“เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

 “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

  “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน วงการกีฬาเมืองไทย ต้องพบกับข่าวการสูญเสียอีกครั้ง เมื่อ “คุณย่าสงวน สุจริตกุล” อดีตนักเทนนิสหญิงทีมชาติไทย ตำนานนักหวด 5 แผ่นดิน อดีตนักแบดมินตัน และกรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้เสียชีวิตโดยอาการสงบ อายุ 105 ปี เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564 ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

 คุณย่าสงวน สุจริตกุล นั้น เคยเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสระดับประเทศ และต่างประเทศมาหลายรายการ โดยสามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันเทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ในประเภทหญิงเดี่ยว ประเภทหญิงคู่ และประเภทคู่ผสม ได้รวมถึง 20 ครั้ง รวมทั้งเคยคว้าแชมป์รายการ มาลายัน โอเพ่น ประเภทหญิงเดี่ยว, ประเภทหญิงคู่ และประเภทคู่ผสม ในปี 2503

 นอกจากนี้ คุณย่าสงวน เคยได้เหรียญทองประเภทหญิงเดี่ยว, เหรียญทองประเภทหญิงคู่, เหรียญทองประเภทคู่ผสมจากการแข่งขันกีฬาแหลมทอง (เซียพเกมส์ หรือ ซีเกมส์ ในปัจจุบัน) ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ปี 2502 จากนั้นยังได้เหรียญทองประเภทคู่ผสม จากการแข่งขันกีฬาแหลมทอง (เซียพเกมส์) ครั้งที่ 2 ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า

 จากการสูญเสียครั้งนี้ ทางคณะกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยพนักงาน-เจ้าหน้าที่สมาคม ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน เทรนเนอร์ นักกีฬาเทนนิส และผู้ปกครอง ได้แสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของคุณย่าสงวน พร้อมทั้งประกาศข้อความอาลัยผ่านทางเพจเฟสบุ๊คของสมาคมอีกช่องทางหนึ่งด้วย

 กำหนดการสวดพระอภิธรรม ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ศาลา 6 ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.30 น. หลังจากนั้นเก็บศพ 100 วัน เพื่อบำเพ็ญกุศลเป็นดีลล่าสุดที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลไทยคือการย้ายไปเล่น “เคลีก” ประเทศเกาหลีใต้ของ “ศศลักษณ์ ไหประโคน” วิงแบ๊ก “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” และทีมชาติไทย

ADVERTISEMENThttps://c290424b58a9dc35e5432c585e833fcd.safeframe.googlesyndication.com/safeframe/1-0-38/html/container.html

 เนื่องจาก “เคลีก” ถือเป็นลีกอาชีพคุณภาพของเอเชีย แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอด ในอดีตมีเพียงแข้งดังหนึ่งเดียวของไทยที่ค้าแข้งและเป็นที่ยอมรับคือ “ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน”

 ย้อนตำนาน 35 ปีก่อน “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ดาวยิงหน้าหยกซูเปอร์สตาร์ทีมชาติไทยและสโมสรทหารอากาศ เดินทางไปค้าแข้งกับ สโมสรลักกี้ โกลด์สตาร์ หรือปัจจุบันคือ เอฟซี โซล และร่วมคว้าแชมป์ในปี 1985 หรือ พ.ศ.2528

 เส้นทางการค้าแข้งในลีกเกาหลีใต้ของ ปิยะพงษ์ ในยุคที่การสื่อสารไม่เหมือนปัจจุบัน เกิดขึ้นภายหลังทีมชาติ เกาหลีใต้ เดินทางมาแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายใหญ่และเก่าแก่ของเอเชีย คือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ 

 ทีมชาติ ไทย ทะลุชิงกับ เกาหลีใต้ ที่สนามศุภชลาศัย ผลคือ ทีมชาติไทยเฉือนเอาชนะ 1-0 จากผลงานของ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ฟอร์มเข้าตาผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกุนซือของ ลักกี้ โกลด์สตาร์ จึงทาบทาม “เดอะตุ๊ก” กับ “โค้ชจอมคาถา” ประวิทย์ ไชยสาม กุนซือทีมชาติไทยเพื่อขอตัว ปิยะพงษ์ นักเตะทหารอากาศไปทดสอบฝีเท้า

 ใช้เวลาทดสอบไม่นาน ลักกี้ โกลด์สตาร์ เซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 7.5 แสนบาท ก่อนรับเงินเดือนอีกเกือบ 2 แสนบาท เพื่อลุยลีกในฤดูกาล 1985 และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ตั้งแต่ฤดูกาลแรก

เคยเล่าความหลังในการค้าแข้งที่เกาหลีใต้ ในรายการ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ยอมรับว่า ก่อนไป 99.99 เปอร์เซ็นต์ มีแต่คนวิจารณ์ว่า ไม่รอด

 แต่ยอดดาวยิงในตำนานของไทยลบทุกคำวิจารณ์ เมื่อพาทีมคว้าแชมป์ในปี 1985 ทั้งที่ก่อนนี้คือทีมบ๋วยในลีก นอกเหนือจากแชมป์ “ปิยะพงษ์” ยังคว้ารางวัลถือ 5 รางวัลสำคัญในปีเดียวที่ยังไม่มีใครทำได้คือ ดาวซัลโว 12 ประตู,  แอสซิสมากสุด 6 ประตู, ยิงประตูสวยแห่งปี, นักเตะ 11 คนยอดเยี่ยมของลีก และนักเตะยอดเยี่ยม ตั้งแต่ฤดูกาลแรก

 ถือเป็นคนแรกและคนเดียวที่ค้าแข้งและประสบความสำเร็จใน “เคลีก” ลีกอาชีพเกาหลีใต้

 ไม่เพียงแต่ความสำเร็จส่วนตัวของ ปิยะพงษ์ หลังพาทีมจากบ๋วยในฤดูกาลก่อนผงาดคว้าแชมป์ในฤดูกาลต่อมา แต่ยังมีเพื่อนร่วมทีมกลับติดทีมชาติถึง 8 คน พาทีมเกาหลีใต้ ตะลุยฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 1986 ที่ประเทศแม็กซิโก แม้จะตกรอบแรกแต่ พลังโสม ชุดนั้นยังประตูทุกนัด ทั้งพ่าย อาร์เจนติน่า ทีมของ “เสือเตี้ย” ดีเอโก้ มาราโดน่า แชมป์ปีนั้น 1-3 แพ้ อิตาลี ทีมแชมป์เก่า 2-3 และยันเสมอ บัลแกเรีย 1-1

 ความสำเร็จของ “ลักกี้ โกลด์สตาร์” นำพา เกาหลีใต้ ทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลก ล้วนเสริมให้ชื่อเสียง “ปิยะพงษ์” ดังคับเมืองโสม 

 35 ปี ต่อมา ประวัติศาสตร์นักเตะไทยเกิดขึ้นอีกครั้งกับ “เจ้าพี” ศศลักษ์ ไหประโคน

 ฟอร์มของวิงแบ็คจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และทีมชาติไทย เข้าตาสโมสร ชุนบุค ฮุนได ทีมแชมป์เคลีก จึงเดินหน้าเร่งเจรจาเพื่อคว้าตัวเข้ามาแบบยืมตัวเป็นระยะเวลา 6 เดือน

 ทวิตเตอร์ Korea Football News ของเกาหลีใต้ ตีข่าว เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ระบุว่า “ชุนบุค ฮุนได” ติดใจฟอร์มของวิงแบ็คจาก บุรีรัมย์ และทีมชาติไทย จึงเดินหน้าเร่งเจรจาเพื่อคว้าตัวเข้ามาแบบยืมตัวเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อดึงเข้าร่วมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ เคลีก

 วันรุ่งขึ้น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” แถลงอย่างเป็นทางการ ผ่านทาง “บิ๊กเน” นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กเพจ “ลุงเนวิน” ปล่อยตัว “พี” ศศลักษณ์ ไหประโคน ย้ายไปเล่นให้กับ ชุนบุค ฮุนได มอร์เตอร์ส ทีมแชมป์เคลีก ประเทศเกาหลีใต้ ฤดูกาลล่าสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

https://c290424b58a9dc35e5432c585e833fcd.safeframe.googlesyndication.com/safeframe/1-0-38/html/container.html

 โดย เจ้าพี-ศศลักษณ์ จะเดินทางไปเกาหลีใต้ในช่วงเดือนมิถุนายน หลังจากเสร็จภารกิจทีมชาติในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

 การเดินทางสู่ลีกอาชีพต่างแดนถือเป็นความฝันของนักเตะจากประโคนชัย “ศศลักษณ์ ไหประโคน” วัยเบญจเพศที่ต้องการหาประสบการณ์ในการค้าแข้งต่างแดน

 บนเส้นทางลูกหนังอาชีพใน “ไทยลีก” ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งด้วยการ คว้าแชมป์ลีกกับทีมบ้านเกิด “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” 2 สมัย ผ่านการติดทีมชาติทั้งชุดใหญ่และชุดเล็ก

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy
gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slot