“โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการสนยส

“โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการสนยส

“โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการสนยส หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวในวงการกีฬาประเทศเกาหลี กรณีแฝดนักวอลเลย์ทีมชาติ “อีดายอง” และ “อีแจยอง” รวมหัวกันกลั่นแกล้งและทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นเรียน เหตุการณ์ผ่านไปนับสิบปีก่อนถูกนำมาแฉ กระทั่ง “แฝดอันตราย” ถูกแบนจากสโมสรและทีมชาติ

 ล่าสุดที่ประเทศญี่ปุ่น กลับมาเรื่องอื้อฉาวที่โด่งดังไม่แพ้กัน กรณีของ “ไอจัง” หรือ “ไอ ฟูกูฮารา” อดีตนักเทเบิลเทนนิสของทีมชาติญี่ปุ่น ถูกแฉว่าเธอคบชู้ ทั้งที่มีลูกและสามีอยู่แล้ว

 ในแวดวงกีฬาแดนอาทิตย์อุทัย แทบไม่มีใครไม่รู้จัก “ไอจัง” เธอเป็นนักปิงปองพรสวรรค์ โด่งดังติดทีมชาติญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 13 ขวบ

กวาดแชมป์มาแล้วหลายรายการ รวมถึงการคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ มา 2 สมัย ในประเภททีมหญิง คือ เหรียญเงิน ใน “ลอนดอน เกมส์” ปี 2012 และเหรียญทองแดง “ริโอ เกมส์” โอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล

 เสร็จสิ้นจากศึกโอลิมปิก พร้อมเหรียญทองแดง “ไอจัง” ช็อกแฟนลูกเด้งด้วยการอำลาทีมชาติ ด้วยวัยเพียง 28 ปี ก่อนทำช็อกรอบสองด้วยการประกาศแต่งงานกับนักปิงปองชาวไต้หวัน “เฉียง หัว ฉี” ในเดือนกันยายน 2016 ก่อนจะให้กำเหนิดบุตรสาวในปีต่อมา และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว “ไอจัง” ให้กำเหนิดบุตรชายมาอีกคน

 แต่ทุกคนยังไม่ลืมและติดตามเรื่องราวชีวิตของ “ไอจัง” ในฐานะซูเปอร์สตาร์ของวงการกีฬาญี่ปุ่น

 เรื่องราวของ “ไอจัง” ในเรื่องพรสวรรค์ของการเล่นเทบิลเทนนิส หรือ “บิงปอง” ถูกนำมาเผยแพร่ตั้งแต่เธออายุ 3 ขวบ ด้วยลีลาและความมุ่งมั่นในการเล่น เธอแสดงออกอย่างเต็มร้อยดีใจเมื่อทำได้และร้องไห้เมื่อผิดพลาด

 ทุกอารมณ์ล้วนเป็นเสน่ห์ บวกกับหน้าตาที่น่ารัก ผู้คนในเกาะญี่ปุ่น จึงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไอจัง” ในฐานะเด็กน้อยขี้แย

 เส้นทางนางฟ้านักกีฬา ดำเนินมาอย่างฮือฮา หลังจากโด่งดังในระดับเยาวชนตัวน้อย “ไอจัง” ถูกสโมสรอาชีพจับเซ็นสัญญาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ติดทีมชาติญี่ปุ่นอายุน้อยสุด และในวัยเพียง 15 ปี “ไอจัง” มีโอกาสลงทำการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ ปี 2004

 แม้โอลิมปิกครั้งแรก ไม่มีเหรียญรางวัล แต่ถือเป็นการเปิดตัวประกาศต่อโลกถึงการเป็นนักปิงปองพรสวรรค์ในวัยเพียง 15 ปี

 กระทั่งอายุ 17 ปี “ไอจัง” ถูกว่าจ้างให้ไปเล่นในลีกจีน สำนักตักศิลาลูกเด้งโลก ด้วยฝีมือและหน้าตา “ไอจัง” เป็นที่นิยมในหมู่คนจีนไม่แพ้บ้านเกิด แถมเพิ่มเสน่ห์ไปอีก เมื่อเธอศึกษาและพูดภาษจีนได้อย่างแคล่วคล่อง

 หลังจากอำลาทีมชาติ “ไอจัง” ก็เลิกเล่นอาชีพ แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ที่ไต้หวัน

 ช่วงสามปีแรก มีแต่ข่าวหวานและเรื่องราวทางบวก

กระทั่งปีที่ผ่านมามีข่าวหลุดออกมาว่า “ไอจัง” เริ่มไม่มีความสุขในชีวิตครอบครัวที่ไต้หวัน เธอเริ่มระหองระแหงกับสามีและครอบครัวของฝ่ายชาย ในทำนองว่าใช้คำพูดรุนแรง ก้าวร้าว และไม่เคารพความเป็นส่วนตัวของเธอ

 จากข่าวลือความเป็นจริงเริ่มปรากฏในช่วงเดือนวาเลนไทน์ที่ผ่านมา เมื่อ “ไอจัง” ประกาศว่าจะย้ายกลับมาใช้ชีวิตในญี่ปุ่น สร้างความฮือฮาให้กับแฟนทั้งสามชาติที่ติดตามเธอ ไม่ว่าจะเป็นจีน ไต้หวัน และแฟนชาวญี่ปุ่น

 ล่าสุดเว็บไซต์ข่าวญี่ปุ่นตีข่าวสุดช็อก พร้อมภาพประกอบว่า “ไอจัง” เดินควงชายอื่นและไปค้างคืนกันที่โรงแรม แปลง่ายๆ ว่า “มีชู้” สร้างความตื่นตะลึงให้แฟนคลับเป็นอย่างมาก เพราะสถานะในปัจจุบบันคือเธอมีสามีและลูก

 เว็บไซต์ yahoo.co.jp พาดหัวอย่างร้อนแรงว่า “ไอจัง” ในชีวิตอยู่ในโยโกฮาม่า ทิ้งสามีและลูกไว้ที่ไต้หวัน

 ข่าวและภาพรายงานว่า “ไอจัง” ในวัย 32 ออกเดทกับชายอื่น เมือเดือนกุมภาพันธ์ ในย่านไชน่าทาวน์ที่โยโกฮาม่า โดยเข้าแถวซื้อเกี้ยวในร้านดัง ก่อนเข้าพักด้วยกันในโรงแรมย่านดังกล่าว 

 ล่าสุด “ไอจัง” ปรากฏตัวในรายการทอล์กโชว์ของ ทีวี อาซาฮี ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ และให้สัมภาษณ์ในรายการว่า เธอมักจะไปๆ มาๆระหว่างญี่ปุ่น กับไต้หวัน ที่ผ่านมาใช้ชีวิตอยู่ที่ไต้หวันมานานแล้ว และกำลังมีความคิดว่าจะกลับมาอยู่ญี่ปุ่น เพื่อให้ลูกกลับมาเรียนในระดับอนุบาล

 หลังรายการออกอากาศและคำสัมภาษณ์ที่ “ไอจัง” บอกว่าจะกลับมาอยู่บ้านเกิด ทำให้ข่าวลือถึงความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับสามีออกมาหนักขึ้น ถึงขั้นบางสำนักข่าวข่าวว่าทั้งคู่ได้แยกทางกันแล้ว

 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า สื่อในไต้หวัน บุกไปสัมภาษณ์สามี “ไอจัง” ถึงความสัมพันธ์และข่าวการเลิกรา แต่นักปิงบองชาวไต้หวัน ยืนยันยังรักกันดีและไม่ได้แยกทางกันตามที่เป็นข่าว

  “เฉียง หัว ฉี” สามีชาวไต้หวัน ให้เฟตุผลว่า ไอจัง ต้องกลับไปญี่ปุ่นเพื่อไปช่วยดูแลในฐานะที่ปรึกษาและการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว ทุกวันเธอจะวิดีโอคอลมาพูดคุยและทักทายกับลูกๆ 

 ถึงตอนนี้แม้ฝ่ายชายจะยืนยันถึงความสัมพันธ์ว่ายังไม่เลิกรา และทาง “ไอจัง” ก็ยังไม่มีการพูดถึงข่าวและภาพที่หลุดออกมาล่าสุด

 แต่ความนิยมและการมองในแง่ลบของซูเปอร์สตาร์ในวงการปิงบองเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ส่วนใหญ่ “รับไม่ได้” กับพฤติกรรม เพราะสถานะของเธอยังมีสามีและลูก ในขณะที่สื่อทั้ง 3 ประเทศต่างพาดหัวแบบฟันธง

เธอมีชู้ ทิ้งสามีและลูกในไต้หวันเปิดฉากแล้ววันนี้ ถึงวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน สำหรับศึกกอล์ฟ “แอลพีจีเอ ทัวร์” รายการระดับเมเจอร์ “เอเอ็นเอ อินสไปรส์เรชั่น” ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ADVERTISEMENT

 โดย 3 โปรสาวสวยไทยประกอบด้วย “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล, “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล และ”โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ลงแข่งขันพร้อมหน้าพร้อมตา

 ศึกกอล์ฟรายการเมเจอร์ “เอเอ็นเอ อินสไปรส์เรชั่น” ถูกเลื่อนออกมาจากกำหนดเดิมระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจากสภาพอากาศที่ร้อน ทำให้ “แอลพีจีเอ” อนุญาตให้ใช้รถเข็นกอล์ฟ ในการขนถุงกอล์ฟ และอุปกรณ์ของนักกอล์ฟระหว่างการแข่งขัน เพื่อให้แคดดี้และโปรสาวที่ไม่ใช้แคดดี้ได้ถนอมร่างกายจากอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ

                                                                 “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล

 สำหรับ “โปรเม-เอรียา” นักหวดวงสวิงสาวเก่งที่สุดของประเทศไทย ฟอร์มยังไม่เข้าที่จึงไม่ผ่านการตัดตัวครั้งแรกในปีนี้ ในรายการ “วอลมาร์ท แชมเปี้ยนส์ชิฟ”  

แต่สำหรับเมเจอร์ “เอเอ็นเอ อินสไปรส์เรชั่น” อดีตโปรมือ 1 ของโลกทำผลงานได้ดีในหลายปี โดยแข่งขันมาแล้ว 5 ครั้ง ผ่านตัดตัวได้ทุกครั้ง

และสามารถจบท็อป 10 ได้ 3 ครั้ง ปี 2019 ได้อันดับ 61 ร่วม, ปี 2018 อันดับ 4 ร่วม, ปี 2017 อันดับ 8 ร่วม, ปี 2016 อันดับ 4 และปี 2015 อันดับ 20 ร่วม

                                                             “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล

 ด้าน “โปรโม-โมรียา” กลับมาแข่งขัน 3 รายการ หลังจากเบรกยาว ทำผลงานได้ดี ผ่านการตัดตัวทั้งหมด และ 2

ครั้งหลังสุดในเมเจอร์รายการนี้ยังทำผลงานติดท็อป 12 ได้ทั้งหมด ผลงานของโปรโมที่แข่งขันมา 6 ครั้ง ปี 2019 อันดับ 12 ร่วม, ปี 2018 อันดับ 6 ร่วม, ปี 2017 อันดับ 47 ร่วม, ปี 2015 อันดับ 11 ร่วม ส่วนปี 2014, 2016 ไม่ผ่านตัดตัว

 ขณะที่ “โปรเมียว-ปาจรีย์ ” ยังไม่เคยลงแข่งขันรายการนี้มาก่อน แต่จากผลงานในรายการ “วอลมาร์ท แชมเปี้ยนส์ชิฟ”  ที่จบอันดับ 21 ร่วม เป็นโปรไทยที่ทำผลงานดีที่สุด นอกจากนั้นผลงานในเมเจอร์ 3 รายการที่ลงแข่งขันมาเมื่อปีก่อน สามารถผ่านตัดตัวได้ 2 รายการ น่าจะสร้างความมั่นใจในการลุยเมเจอร์ “เอเอ็นเอ อินสไปรส์เรชั่น” ครั้งแรกของตัวเองได้ดี

                                                               

 ส่วนรายชื่อโปรสาวคนอื่นๆ ที่ร่วมแข่งขัน ยังไม่มี โค จิน ยอง โปรมือ 1 ของโลกชาวเกาหลีใต้ กลับมาลงแข่ง แต่มี ดาเนียล คัง มือ 2 ของโลกชาวอเมริกัน, เนลลี่ คอร์ด้า มือ 3 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา, ปาร์ก ซุง ฮยุน มือ 4

ของโลกจากเกาหลีใต้ที่กลับมาแข่งขันรายการแรก หลังหยุดไปหลายเดือน มินจี ลี มือ 5 ของโลกจากออสเตรเลีย, คิม เซ ยอง มือ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้, นาสะ ฮาตาโอกะ มือ 7 ของโลกจากญี่ปุ่น, ปาร์ก อินบี มือ 8 ของโลกจากเกาหลีใต้, บรู๊ก เฮนเดอร์สัน มือ 9 ของโลกจากแคนาดา ร่วมแข่งขันพร้อมหน้า

 สำหรับแชมป์เก่ากลับมาล่าแชมป์ 7 คน เพอร์นิลล่า ลินด์เบิร์ก แชมป์เก่าปี 2018 จากสวีเดน, ลิเดีย โค แชมป์เก่าปี 2016 จากนิวซีแลนด์, 

บริททานี่ ลินซิคัม แชมป์เก่าปี 2009, 2015 จากสหรัฐอเมริกา, เล็กซี่ ธอมป์สัน โปรอเมริกัน แชมป์ปี 2014, สเตซี่ ลูอิส แชมป์ปี 2011 ชาวอเมริกัน, มอร์แกน เพรสเซล แชมป์ปี 2017 จากสหรัฐอเมริกา และ ปาร์ก อินบี แชมป์ปี 2013

 ทำให้รายการนี้เพิ่มดีกรีความเดือดอย่างไม่น่าสงสัย

 อย่าพลาดตามเชียร์และให้กำลัง 3 โปรสาวสวยของไทยให้กระหึ่มโลกอีกครั้ง !