เทคนิคน่ารู้ ขับรถเที่ยวให้ปลอดภัย




เทคนิคน่ารู้ ขับรถเที่ยวให้ปลอดภัย

เทคนิคน่ารู้ ขับรถเที่ยวให้ปลอดภัย

เทคนิคน่ารู้ ขับรถเที่ยวให้ปลอดภัย เมื่อต้องขับรถไปเที่ยว สิ่งสำคัญที่จะต้องให้ความใส่ใจมากที่สุด ก็คือการเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและเต็มไปด้วยความสนุกนั่นเอง

ซึ่งวันนี้ก็มีเทคนิคน่ารู้ในการเตรียมตัวก่อนขับรถเที่ยวมาบอกต่อกันด้วย โดยมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

เตรียมร่างกายให้พร้อม

การจะเดินทางขับรถเที่ยวได้อย่างสนุกและปลอดภัย สิ่งสำคัญเลยก็คือ การดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดีนั่นเอง เพราะหากไปเที่ยวในขณะที่ร่างกายไม่พร้อม เช่น กำลังเจ็บป่วย ไม่สบาย ก็จะทำให้รู้สึกไม่ค่อยสนุกได้

และยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง ดังนั้นอันดับแรก ก็ต้องมาเตรียมพร้อมร่างกายของตัวเองกันก่อนเลย ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่จะทำให้เจ็บป่วยไม่สบายได้ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะช่วง 3 วันก่อนออกเดินทาง เพราะหากนอนน้อยหรือนอนดึกจะเกิดความง่วงสะสม ซึ่งอาจเกิดการหลับในขณะที่กำลังขับรถได้นั่นเอง

อุปกรณ์ของจำเป็นต้องครบ

เป็นสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลย สำหรับอุปกรณ์และของจำเป็นที่จะต้องใช้ในการขับรถเที่ยว นั่นก็เพราะหากเกิดปัญหาอะไรติดขัดขึ้นมา ก็จะได้มีอุปกรณ์ไว้ใช้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ก่อนนั่นเอง

โดยสิ่งของที่จำเป็นต้องพกไปด้วยในขณะขับรถเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ก็คือ ไฟฉาย ชุดปฐมพยาบาล ผ้าห่ม อะไหล่เปลี่ยนล้อรถ สายชาร์จในรถยนต์ และอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันตัวได้ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ควรพกไว้อย่าได้ขาดเลยเชียว

เช็คลมยางรถก่อนออกเดินทาง

ลมยางรถ เป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องเช็คให้ดีก่อนออกเดินทาง เพราะหากลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในระหว่างการขับรถเที่ยวได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถในระยะทางไกลด้วยแล้ว เพราะหากรถมีลมยางอ่อน

เมื่อต้องขับรถในระยะทางไกลอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ยางเกิดความร้อนขึ้นมา จนเกิดการระเบิดได้ในที่สุด ซึ่งปกติแล้วควรเติมลมยางอยู่ที่ประมาณ 30-35 จะอยู่ในระดับที่เหมาะสมและทำให้ขับรถเที่ยวได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

ตรวจสอบเบรกรถสักนิด

อันตรายมากหากขับรถในขณะที่เบรกรถหมด หรือมีปัญหาในการเบรก เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง ไม่ว่าจะขับรถด้วยความระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นจึงควรตรวจสอบเบรกรถก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวเสมอ

โดยดูว่าสภาพเบรกเป็นอย่างไร สามารถเบรกได้ปกติดีหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่าเบรกรถมีปัญหา ควรนำไปซ่อมแซมแก้ไขให้เรียบร้อย ก่อนขับรถเที่ยวจะดีกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

จดเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ให้ครบ

อย่ามองข้ามการมีเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือสมุดโน้ตเล็กๆ ไว้พกติดตัว เพราะไม่อาจรู้ได้เลยว่า เมื่อไหร่จะเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย หรืออุบัติเหตุ ซึ่งหากเกิดขึ้นในบริเวณที่ไม่ค่อยมีรถคันอื่นขับผ่านด้วยแล้ว

การจะได้รับความช่วยเหลือจากคนที่พบเห็นก็เป็นไปได้น้อยมาก แต่หากจดเบอร์โทรฉุกเฉินเอาไว้ก็ย่อมสามารถหยิบขึ้นมาโทรเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที โดยเบอร์โทรฉุกเฉินที่ขอแนะนำให้จดไว้เมื่อต้องขับรถเที่ยวหรือเดินทางไกล ก็มีดังนี้

  • 1155 ตำรวจท่องเที่ยว
  • 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน
  • 199 ดับเพลิง
  • 1146 กรมทางหลวงชนบท
  • 191 เหตุด่วนเหตุร้าย
  • 1192 แจ้งรถหาย
  • 1554 หน่วยกู้ชีพ วชิรพยาบาล

อย่าลืมพกยาประจำตัวติดไปด้วย

สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว ควรพกยาประจำตัวไปด้วยเสมอ เพราะไม่อาจรู้ได้เลยว่าอาการของโรคจะกำเริบขึ้นมาเมื่อไหร่ และหากมีอาการขึ้นมาในขณะที่กำลังขับรถเที่ยวก็คงไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้นทางที่ดี ควรพกไว้ตลอดเวลาเลยจะดีกว่า

โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดัน โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆ ที่มักจะมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันหรือต้องกินยาต่อเนื่อง เป็นต้น

สำรวจเส้นทางในการขับให้พร้อม

การรู้เส้นทางล่วงหน้าย่อมทำให้สามารถขับรถเที่ยวได้อย่างรวดเร็วทันใจมากขึ้น และยังปลอดภัยกว่าการไม่รู้เส้นทางเลย นั่นก็เพราะว่าก่อนออกเดินทางได้สำรวจไว้แล้วว่าต้องขับรถไปตามเส้นทางไหนบ้าง

และมีตรงจุดไหนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งจะทำให้สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยว โดยไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัยในระหว่างเดินทางแล้ว

อย่าละเลยการเช็คน้ำมันเครื่อง

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลยกับการเตรียมพร้อมเพื่อการขับรถเที่ยวอย่างปลอดภัย นั่นก็คือน้ำมันเครื่องนั่นเอง เพราะหากน้ำมันเครื่องแห้ง จะทำให้รถเกิดปัญหาในระหว่างกำลังขับขี่ได้ ซึ่งจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยว

ต้องหมดสนุกไปกลางคัน และยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง เพราะฉะนั้นอย่าละเลยที่จะเช็คน้ำมันเครื่องให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางอย่างเด็ดขาด

ไม่ยากเลยสำหรับวิธีการเตรียมตัวเพื่อเดินทางขับรถท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นแล้ว ก็ยังช่วยเซฟความปลอดภัยในระหว่างขับรถเที่ยวได้ดี และนอกจากคำแนะนำข้างต้น ก็อย่าลืมตรวจเช็คสภาพอากาศให้ดีก่อนออกเดินทางด้วยเช่นกัน โดยหากสภาพอากาศไม่ค่อยดี ไม่เหมาะกับการเดินทาง ก็ไม่ควรขับรถเที่ยวในช่วงเวลานั้นเป็นอันขาด

การพายเรือคายัค เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยกัน โดยเฉพาะ ที่เปิดให้บริการพายเรือคายัค ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือเพื่อพักผ่อนชมวิวเพลินๆ

หรือการพายเรือล่องแก่งก็ตาม แต่ทั้งนี้การจะพายเรือคายัคให้สนุกและคุ้มค่าที่สุดก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย พร้อมด้วยข้อควรระวังที่จะต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มพายจริง นั่นก็เพื่อความปลอดภัยจากการพายเรือคายัคนั่นเอง

สำหรับประเภทของเรือคายัค ก็จะมี 2 แบบด้วยกัน และมีความเหมาะสมของการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งได้แก่

1. เรือคายัคแบบ Sit-inside

เรือคายัคประเภทนี้จะเป็นแบบดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มแรก โดยผู้พายจะต้องสอดตัวเข้าไปในเรือคายัค ซึ่งจะมีผ้าคลุมปิดอย่างดี เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาในเรือได้ แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แม้จะมีให้เลือกทั้งแบบล่องแก่งและแบบท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม เพราะมีความยุ่งยากตรงที่ต้องสอดตัวเข้าในเรือนั่นเอง

2. เรือคายัคแบบ Sit-on-top

เรือคายัคประเภทนี้ได้มีการพัฒนามาจากแบบแรก ทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม เพราะไม่ต้องสอดตัวเข้าไปในเรือเหมือนกับเรือแบบแรก โดยเรือประเภทนี้ ตัวเรือจะถูกปิดหมดเพื่อป้องกันน้ำเข้าเรือ ส่วนผู้พายก็จะนั่งอยู่ด้านบนของเรือนั่นเอง นอกจากนี้ก็จะมีรูระบายน้ำ เพื่อให้น้ำที่กระเซ็นเข้ามาระบายออกไปได้ จึงไม่ทำให้เรือจม

เทคนิคและวิธีการพายเรือคายัค

การพายเรือคายัค จะต้องมีเทคนิคเพื่อให้การพายเรือเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากขึ้น โดยมีเทคนิคและวิธีการพายเรือดังนี้

1. ผู้พายต้องนั่งเหยียดขาไปกับพื้นเรือ

เพื่อให้การพายเรือเป็นไปอย่างง่ายดายและเรือเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น ผู้พายจะต้องนั่งเหยียดขาราบไปกับพื้นเรือ แล้วใช้ไม้พายพายเรือสลับซ้ายขวาไปเรื่อยๆ ซึ่งการพายแบบนี้จะทำให้เกิดแรงส่งที่ทำให้เรือสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วกว่าเดิม

แต่หากต้องการพายเรือถอยหลัง ก็ให้จุ่มไม้พายด้านใดด้านหนึ่งไปข้างหลัง แล้วผลักพายไปข้างหน้า โดยทำสลับกันซ้ายขวาเช่นกัน แต่จะต้องใช้การบิดเอวและลำตัว เพื่อให้พายง่ายขึ้นด้วย

2. จุ่มไม้พายด้านหนึ่งลงในน้ำเพื่อเบรก

เมื่อต้องการเบรกหรือชะลอความเร็วของเรือคายัค ให้ผู้พายจุ่มไม้พายด้านใดด้านหนึ่งลงในน้ำ จากนั้นให้ผลักไม้พายไปข้างหน้า โดยทำสลับกันซ้ายขวาไปเรื่อยๆ เรือก็จะชะลอความเร็วลงและหยุดในที่สุด เป็นเทคนิคการเบรกเรือที่ทำได้ไม่ยากเลย

3. เทคนิคการพายเรือเพื่อเลี้ยวซ้ายขวา

การพายเรือเลี้ยวซ้ายขวาเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ผู้พายจะต้องมีความเข้าใจและทำได้ โดย

  • การเลี้ยวซ้าย ให้จุ่มไม้พายลงน้ำทางด้านขวา โดยมือซ้ายอยู่ในระดับแก้ม จากนั้นให้ผลักแขนซ้ายไปข้างหน้าแล้วใช้แขนขวากวาดพายมาด้านหลังจนสุด ตามด้วยยกขึ้น และทำซ้ำแบบนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เรือเลี้ยวไปทางซ้าย
  • การเลี้ยวขวา ให้จุ่มไม้พายลงน้ำทางด้านซ้าย โดยมือขวาอยู่ในระดับแก้ม จากนั้นให้ผลักแขนขวาไปข้างหน้าแล้วใช้แขนซ้ายกวาดพายมาด้านหลังจนสุด ตามด้วยยกขึ้น ทำแบบนี้ซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เรือเลี้ยวไปทางขวา

เพื่อให้การพายเรือคายัคเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด จะต้องปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายในขณะที่กำลังพายเรืออยู่นั่นเอง ซึ่งก็มีข้อควรระวังที่ควรรู้ดังต่อไปนี้

1. ตรวจเช็คเรือและอุปกรณ์ให้พร้อม

ก่อนเริ่มพายเรือคายัคทุกครั้ง จะต้องเช็คให้พร้อมก่อนว่าเรือและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการพายมีความพร้อมหรือไม่ โดยเรือจะต้องมีความสมบูรณ์แบบ และไม้พายก็จะต้องอยู่ในสภาพดี แข็งแรงเช่นกัน นอกจากนี้ก็อย่าลืมสิ่งสำคัญอย่างเช่น กระเป๋าหรือถุงที่กันน้ำได้ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ เป็นต้น

2. อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพ

แม้จะมีการตรวจสภาพเรือและอุปกรณ์สำหรับพายเรืออย่างดีมากแค่ไหน แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะสวมเสื้อชูชีพด้วยเช่นกัน เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ จึงต้องเซฟเรื่องความปลอดภัยให้ดีก่อน ซึ่งหากมีเหตุผิดพลาดอย่างเช่น เรือล่ม เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีเสื้อชูชีพที่จะช่วยพยุงตัวคุณไม่ให้จมน้ำได้นั่นเอง นอกจากนี้ควรใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมเช่นกัน

3. ไม่ขึ้นเรือเกินน้ำหนักที่กำหนด

การพายเรือคายัคตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มักจะมีการระบุอย่างชัดเจนว่าเรือสามารถรับน้ำหนักได้ไม่เกินเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นควรทำตามอย่างเคร่งครัด โดยห้ามไม่ให้ขึ้นนั่งบนเรือคายัคเกินจากน้ำหนักที่กำหนดเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสี่ยงเรือจมและเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งน้ำหนักที่ว่านี้ก็รวมถึงน้ำหนักสิ่งของ สัมภาระที่จะนำขึ้นไปบนเรือด้วย

การพายเรือคายัค จะต้องมีเทคนิคที่ดีในการพาย และต้องเตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัยให้ดี เพื่อการพายเรือจะได้เต็มไปด้วยความสนุกและไม่เกิดอันตรายขึ้นมาในขณะที่กำลังพายนั่นเอง โดยเทคนิคเหล่านี้ก็สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งก็รับรองเลยว่าจะทำให้การพายเรือคายัคของคุณมีแต่ความสนุกและความราบรื่นตลอดการพายเรืออย่างแน่นอน

สำหรับคนที่มักจะเดินทางไปท่องเที่ยวและพักแรมตามโรงแรมหรือรีสอร์ทบ่อยๆ จำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับขั้นตอนในการเข้าพักอย่างละเอียด รวมถึงสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ และข้อควรระวังต่างๆ ในการเข้าพัก ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมานั่นเอง โดยมีรายละเอียดที่จะต้องรู้และทำความเข้าใจดังนี้

ขั้นตอนในการเข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ท มีขั้นตอนที่สำคัญดังต่อไปนี้

1. การจองห้องพัก

เริ่มต้นจากการจองห้องพักก่อน โดยสามารถจองได้สองวิธี คือ การจองห้องพักโดยตรงผ่านทางโทรศัพท์หรือไปจองที่โรงแรม และการจองผ่านทางเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการรับจองนั่นเอง ซึ่งก็มีวิธีการจองดังนี้

  • การจองโดยตรง ให้โทรศัพท์ไปยังโรงแรมหรือรีสอร์ท พร้อมแจ้งรายละเอียดที่สำคัญให้ชัดเจน เช่น เข้าพักกี่คน ต้องการห้องพักแบบไหน อยากได้บริการเสริมอะไรบ้าง วันที่เช็คอิน ข้อมูลการติดต่อ และอื่นๆ
  • ที่ทางพนักงานสอบถาม ส่วนใครที่สะดวกเดินทางไปโรงแรมหรือรีสอร์ทโดยตรง ก็สามารถไปจองกับทางโรงแรมได้เลย ซึ่งก็มีโดยในปัจจุบันก็มีเว็บไซต์ที่เปิดให้จองห้องพักเป็นจำนวนมาก สามารถจองผ่านเว็บไซต์เหล่านั้นได้เลย แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน เพราะอาจเจอกับเว็บไซต์ที่เป็นพวกมิจฉาชีพได้นั่นเอง

2. การเช็คอิน

เมื่อถึงวันเข้าพัก ให้เข้าไปที่ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งชื่อที่ได้ทำการจองห้องพักเอาไว้ พร้อมกับยื่นบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต เพื่อให้พนักงานตรวจเช็คข้อมูลและกรอกรายละเอียดของผู้เข้าพักลงไปในระบบของโรงแรม

รวมถึงเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่เพื่อให้ติดต่อง่ายขึ้น นอกจากนี้ทางโรงแรมก็อาจจะขอเงินประกันเพิ่มเติม เพื่อป้องกันห้องพักเสียหาย ซึ่งจะเป็นจำนวนเงินมากน้อยเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงแรมด้วย

3. การเช็กเอาท์

สำหรับการเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก จะต้องเช็กเอาท์ให้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ เพราะหากเกินเวลาก็อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้นควรเช็คเวลาที่ต้องเช็กเอาท์ให้ดี และที่สำคัญต้องจัดเตรียมเสื้อผ้าข้าวของให้เรียบร้อยก่อนถึงเวลาเช็กเอาท์ด้วย จะได้ไม่ลืมของเอาไว้นั่นเอง

เมื่อเข้าพักในโรงแรมหรือรีสอร์ท มีสิ่งที่ผู้เข้าพักควรทำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและเพื่อความปลอดภัยของตนเองตลอดจนทรัพย์สินดังต่อไปนี้

  • อ่านกฎของโรงแรม และทำตามกฎอย่างเคร่งครัด เพราะหากทำผิดกฎอาจจะต้องเสียค่าปรับเพิ่มเติมและมีปัญหาตามมาได้นั่นเอง
  • ตรวจสอบล็อคประตูให้ดี ว่าสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ คือจะต้องล็อคได้อย่างแน่นหนาและไม่มีการชำรุดเสียหาย ทั้งนี้หากมีความผิดปกติใดที่ล็อคประตู ควรแจ้งให้พนักงานของทางโรงแรมมาแก้ไขให้ทันที
  • ตรวจสอบปลั๊กไฟในห้อง เพื่อป้องกันไฟช็อตหรือไฟฟ้าลัดวงจรที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้
  • ห้ามเปิดประตูห้องให้กับคนแปลกหน้าเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนในครอบครัวเอง
  • ควรชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็มอยู่เสมอ จะได้พร้อมใช้งานตลอดเวลา และต้องพกติดตัวไปด้วยทุกครั้ง หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จะได้ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทัน

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo บทความ

ป้ายกำกับ:

1 thought on “เทคนิคน่ารู้ ขับรถเที่ยวให้ปลอดภัย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post