เม็ดมะม่วงหิมพานต์




เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยังคงมีความอร่อย และราคาสูง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ประโยชน์ และรสชาติความมันของ เม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น คุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ เมื่อเรานำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มาอบ หรือทอดเป็นของขบเคี้ยว ความมันที่ได้ลิ้มรส ทำให้พากันคิดว่า เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับถั่ว ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่

สำหรับเปลือกผลแท้ที่หุ้มเมล็ดจะน้ำยางสีน้ำตาลอ่อนจำนวนมาก สามารถบีบคั้นได้ หรือโดยเฉพาะเมื่อนำมาเผาไฟจะเห็นเป็นน้ำยางไหลเยิ้มออกมา และลุกติดไฟได้ดี และหากน้ำยางนี้ถูกผิวหนังก็จะทำให้เกิดเป็นแผลเปื่อยได้ง่าย เนื่องจากมีสภาพเป็นกรดสูง แต่น้ำยางนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้วยกัน

ประโยชน์มะม่วงหิมพานต์
1. เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ถือเป็นอาหารขบเคี้ยวที่นิยมรับประทานมาก และนิยมมากกว่าเมล็ดธัญพืชเกือบทุกชนิด เนื่องจากมีความกรอบ ให้รสมัน และมีกลิ่นหอม
2. เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ นิยมใช้ประกอบอาหารหลายเมนู อาทิ ใส่ส้มตำ ใส่ยำต่างๆ ใส่ไอศกรีม เป็นต้น
3. ผลเทียมที่ฉ่ำด้วยน้ำหวาน แต่อมฝาดเล็กน้อย ใช้สำหรับรับประทานเป็นผลไม้สด รวมถึงใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ น้ำผลไม้ปั่น ไวน์มะม่วงหิมพานต์ ไอศรีมมะม่วงหิมพานต์ แยม และน้ำส้มสายชู เป็นต้น
4. ยอดอ่อนใช้รับประทานสดหรือลวกจิ้มน้ำพริก หรือใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงต่างๆ
5. ผลเทียมใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์หรือใช้เลี้ยงสัตว์จำพวกนก กระรอก และสุกร เป็นต้น
6. ผลเทียมมีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยกว่า 20 ชนิด สามารถใช้สกัดเป็นหัวน้ำหอมหรือผสมทำน้ำหอมได้
7. เปลือกเมล็ดนำมาสกัดกรดน้ำมันที่นำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่
– ใช้ทำหมึกพิมพ์
– ใช้ผลิตสีทาบ้าน
– ใช้ในกระบวนการทำผ้าเบรก
– ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันขัดโลหะ
– ใช้ทาไม้สำหรับป้องกันปลวก และแมลง
– ใช้เป็นน้ำมันในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติก
– ใช้เป็นส่วนผสมของกาว
– ใช้ในกระบวนการฟอกย้อม
8. เปลือกลำต้นใช้ต้มย้อมผ้า ย้อมแห ย้อมอวน
9. เปลือกนำมาตากแห้งจะกลายเป็นสีดำ นำมาต้มสกัดเพื่อใช้ทำหมึกประทับตราผ้า รวมถึงใช้สำหรับทำน้ำประสานในงานบัดกรีโลหะ
10. ยางที่ไหลออกจากจากเปลือกลำต้น เมื่อรวมกันเป็นก้อนจะมีสีเหลือง เรียกว่า กัม ใช้สำหรับทำน้ำมันขัดเงาโลหะหรือไม้แกะสลัก
11. ยางจากเปลือกนำมาเคี่ยวสำหรับทำกาว ทั้งงานไม้ และงานกระดาษ โดยเฉพาะหากนำยางดังกล่าวที่เคี่ยวแล้วหรือน้ำยางสดมาผสมกับน้ำมะนาวจะยิ่งทำให้เป็นกาวเหนียวมากขึ้น
12. เปลือกหุ้มเมล็ดที่กะเทาะออกแล้วนำมาใช้เป็นเชื้อสำหรับก่อไฟ ช่วยให้การก่อไฟติดได้ง่ายขึ้น
13. เนื้อไม้มะม่วงหิมพานต์เป็นไม้เนื้ออ่อนถึงแข็งปานกลาง ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุของต้น ต้นอ่อนมักให้สีเหลืองอมน้ำตาล ต้นที่มีอายุมากให้สีแดงหรือน้ำตาลอมแดง สามารถใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ อาทิ โต๊ะ ที่รองนั่ง เก้าอี้ เป็นต้น
14. ลำต้น กิ่ง และใบแห้งใช้ทำเชื้อเพลิงในครัวเรือน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ มะม่วงหิมพานต์
มะม่วงหิมพานต์ หรือ Cashew nut เป็นไม้ดอกยืนต้น กลุ่มเดียวกับมะม่วง และถั่วพิสตาชีโอ มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล นำเข้ามาปลูกครั้งแรกที่ภาคใต้ของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2444 โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) เป็นพืชที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง ประกอบด้วยโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันที่ส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (เมื่อบริโภคเข้าไปจะไม่เพิ่มไขมันในเส้นเลือด) คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ, บี, อี และเกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก

มะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ไม่ผลัดใบ

  • ลำต้น มีความสูง 10 ถึง 12 เมตร ต้นเตี้ย กิ่งก้านสยายไม่สม่ำเสมอ
  • ใบ เรียงเป็นแบบเกลียว ผิวมันลื่น รูปโค้งจนถึงรูปไข่ มีความยาว 4 ถึง 22 เซนติเมตร และกว้าง 2 ถึง 15 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ
  • ดอก มีสีเขียวซีด จากนั้นเปลี่ยนเป็นแดงจัด มี 5 กลีบ ปลายแหลม เรียว ยาว 7 ถึง 15 มิลลิเมตร
  • ผล รูปไข่หรือรูปลูกแพร์ คือ ผลวิสามัญ ซึ่งจะเติบโตจากฐานดอกขึ้นมา เมื่อสุกจะมีสีเหลืองหรือส้มแดง มีความยาวประมาณ 5 ถึง 11 เซนติเมตร

ผลแท้ของมะม่วงหิมพานต์นั้น เป็นผลเมล็ดเดียว รูปไต หรือรูปนวมนักมวย งอกออกจากปลายของผลเทียม โดยขยายตัวออกมาจากก้านดอกเป็นผลเทียม ภายในผลแท้นั้น เป็นเมล็ดเดี่ยว เนื้อขาวนวลนั้นเป็นผลที่มีเปลือกแข็ง (nut) แต่ในทางพฤกษศาสตร์ถือว่า เป็นเมล็ด (seed)

สรรพคุณและประโยชน์ ของ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
นอกจากจะเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว หวาน ยังมีการนำมารับประทานเป็นของกินเล่น อบกรอบ หรือทอด แต่สรรพคุณและประโยชน์ ของ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีมากกว่าความอร่อย

  1. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมด้วยวิตามิน โปรตีน และไขมันที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว คาร์โบไฮเดรต วิตามิน A วิตามิน B วิตามิน E เกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก
  2. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรค จากการรับประทานเมล็ด คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็งลำไส้ใหญ่ ประสาทจอตาเสื่อม
  3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีแมกนีเซียมจำนวนมากช่วยบำรุงสุขภาพเหงือกและฟัน ตลอดจนกระดูกให้แข็งแรง และลดความดันโลหิตได้
  4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด เพราะมีกรดไลโนเลอิก
  5. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีเส้นใยอาหารสูง ลดการดูดซึมไขมันได้ดี ช่วยด้านรูปร่างให้สมส่วนได้
  6. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีเป็นประโยชน์ช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย
  7. ใบแก่นำมาตำรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้
  8. ผลและใบมีสรรพคุณลดไข้ได้
  9. เปลือกต้นมะม่วงหิมพานต์ใช้แก้อาการปวดฟันได้
  10. เปลือกของต้นมะม่วงหิมพานต์ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้
  11. ยางจากต้นมะม่วงหิมพานต์ใช้แก้อาการเลือดออกตามไรฟันได้

คุณค่าทางพลังงาน
จากข้อมูลทางโภชนาการ
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 100 กรัม ให้พลังงาน 553 กิโลแคลอรี่ นับว่ามีพลังงานสูงมาก

ข้อควรระวัง ในการรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์

  • ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 1 กำมือ เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีพลังงานสูงมาก และถึงแม้จะมีไขมันดีอยู่ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แต่เมื่อสะสมไว้ในร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้อ้วนได้
  • อาจเป็นพิษ ทำความระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรง ในบางคนแพ้มะม่วงหิมพานต์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับพืชผลเปลือกแข็งชนิดอื่นแล้ว ยังนับว่ามีปริมาณการเกิดพิษน้อย
  • เลือกรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ

สรรพคุณมะม่วงหิมพานต์
ผลเทียม
– ช่วยบำรุงสมอง และกระตุ้นความจำ
– แก้โรคกระเพาะอาหาร รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
– ช่วยแก้อาเจียน
– ลดอาการเจ็บคอ ช่วยให้ชุ่มคอ
– ช่วยขับเหงื่อ
– ใช้เป็นยาขับปัสสาวะอย่างแรง

เปลือกเมล็ด
เปลือกเมล็ดมีกรดน้ำมันจำนวนมาก นิยมใช้เป็นยาภายนอก ได้แก่
– ใช้แก้อาการเหน็บชา
– ใช้ถอนหูด ตาปลา
– ใช้รักษาส้นเท้าแตก
– ใช้เป็นส่วนผสมของยำจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
– ใช้รักษาโรคผิวหนัง อาทิ กลาก เกลื้อน และโรคผิวหนังจากเชื้อราอื่นๆ
– ใช้เป็นส่วนประกอบของยาสำหรับแก้โรคมะเร็ง

เมล็ด
เมล็ดอุดมด้วยสารอาหารหลายชนิดที่ช่วยส่งเสริมร่างกายในหลายด้าน ได้แก่
– กรดไลโนเลอิก ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด และไขมันอุดตันในตับ รวมถึงลดความเสี่ยงการเกิดโรคในระบบเส้นเลือด และหัวใจ
– แมกนีเซียมในเมล็ดช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น รวมถึงช่วยลดความเครียด และทำให้ผ่อนคลาย
– แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระบวนการสร้างกระดูก
– กรดอะมิโน และกรดไขมันหลายชนิดช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ช่วยให้ร่างกายทำงานปกติ

ใบ และยอดอ่อน
– ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
– ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
– ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
– แก้อาการท้องร่วง
– ใบแก่นำมาบดผสมน้ำเล็กน้อย ก่อนนำมาพอกรักษาแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก

Related Post

ติดกินเค็มเสี่ยงอันตรายอะไรมั้งติดกินเค็มเสี่ยงอันตรายอะไรมั้ง



ติดกินเค็มเสี่ยงอันตรายอะไรมั้ง บอกเลยว่าหากใครนั้น มีการติดนิสัย ชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม การกินอาหารที่มีรสเค็มจัด หรืออาหารที่ปรุง