ไม่พูดใช่ไม่คิด ไม่ปฏิเสธ ใช่ยอมรับ

ไม่พูดใช่ไม่คิด ไม่ปฏิเสธ ใช่ยอมรับ

ไม่พูดใช่ไม่คิด ไม่ปฏิเสธ ใช่ยอมรับ

ไม่พูดใช่ไม่คิด ไม่ปฏิเสธ ใช่ยอมรับ

ไม่พูดใช่ไม่คิด ไม่ปฏิเสธ ใช่ยอมรับ ในชีวิตจริง เราก้าวล่วง ล้ำเส้นเข้าไปในเขตแดนผู้อื่น ทั้งรู้ตัว และไม่รู้ตัว ทั้งเปิดเผยและปิดบังซ่อนเร้น ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ทั้งสำนึกได้และไม่รู้สำนึก บอบบาง อ่อนโยน และ ละเอียดอ่อน ยากยิ่งนักที่จะหยั่งรู้

ไม่ตอบโต้ใช่ว่ากลัว ไม่สู้ใช่ยอมแพ้ ไม่หนีใช่ไม่มีที่ไป ไม่ร้องไห้ใช่ว่าไม่เสียใจ คิดคบใครสักคน อย่าเอาแต่ได้โดยไม่ยอมเสียสละ อย่าทำลาย ทำร้าย ย่ำยี เบียดเบียนผู้คน โดยปราศจากความเอื้ออาทร

เส้นทางมีหลักกิโล ที่ดินมีหลักหมุด บ้านเมืองมีหลักเมือง การแข่งขันมีหลักชัย อะไร คือ หลักชีวิต??? นับแต่วันที่ลืมตาดูโลก เวลาเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเสมอภาค วัยร่วงโรยไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทรัพย์สินเงินทอง ล้วนเป็นสมบัติที่ผลัดกันชม

คุณธรรม และคุณงามความดี คือ ความมั่นคงแห่งหลักชัยชีวิต คือ รากแก้วแห่งความดีงาม คือ มโนธรรมสำนึกแห่งจริยธรรม คือ สำนึกแห่งคุณค่า

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ต้องมีมาก หรือ มีน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความครบถ้วน หรือ ขาดหาย ขึ้นอยู่กับ พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

ความรู้ทำให้เติบโต คุณธรรมทำให้สง่างาม

ใจข้างในที่มีปีติสุข และความยินดี ใบหน้าย่อมมีรอยยิ้ม แววตาก็พลอยยิ้มไปด้วย รอยยิ้มไม่ต้องใช้เงินตรา มาแลกซื้อเหมือนสิ่งของ ไม่ต้องมองหาจากที่ไหน มีอยู่ในตัวของทุกๆคน หัดยิ้มทุกวัน ยิ้มจากข้างใน ยิ้มจากใจ ส่งยิ้มให้ตัวเองและบุคคลอื่นๆรอบตัวให้ชื่นใจ รอยยิ้ม ไม่มีต้นทุน ไม่มีค่าใช้จ่าย มีแต่รายได้ ยิ้มสู้กับปัญหา ยิ้มย่องผ่องใส ยิ้มเป็นกำลังใจให้ผองชน ให้รอยยิ้ม พรั่งพรูอยู่เต็มหัวใจไปนิรันดร์

อย่าอายที่จะต้องขอโทษ อย่าเขินที่จะต้องขอบคุณ รอยยิ้มที่มาจากใจ แก้ไขอะไรๆได้เสมอ

ความวุ่นวาย หรือความเงียบสงบ

ความอลหม่านแห่งผู้คน เสียงดังอึกทึกครึ กโครม แสงสีงดงามตระการตา ถนน ที่เนืองแน่นไปด้วยยวดยานพาหนะ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นั่นคือ … ควา มวุ่นวายหรือ ราตรีที่เงียบสงัด ชนบทที่ห่างไกลไร้ซึ่งผู้คน ถนนทุร กันดารบนเส้นทางสาย เปลี่ยว ถ้ำ ป่าเขา ลำเนาไพร ไร้เสียง ไร้แสง ไร้สี นั่นคือ … ความเงียบสงบหรือ เงียบสงบ หรือ วุ่นวาย แท้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องกาล สถานที่ และผู้คน แต่เป็นความสงบจากใจที่มีสติครองในอิริยาบทน้อยใหญ่ ย่อมไม่หวั่นไหว ในสิ่งกระทบทั้งหลาย ที่นั่น จึง หลีกหนีความวุ่นวายได้อย่างสนิทใจ

สวยได้อย่างไร ถ้าใจ ยังขุ่นมัว งามได้อย่างไร ถ้าใจยังเศร้าหมอง สุขได้อย่างไรถ้าใจยังสับสน สบายได้อย่างไร ถ้าใจยังเร่าร้อน ไม่มีที่ใดจะให้ความสุขที่เยือกเย็น เช่นใจเจ้าที่ผ่อนคลาย ไม่มีที่ใดสุขสบาย เมื่อใจเจ้าไ ม่หายคลายกังวล

อันธพาล อาศัย กฎหมู่ การอยู่ร่วมกัน อาศัย กฎระเบียบ การแข่งขัน อาศัย กฎกติกา สังคมอาศัย กฎหมาย ความจริง อาศัย กฎธรรมชาติ บาปบุญ อาศัย กฎแห่งกรรม

เหนือความคิด คือ ความถูกต้อง เหนือความอยุติธรรม คือ ความยุติธรรม เหนือ ความชั่ว คือ ความดี จำไว้ให้ดีนะ กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ

4 อย่า อย่านะ .. ขอร้อง

อย่าทิ้งคน ที่ร่วมสู้ อยู่เคียงข้าง อย่าลืมคนที่ช่วยสร้าง ทางยิ่งใหญ่ อย่าละเลย คนที่เคยมีน้ำใจ อย่าลืมเป็นผู้ให้ เมื่อได้ดี

อย่าขอร้องต่อ สิ่งต่างๆ โดยไม่คิดที่จะลงมือทำ อย่าโทษกรรมเก่า โดยปราศจากความมุมานะพยายาม อย่าถามหาความสำเร็จ โดยปราศ จากการเริ่มต้น อย่าค้นหาคนอื่นๆ โดยไม่เคยค้นมองตัวตน อย่ายอมจำนน โดยไม่คิดปรับปรุง และพัฒนา อย่าทำตัวไร้ค่า โดยปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไป อย่าจมปลักในอดีต โดยไม่คิดมองไปข้างหน้า อย่ารอชักช้า โดยไม่กล้าตัดสินใจ อย่าอ่อนไหว โดยปราศจากความเชื่อมั่น อย่าดับฝัน โดยที่ยังมีลมหายใจ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ยาวพอสมควร อีกหนึ่งบทความ ทิ้งท้ายค่ะ ช่างสวยงามเหลือเกิน

  • ไม่ได้เรียนมหวิทยาลัยที่ใหญ่โต แต่เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยชีวิต
  • ไม่ได้เรียนบริหารธุรกิจ แต่เรียนรู้จากธุรกิจจริงที่เผชิญ
  • ไม่ได้มีเงินทองมากมาย แต่เกิดจากการอดออมและมัธยัสถ์
  • ไม่ได้มีเครื่องคิดเลข และคอมพิวเตอร์ มีแต่ลูกคิดและกระดาษทด
  • ไม่ได้มีพนักงานบุคลากรมากมาย มีแต่คนในครอบครัวคอยช่วยเหลือ
  • ไม่ได้สร้างตัวอย่างก้าวกระโดด แต่ทำทุกวันด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ
  • ไม่ได้คิดคดโกงผู้ใด มีแต่หัวใจที่ซื่อสัตย์เปี่ยมด้วยคุณธรรม
  • ไม่ได้บ่นว่าเครียด เซ็ง เบื่อ มีแต่เป้าหมายยิ่งใหญ่ให้ลูกและครอบครัว
  • ไม่ได้มีซัมซุง ไอแพด ไอโฟน มีแต่สายใยที่ห่วงใยให้กันและกัน
  • รักแท้ของพ่อแม่ ให้อย่างไร้รอยต่อ และไร้เงื่อนไข

เย้ๆ… จบแล้วค่ะ บทความที่พลอยศรีชื่นชอบ จากนี้ไปก็สามารถส่งคืนหนังสือได้อย่างสบายใจ หนังสือเล่มนี้ ชื่อว่าของขวัญ เขียนขึ้นโดย คุณ เอนก แซ่ตั้ง เป็นหนังสือปกสีฟ้าอ่อน สวยงาม สบายตา อ่านแล้วได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่างเลยค่ะ บางเรื่องราว เหมือนเรารู้ เหมือนเราเข้าใจ พออ่านแป๊บๆ ก็ฉุดคิดได้ แต่พอนาน ไปก็ลืมเลย เลอะเลือน พลอยศรีชอบมาก และกลัวจะลืมเลือน จางหาย เลยบันทึกไว้ นึกได้เมื่อไหร่ก็มาเปิดอ่าน เปิดดู

บทความสั้นๆ แต่สวยงาม ลึกซึ้งทุกเรื่องราว เก็บมาเรียงร้อย ต่อกันเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม ตั้งชื่อว่า ของขวัญ คือ พลอยศรีรู้สึกว่า อ่านแล้วเหมือนได้รับของขวัญที่ประมาณค่าไม่ได้จริงๆ เพราะ อ่านแล้ว เหมือนฉุดเราให้หยุด

แล้วคิดอะไรบางอย่าง และเดินไปตามเส้นทาง แห่งความถูกต้อง ความดีงาม เดินไปพร้อมๆกับรอยยิ้ม และไม่ไปข้ามล้ำเส้น คร่อมเลนของใคร อีกทั้งรู้สึกนึกรักพ่อแม่ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลทั้งที่ๆเราก็รักพวกท่านทั้งสองอยู่แล้ว

แต่อาจเป็นความรักที่เราไม่รู้สาเหตุเป็นรักรวมๆแต่ วันนี้ได้เห็นภาพกระจ่างขึ้น และพลอยศรีก็ตั้งมั่นที่จะเป็นคนดี ใช้ชีวิตอยู่ในกฎต่างอย่างเข้าใจ ทำตัวเย็นๆแบบสายน้ำไหล ไม่ร้อนเล่าแบบไฝเผา ฝึกตัวเองให้มีน้ำใจแบ่งปันอยู่ตลอดเวลา

ขอบคุณพี่แมวที่สุด ที่ยินดีให้พลอย ศรีหยิบยืม หนังสือมาอ่าน อ่านแล้วยิ้มพริมใจ อ่านแล้วได้อะไรมากๆมายค่ะ เลิฟ เลิฟ