เมื่อไม่มียุงลาย ก็ไม่มีไข้เลือดออก




เมื่อไม่มียุงลาย ก็ไม่มีไข้เลือดออก

เมื่อไม่มียุงลาย ก็ไม่มีไข้เลือดออก

หมอชาวบ้าน ฉบับนี้ เริ่มย่างเข้าปีที่ 10
ในโอกาสครบรอบวันเกิดนี้ เราขออภินันทนาการแฟน ๆ ด้วยโปสเตอร์ เรื่อง “ไม่มียุงลายไม่มีไข้เลือดออก” และได้นำข้อเขียนในหัวเรื่องเดียวกันนี้ซึ่งเขียนโดยคุณหมอคำนวณ อึ้งชูศักดิ์ แห่งกองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข มาลงในคอลัมน์ “กันไว้ดีกว่าแก้”

ไข้เลือดออกเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทยเราในช่วง 20-30 ปีมานี้ แต่เดิมพบระบาดเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ๆ และพบมากในกลุ่มเด็กเล็ก แต่ปัจจุบันได้ระบาดไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว และพบว่าเกิดกับเด็กโต และผู้ใหญ่ด้วย เมื่อปีที่แล้วมีผู้ป่วยโรคนี้ถึงกว่า 160,000 คน (ตายกว่า 800 คน) ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีการระบาดกันมาในประเทศของเรา ปีนี้มีการคาดคะเนกันว่า อาจมีคนที่เป็นโรคนี้ในจำนวนที่ไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว

สาเหตุที่ทำให้ไข้ชนิดนี้แพร่กระจายไปได้กว้างขวางก็คือ ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคนี้ โดยที่ยุงลายจะกัดคนที่เป็นไข้เลือดออก เชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้จะติดอยู่ในยุงลาย เมื่อมันไปกัดคนอื่น ๆ ก็จะแพร่เชื้อทำให้เกิดโรคตาม ๆ กันไปเหมือนลูกโซ่

ยุงลายเป็นยุงที่อยู่ในบ้าน มันจะเพาะพันธุ์อยู่ตามลุ่มน้ำ ขาตู้กับข้าว จานรองกระถางต้นไม้ ไห แจกัน ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง ที่อยู่ในบริเวณบ้าน วิธีป้องกันโรคนี้ก็คือ ทำลายภาชนะที่ขังน้ำ (เช่น ยางรถยนต์ กะลา) หาทางอย่าให้ยุงวางไข่ตามภาชนะที่ใส่น้ำกิน น้ำใช้ และหาวิธีกำจัดลูกน้ำ (รายละเอียดขอให้อ่านจากโปสเตอร์และข้อเขียนดังกล่าวข้างต้น)ในการป้องกันและควบคุมโรคนี้จะทำได้ก็โดยกลวิธีสาธารณสุขมูลฐาน กล่าวคือจะต้องกระทำโดยประชาชนด้วยกันเองเท่านั้น

ขอเสนอให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ ในช่วงเปิดเทอมนี้ให้ทำการรณรงค์ให้นักเรียนทุกคนตระหนักถึงภัยไข้เลือดออกแล้วเคลื่อนไหวทำลายยุงตามโรงเรียนและหมู่บ้าน พร้อมกันทั้งประเทศ
วัดทุกแห่ง ในช่วงวันพระขอให้มีการเทศน์กัณฑ์สุขศึกษาเกี่ยวกับ การป้องกันไข้เลือดออกพร้อมกันทั่วประเทศ สื่อมวลชนทุกแขนงขอให้ช่วยกันปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศหันมารวมพลังกันทำให้บ้านทุกบ้านปลอดจากยุงลาย


          ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากยุงซึ่งเป็นพาหะของโรค ไข้เลือดออกนอกจากจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ และมักพบบ่อยในเด็กต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 2-8 ขวบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่จะไม่มีโอกาสเป็นโรคไข้เลือดออกได้ โดยเฉพาะต้องอาศัยอยู่ในแหล่งที่ชุกชุมไปด้วยยุงตัวร้าย  โรคไข้เลือดออกต้องระวังยุงชนิดไหน

          ยุงลายเป็นพาหะตัวร้ายของโรคไข้เลือดออก ทางที่ดีที่จะป้องกันโรคไข้เลือดออกในเบื้องต้น คือการป้องกันตัวเองและคนรอบข้างไม่ให้โดนยุงกัด โดยเฉพาะยุงลาย ถ้ากำจัดลูกน้ำยุงลายบริเวณรอบ ๆ บ้านได้จะยิ่งดี

 ยุงลายชอบกัดตอนไหน ช่วงไหนควรระวังพาหะไข้เลือดออก


          ยุงลายที่กัดเราแล้วจะทำให้เป็นโรคไข้เลือดออกมีเฉพาะยุงลายตัวเมียเท่านั้น เพราะยุงลายตัวเมียต้องการโปรตีนจากเลือดเพื่อสร้างไข่ และมักจะออกหาเหยื่อในช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน ฉะนั้นช่วงกลางวันจึงเป็นช่วงเวลาอันตรายที่ต้องเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัดมากที่สุด แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาไหน ๆ ก็อย่ายอมให้ยุงมาดูดเลือดเลยน่าจะปลอดภัยกว่า

        

อาการของ ไข้เลือดออก

          อาการของ ไข้เลือดออก ไม่จำเพาะอาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ในผู้ใหญ่ที่เป็น ไข้เลือดออก อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดว่าเป็น โรค ไข้เลือดออก อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิต ทั้งนี้ลักษณะที่สำคัญของ ไข้เลือดออก มีอาการสำคัญ 4 ประการคือ 

1. ไข้สูงลอย : ไข้ 39-40 องศาเซลเซียส มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน 

2. อาการเลือดออก : เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ โดยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ มีจุดเลือดออกตามตัว3. ตับโต 

4. ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก  :  มักจะเกิดช่วงไข้จะลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ 

วงจรชีวิตยุง

ใน ประเทศไทยมีประมาณ 400 ชนิด ยุงบาง ชนิดแค่ก่อความรำคาญโดยการดูดกินเลือดคนและสัตว์เลี้ยงเป็นอาหารเท่านั้น แต่ก็

มียุงอีกหลายชนิดซึ่งนอกจากจะดูดกินเลือดเป็นอาหารแล้ว ยัง เป็นพาหะนำโรคร้ายแรงต่างๆ มาสู่คนและสัตว์อีกด้วย ซึ่ง นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งการที่จะควบคุมยุงให้ได้ผลดีนั้นจะต้องเรียนรู้ ยุงให้ถ่องแท้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีววิทยา ของยุงซึ่งรวมทั้งวงจรชีวิต อุปนิสัยของยุง ถิ่นที่อยู่ และ แหล่งเพาะพันธุ์

วงจรชีวิติของยุง จะมี 4 ระยะ

                  ได้แก่ ระยะเป็นไข่ (egg stage) ระยะตัวอ่อน (larva stage) ระยะเป็นดักแด้(pupa stage)และระยะตัวเต็มวัย (adult stage) ซึ่งยุงจะมีวงจรชีวิต 9-14 วัน ตัวเมียอายุประมาณ 1-3 เดือน ตัวผู้อายุประมาณ 6-7 วัน ยุงแต่ละตัววางไข่ได้ 3-4 ครั้ง จำนวน 50-300 ฟองต่อครั้ง ยุงตัวเมียเมื่ออายุได่ 2-3 วัน

จึงเริ่มออกหากินเลือดคนหรือสัตว์ เพื่อนำเอาโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตของรังไข่ ส่วนยุงตัวผู้จะดูดน้ำหวานเพื่อดำรงชีวิต หลังจากดูดเลือดเมื่อไข่สุกเต็มที่ ยุงตัวเมียจะหาแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการวางไข่ หลังจากวางไข่แล้วยุงตัวเมียก็ออกดูดเลือดใหม่และวางไข่ได้อีก

ยุงก่อให้เกิดโรคร้ายอะไรบ้าง

ทราบกันอยู่แล้วว่ายุงนั้นเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกที่มักระบาดในช่วงหน้าฝน แต่จริงๆแล้วโรคที่มากับยุงนั้นไม่ได้มีแค่ไข้เลือดออกเท่านั้น ยังมีอีกหลายโรคที่เดียวที่ความร้ายกาจไม่แพ้ไข้เลือดออกจริงๆ

ยิ่งในช่วงนี้ที่ฝนเริ่มตกปรอยๆเป็นระยะๆ ถือว่าเป็นช่วงไฮซีซันของยุงจริงๆ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักโรคที่มากับยุงกันค่ะเผื่อว่าคนในครอบครัวเกิดมีอาการบางอย่างรู้ไว้ใช้ว่าจะได้แก้ไขกันทัน
ยุงก่อให้เกิดโรคไข้มาลาเรีย
โรคมาลาเรียนั้นเกิดจากยุงก้นปล่อง เป็นโรคติดต่อที่พบในเขตร้อน โดยเฉพาะบ้านเราเองก็มีรายงานว่าพบผู้ป่วยมาลาเรียแต่พบเฉพาะในเขตป่าเขาบริเวณชายแดนของประเทศไทย ดังนั้นใครที่ชอบไปท่องเที่ยวธรรมชาติก็ขอให้ระมัดระวังตัวกันด้วยนะคะ

โดยอาการป่วยของโรคนี้คือจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ หนาวสั่น เบื่ออาหาร ถ้าอาการหนักขึ้นอาจเกิดภาวะไตวายและเสียชีวิตได้ โดยอาการจะแสดงหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1สัปดาห์ – 2 เดือน


ยุงก่อให้เกิดโรคเท้าช้างโรคเท้าช้าง
โรคเท้าช้างเป็นอีกโรคยุงเป็นพาหะ มักพบในทวีปเขตร้อน สำหรับในประเทศพบมากในภาคใต้ อาการที่เกิดนั้นจะเกิดจากพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นจากพยาธิตัวกลมที่ถูกปล่อยจากยุงนั้น จะไปทำลายระบบไหลเวียนของท่อน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน

ทำให้เกิดการอักเสบในท่อน้ำเหลือง และอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายจะบวมขึ้น และอาจเกิดการติดเชื้อบริเวณดังกล่าวเพิ่มอีก แต่หากคนที่มีภูมิคุ้มกันดีโรคก็จะไม่แสดงอาการค่ะ
ยุงก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ


โรคนี้เกิดจากการที่ยุงนั้นพาเชื้อมาจากหมู พบมากในประเทศไทยโดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการเลี้ยงหมู ว่ากันว่าผู้ได้รับเชื้อ 300 คน จะเป็นโรคซัก 1 คน แม้ว่าอัตราการป่วยจะน้อยแต่ก็อย่าประมาทไปนะคะ

อาการของโรคนี้คือ ปวดศีรษะ มีไข้สูง ประมาณ 1-7 วัน หลังจากนั้นจะเริ่มคอแข็ง เพ้อคลั่ง ไม่มีสติสัมปชัญญะ และผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจถึงตายได้เลยทีเดียว โรคนี้ยังไม่มีทางรักษาแต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดยา และพบแพทย์ตั้งแต่มีอาการค่ะ

ยุงก่อให้เกิดโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุณกุนย่า)
โรคนี้พบว่าเกิดการระบาดในทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่มีการจำกัดพื้นที่ทำให้โรคนี้ไม่แพร่ระบาดไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศ สำหรับอาการของโรคนี้ก็จะคล้ายๆกับโรคไข้เลือดออกคือ มีไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะ มีผื่นแดงตามร่างกาย แต่สำหรับโรคนี้จะมีแถมว่าหน่อยคืออาการปวดตามข้อต่างๆ

บางครั้งอาจมีการอักเสบที่รุนแรงมากจนขยับข้อไม่ได้ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะโรคนี้ มีแต่การรักษาตามอาการค่ะ
หน้าฝนนี้ก็ระมัดระวังตัวเองและครอบครัวจากโรคที่มากับยุงพยายามทายากันยุงเวลาอยู่ข้างนอกและหากจะไปเที่ยวป่าก็ควรมีมุ้งหรือนอนในเต๊นท์เพื่อป้องกันยุง นอกจากนี้แม้ว่าจะไม่โดนยุงกัดแต่หากโดนฝนละก็อาจจะมีไข้และปวดหัวได้เช่นกัน

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post

ผู้ป่วยมะเร็งในช่วงทำเคมีบำบัด รับประทานอะไรได้บ้างผู้ป่วยมะเร็งในช่วงทำเคมีบำบัด รับประทานอะไรได้บ้าง



การทำเคมีบำบัด อาจจะส่งผลต่อการรับรสชาติต่างๆ อาหารที่รับประทานเข้าไปอาจมีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม