“โรนิน” จุดต่ำสุดของซามูไร



“โรนิน” จุดต่ำสุดของซามูไร

“โรนิน” จุดต่ำสุดของซามูไร

วันนี้ จะพาทุกท่าน มารู้จักซามูไร ที่ไม่ได้เรียกว่า ซามูไรได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโรนิน ซามูไรไร้เสียงอย่างแท้จริง ที่ทุกท่าน อาจยังไม่เคยรู้

หากเรานึกถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆคนอาจนึกถึงความเจริญก้าวหน้า รวมไปถึงนวัตกรรมที่มีความทันสมัย และเป็นผู้นำในเรื่องสิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีแนวหน้าของโลก
แต่ถ้าหากย้อนกลับไปในอดีต ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความลึกลับและน่าค้นหา ถูกแบ่งออกเป็นหลายยุคหลายสมัยจนถึงยุคปัจจุบัน คือยุคเรวะ (เริ่มต้น ค.ศ.2019)การค้นพบหมู่เกาะญี่ปุ่นถูกค้นพบจากการขุดค้นโดยนักโบราณคดีที่ได้เห็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเมื่อ 100,000 ปีมาแล้ว ณ บริเวณนี้ แสดงให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเกิดขึ้นบริเวณหมู่เกาะญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน และเกิดวัฒนธรรมต่างๆบริเวณหมู่เกาะญี่ปุ่นขึ้นมากมายwinner55
ความเป็นญี่ปุ่นมักจะถูกนำเสนอผ่านสื่อให้กับทั่วโลกได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาษา การแต่งกายการรับประทานอาหาร รวมไปถึงบุคคลสำคัญต่างๆที่อยู่ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ก็มักจะถูกนำเสนอในรูปแบบละครหรือภาพยนตร์ โดยในวันนี้จะขอนำเสนออีกหนึ่งสถานภาพที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงและไม่มีใครอยากอยู่ในสถานภาพนี้ นั่นคือ “โรนิน” นักรบผู้ไร้สังกัด หรือ “ซามูไรไร้เจ้านาย”
หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่นและพูดถึงนักรบที่เก่งกาจ หลาย ๆ ท่านคงนึกถึง ซามูไรที่เป็นทหารรับใช้ให้กับเจ้าเมืองและขุนนางต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น โดยซามูไรมี หน้าที่ดูแลและรักษาความปลอดภัยให้กับคนนั้น ๆ เปรียบเสมือนบอดี้การ์ดในปัจจุบันแต่รูปแบบในอดีตของซามูไรมักเป็นเหล่านักรบบนหลังม้าและมีธนู หรือเดินทางเท้ารูปแบบนี้ เป็นรูปแบบดั้งเดิมของซามูไรมากที่สุด

ยุคคะมะกุระ ถือว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของซามูไรโดยแท้จริง ปกติทั่วไป ซามูไรนั้นเป็นเพียงแค่นักรบธรรมดาให้กับองค์พระจักรพรรดิ และกลุ่มพวกชนชั้นสูง แต่ต่อมาอำนาจของพวกเขาได้ก่อตัวขึ้น เพราะว่าเนื่องจาก ความแข็งแกร่ง และความเก่งกาจ ทำให้สามารถยึดอำนาจในการปกครองได้ และสร้างกลุ่มที่ปกครองโดยพวกซามูไรขึ้นมาแทน
รวมไปถึงสร้างลำดับการบังคับบัญชามีศูนย์กลางอำนาจของพวกเขาขึ้นมาเอง สะสมกำลังพลทหาร รวมไปถึงทรัพยากรต่างๆ และผูกพันธมิตร กับกลุ่มอื่นๆ เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีที่ดี จึงทำให้ยุคนี้เป็นยุครุ่งเรืองของซามูไร
จะเห็นได้ว่าการเป็นซามูไรนั้นถือเป็นสิ่งที่มีเกียรติเป็นอย่างมาก เพราะได้ทำหน้าที่ในการปกป้องนายของตนเอง ผู้คนนั้นมักจะเกรงกลัวซามูไร รวมไปถึงการให้ความเคารพ เพราะมีความเก่งกาจในด้านการรบ จึงไม่มีใครอยากที่จะต่อกรกับซามูไร เพราะเจ้านายของซามูไร ต่างก็มีอำนาจในด้านการปกครองประเทศญี่ปุ่น

ซามูไรไม่ได้มีแค่ด้านที่ถูกสรรเสริญและยกย่องเสมอไป โรนิน ถือเป็นอีกด้านหนึ่งของซามูไรที่เรียกได้ว่าเป็นจุดต่ำสุดของซามูไร เป็นซามูไรที่ไร้สังกัด จากการที่เจ้านาย ของซามูไรผู้นั้นเสียชีวิต เป็นจุดต่ำต้อยที่สุดของซามูไร เพราะการที่เจ้านายเสียชีวิต จะถือว่าซามูไรผู้นั้นไม่สามารถปกป้องนายของตนเองได้ ไร้ฝีมือ ทำให้ไม่มีใครอยากได้มาอยู่ในสังกัดอีก จึงทำให้เร่ร่อนและเสียเกียรติ
เป็นเรื่องที่น่าอับอายเป็นอย่างมากสำหรับซามูไรที่ต้องกลายเป็นโรนิน และหากเมื่อแปลความหมายตามตัวอักษรของคำว่าโรนินในภาษาญี่ปุ่น อาจหมายถึง “คนคลื่น” ซึ่งแปลว่าเป็นคนที่ถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนคลื่นซัด ไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
การเป็นโรนินถือเป็นเป้าสายตาเป็นอย่างมาก เพราะผู้อื่นนั้น จะเย้ยหยันตน ว่าพวกเขานั้นไม่มีฐานะ ไม่มีเกียรติดังเดิม พวกเขายังต้องใช้ชีวิตแบบไร้ค่าเพราะไม่มีนายให้คอยสังกัด
การมีนายสังกัดทำให้พวกเขามีชื่อเสียง การเป็นโรนินเป็นสิ่งที่ไม่มีใครนั้นต้องการที่จะเป็น
ในหมู่นักดาบญี่ปุ่นสมัยนั้น
มีหลักฐานปรากฏให้เห็นถึงความรู้สึกต่ำต้อยของซามูไ รที่ต้องกลายเป็นโรนินได้อย่างดีคือ โรนินผู้หนึ่งได้ฆ่าตัวตาย ณ สุสานแห่งกลุ่มโรนินทั้ง 47 โรนิน ผู้นั้นทิ้งข้อความไว้ว่าเขาเกลียดการเป็นโรนิน และต้องการ ที่จะเป็นผู้รับใช้ท่านเจ้าเมืองเมืองหนึ่ง เมื่อเขาพยายามเข้าไปสวามิภักดิ์ก็กลับถูกปฏิเสธออกมา ทำให้เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด

โดยเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของกลุ่มโรนินทั้ง 47 คน ที่อยู่ในสังกัดของ“อาซาโนะ นางาโนริ” ในปี ค.ศ.1701 อาซาโนะ นางาโนริ ได้เกิดบันดาลโทสะ ใช้ดาบทำร้ายข้าหลวง ผู้มีอิทธิพลของโชกุนโทกุงาวะ สึนะโยชิที่มีชื่อว่า “คิระ โยชินากะ” ที่ปราสาทมัตสึโอะโอโรกะ จึงทำให้ละเมิดกฎ ที่ว่าด้วยการห้ามชักอาวุธออกมา ขณะอยู่ภายในปราสาทโชกุน ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายร้ายแรง ทำให้เขาต้องทำการฮาาคีรี หรือการคว้านท้องลงโทษตนเอง และประหารสมาชิกในตระกูลของเขาทั้งหมด อาซาโนะ นางาโนริ มีซามูไรทั้งหมด 300 กว่าคนในตระกูล ทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลายเป็นโรนิน โดย 47 คนใน 300 คนนี้ เกิดความคับแค้นใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่สามารถปกป้องนายของตนเองไว้ได้ จึงทำการวางแผนการโจมตีและรอการแก้แค้นมาเป็นเวลามากกว่า 2 ปี โดยการแก้แค้นครั้งนี้ นำโดย “โออิชิ
โยชิโอะ” การโจมตีครั้งนี้ เป็นการบุกเข้าโจมตี ในคฤหาสน์ของคิระ และสังหารข้าหลวงคีระโดยการตัดศีรษะ

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1703 และนำศีรษะไปไว้ที่หลุมศพของเจ้านายตนเองเพื่อเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรี และหลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้ง 47 คนได้ถูกจับกุมทำผิดข้อหาฆาตกรรมและมีการตัดสินให้ลงโทษโดยการประหารชีวิต แต่ในกรณีนี้ถูกเสนอให้เป็นการฮาราคีรีแทนได้

โรนินแม้เป็นจุดที่ต่ำต้อยที่สุดของการเป็นซามูไร ไม่มีเกียรติ ไม่มีชื่อเสียง ผู้คนติฉินนินทา แต่โรนินนั้นก็ถือว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์กับเจ้านายของตนเองมากที่สุด และพยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ในขณะที่เจ้านายของตนมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์ 47 โรนิน ทำให้เราได้เห็นอีกหนึ่งมุมมองของการเป็นโรนินว่าไม่ได้เป็นจุดที่ต่ำต้อย และเป็นผู้คนที่ไร้จุดมุ่งหมายที่ถูกเอาไปเปรียบกับคลื่นที่โซซัดโซเซ แต่โรนินนั้นอาจเป็นได้เพียงแค่ชื่อเรียก
หากจิตวิญญาณยังคงมีความเป็นซามูไรและพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อเจ้านายของตนเองไปตลอดชีวิต

เครดิต : http://jaakjai.com/chanon/stories/3

สนับสนุนเนื้อหาโดย : SA gaming , joker game , joker slot

เนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : https://mdk-shop.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Post