด

พฤติกรรมว่านี้อาจจะเริ่มจาก ดูว่าสิ่งต่างๆ ที่เขาทําในชีวิตของเขานั้นมีอะไรบ้าง การทํางาน ของเขาครอบคลุมในเรื่องพฤติกรรมแบบไหน เพราะงานหรือกิจกรรมแต่ละอย่างสามารถ สะท้อนพฤติกรรมที่ต่างกันไปได้ เช่น

หากทํางานประเภทที่จะได้เจอผู้คนมากมาย ในแต่ละวัน มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาเป็นคนที่ พูดจาเก่งมีคารมดี ซึ่งก็จะทํามีเพื่อนมาก มี กิจกรรมเข้าสังคมมากตามไปด้วย และเป็นที่รู้จัก ของคนมากมาย เพื่อนมาก คนคุยด้วยก็มากตาม ไปด้วย นิสัยของคนทํางานประเภทนี้แล้วพอเจอ กับเรากลับกลายมาเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ พูดไม่ เก่งนั่นเขาคงจะ “แอ๊บ” แล้วละ

ต่างกับคนบางประเภทก็เป็นคนที่พูดไม่เก่ง จริงๆ โดยมากมักจะเป็นคนที่ทํางานกับ คอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยได้เจอใคร อันนี้ก็เป็นได้ที่ จะเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขา จะโสดสนิทนะ เพราะยังไงช่องทางออนไลน์ที่ไม่ ต้องใช้ความสามารถในการพูดมากนักก็ยังมีอยู่

ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงหากเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเกินไป ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีคน เข้าหามาก และการฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากเพื่อนหรือคนรู้จักนั้น ก็ทําได้ง่ายเช่นกัน

ดังนั้นความสนิทสนมทั้งหลายที่เกิดจาก มนุษย์สัมพันธ์ก็ต้องใช้คําว่า “มากเกินไปไหม” เป็นตัวกําหนด หากจะคบกันอย่างจริงจัง ความ เชื่อใจนั้นย่อมต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก อย่า กลัวที่จะบอกเขาไปว่า “เราไม่ชอบใจ” ในความ สนิทสนมที่มากเกินพอดีนั้น เมื่อพูดแล้วก็เป็น หน้าที่ของเราที่ต้องสอดส่องในความสัมพันธ์ของ เขาต่อไปว่า ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ ยังวุ่นวาย กับคนอื่นเหมือนเดิมรึเปล่า ?

และหากว่าเขาเริ่มมีใครใหม่จากที่เคยมี สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือ นิสัยเขาจะเริ่มเปลี่ยนไป หลายครั้งหลายคราวเขาจะเริ่มหาเรื่องหงุดหงิด เรามากขึ้น เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยใส่ใจอยู่ๆ ก็เก็บมาเป็นประเด็นในการทะเลาะเบาะแว้ง จาก ปกติโทรศัพท์หาหลังเลิกงาน ก็เริ่มเงียบหายไป พอเราโทรไปก่อนก็บอกว่ายุ่งบ้างอะไรบ้าง

พฤติกรรมและนิสัยที่เปลี่ยนไปนั้น เป็นไปได้ สูงว่าเขามีใครอีกคน


กิจกรรมยามว่าง

กิจกรรมยามว่างต่างๆ ของเขาก็เป็นหนึ่งใน สิ่งที่เราใช้สังเกตได้เช่นกัน เช่นว่า ปกติแล้ว เขาชอบทําอะไรไปที่ไหนหลังเลิกงาน มีแฮงค์เอ้าท์ กับเพื่อนหรือไม่ แล้วบ่อยแค่ไหน เพื่อนคนนั้น คือใคร ว่ากันตามจริง หลังจากเข้าสู่โลกแห่งการ ทํางานแล้ว เพื่อนที่มีรอบข้างก็เหลืออยู่ไม่มาก นักหรอก เพราะว่าต่างคนก็ต่างมีกิจธุระ มีแฟน เป็นของตัวเองไปบ้าง มีครอบครัวที่ต้องดูแลบ้าง ยังไม่รวมต้องทํางานอีก จะมีใครไปเที่ยวด้วยกัน ได้ทุกวัน ขนาดทํางานอยู่ที่เดียวกันยังไม่ค่อยได้ ไปไหนมาไหนด้วยกันเลย

หากเขามีเหตุให้มีกิจกรรมต่างๆ ยามว่างกับ เพื่อนคนนั้นคนนี้ได้ตลอด ก็เป็นจุดน่าสังเกตได้

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณลองถามเขาในเชิงว่า อยากไปด้วย อยากรู้จักเพื่อนของเขาดู ก็จะยิ่ง สังเกตได้ง่ายขึ้น เพราะหากเขาปฏิเสธให้ไปด้วย ครั้งแรก หรือครั้งที่สองก็อาจจะพอเข้าใจได้ แต่ หลังจากหลายๆ ครั้งเขาก็คิดว่า คงจะเริ่มเชื่อถือ ไม่ได้แล้ว เพราะมันดูผิดปกติ คงต้องมีอะไร ปกปิดอยู่แน่

หากไม่มีอะไรปกปิดก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องห้าม เราไปในทุกครั้ง… จริงไหม

เมื่อคนเราได้ทําความรู้จักกันยิ่งต้องพยายาม หาเวลาและโอกาสที่จะใกล้ชิดและสร้างความ สนิทสนม เพื่อเป็นการเรียนรู้นิสัยใจคอต่างๆ

นอกเหนือจากนั้นกิจกรรมงานหลักใน แต่ละวัน เขาเคยเชิญเราให้ไปร่วมกิจกรรมอย่าง อื่นที่เขาชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะคนเราหาก กําลังอยู่ในช่วงพูดคุยทําความรู้จักยิ่งต้อง

พยายามหาจังหวะและโอกาสที่จะใช้เวลาร่วมกัน เพื่อการเรียนรู้นิสัยใจคอ รวมถึงต้องเปิดเผย กล้าที่จะบอกกล่าวว่าไปไหน และกล้าเชิญชวน ไม่ใช่ว่าไปไหนก็บอกแต่ว่าเราไปไม่ได้ ไม่สะดวก ให้เราไป ครั้งแรกอาจจะพอเข้าใจเหตุผล ครั้งที่ สองอาจจะพอรับได้ แต่ถ้าหลายๆ ครั้งก็น่าจะ แปลกแล้ว ทําไมต้องปกปิดขนาดนั้น มีเรื่อง อะไรที่ต้องเก็บซ่อนเขาไม่ว่างจริงๆ หรือมีใครอีกคนให้ดูแล กันแน่

หากสนใจเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

สนับสุนนบทความโดย Joker Game   joker game  ,  joker slot


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post