ไขรหัสผ่านฟิสิกส์และตัวตน : ไฉน “เคอร์รี่” ถึงมี 3 แต้มที่ใครก็หยุดไม่ได้?

ไขรหัสผ่านฟิสิกส์และตัวตน : ไฉน “เคอร์รี่” ถึงมี 3 แต้มที่ใครก็หยุดไม่ได้?

ไขรหัสผ่านฟิสิกส์และตัวตน : ไฉน “เคอร์รี่” ถึงมี 3 แต้มที่ใครก็หยุดไม่ได้? 

ไขรหัสผ่านฟิสิกส์และตัวตน : ไฉน “เคอร์รี่” ถึงมี 3 แต้มที่ใครก็หยุดไม่ได้? สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ สร้างความฮือฮาให้กับวงการบาสเก็ตบอลโลกอีกครั้ง ด้วยการขึ้นไปรั้งอันดับ 3 คนยิง 3 คะแนนสูงสุดตลอดกาล หลังทำ 3 คะแนน 5 ครั้ง ช่วยให้ โกลเดน สเตท วอริเออร์ เอาชนะ ชิคาโก บลูส์ 146-109 เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา winner55

ยิ่งไปกว่านั้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขายังทำ 3 คะแนนอีก 11 ครั้ง ในเกมพบกับ ดัลลัส แมฟเวอริค กลายเป็นครั้งที่ 7 ในอาชีพที่ยิง 3 คะแนนได้อย่างน้อย 11 ครั้งในเกมเดียว 

แน่นอนว่าในยุคนี้ คงจะไม่มีมือ 3 คะแนนคนไหนที่เก่งกาจไปกว่าเขา จากรางวัลที่การันตีอย่าง แชมป์ NBA 3 สมัย ติดทีมออลสตาร์ 6 สมัย ผู้เล่นทำแต้มสูงสุด 1สมัย รวมไปถึงผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งฤดูกาล 2 สมัย UFABET

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จของเขา ที่ทำให้ผู้เล่นที่สูงเพียงแค่ 191 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าไม่สูงนักใน NBA ยิง 3 คะแนนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ Main Stand ขอไปหาคำตอบพร้อมกัน 

ถ่ายทอดจาก DNA ?

สเตฟเฟ่น ไม่ใช่คนจากตระกูลเคอร์รี่คนแรก ที่ลงเล่น NBA เพราะก่อนหน้านั้นเมื่อหลาย 10 ปีก่อน เดลล์ เคอร์รี่ พ่อของเขาก็เคยฝากฝีไม้หลายมือในยอดลีกบาสเก็ตบอลแห่งนี้ ภายใต้สีเสื้อของหลายทีมดังอย่าง ยูทาห์ แจ๊ซซ์, คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส, ชาร์ล็อต ฮอร์เน็ตส์, มิลวอล์คกี บัคส์ และ โตรอนโต แรปเตอร์ส 

ตลอด 16 ฤดูกาลในฐานะชูตติ้ง การ์ด เคอร์รี่ผู้พ่อ ทำผลงานได้ไม่เลว เขาทำไปทั้งสิ้น 12,670 แต้มจาก 1,083 เกม หรือเฉลี่ย 11.7 คะแนนต่อเกม กับอีก 1,090 แอสซิสต์และ 2,617 รีบาวด์ รวมทั้งเคยคว้ารางวัลตัวสำรองยอดเยี่ยมแห่งปีของ NBA ในปี 1994 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือผลงานการยิง 3 คะแนนของเดลล์ อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี เขามีอัตรายิง 3 แต้มลงห่วงที่ค่อนข้างสูงคือราว 40.2 เปอร์เซ็นต์ และสถิติสูงสุดที่ทำได้คือฤดูกาล 1998-1999 ที่มีอัตราความแม่นสูงถึง 47.6 เปอร์เซ็นต์ 

ทำให้เชื่อกันว่าอิทธิพลการเป็นมือยิง 3 แต้มเดลล์ ถูกส่งต่อมาถึง สเตฟเฟ่น ไม่น้อย ทั้งจากแรงบันดาลใจที่เห็นพ่อตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก และการมีโค้ชส่วนตัวที่เป็นนักบาสระดับ NBA 

“เห็นได้ชัดว่ามันน่าทึ่งมาก ผมโชคดีที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ทำให้ผมได้ใช้เวลากับเกมการแข่งขันบาสเก็ตบอล” สเตฟเฟ่น  กล่าวในงานแถลงข่าวอันเดอร์ อาร์มเมอร์ เอเชีย ทัวร์ ที่ฟิลิปปินส์ 

“ผมได้เห็นจากพ่อของผม และดูว่าเขารักษาความเป็นมืออาชีพไว้อย่างไร และมันก็ช่วยผมได้ใน NBA ได้”

“เขายังคงอยู่ข้างๆผม เราไปออกกำลังด้วยกัน เขารีบาวด์บอลให้ผม ช่วยฝึกยิงด้วยการเป็นตัวป้องกัน แม่ของผมก็ช่วยเหลือผมเช่นกัน ผมชอบที่จะแชร์ความรู้สึกนี้กับครอบครัวของผม”

กล่าวกันว่าครอบครัวคือพื้นฐานในการสร้างคนคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาในสังคม ไม่ว่าจะในฐานะอะไร และเดลล์ พ่อของเขาก็มีส่วนไม่น้อยในการสร้าง สเตฟเฟ่น ให้เก่งกาจได้อย่างในวันนี้ แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง 

จังหวะยิงสุดมหัศจรรย์ 

ต้องยอมรับว่าชั่วโมงนี้ เคอร์รี่คือตัวยิงวงนอกที่ดีที่สุดของ NBA ด้วยสถิติยิง 44.4% ในการยิง 3 คะแนนในฤดูกาลนี้ การยิงของเขาดูง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก แต่ภายใต้ความง่ายนั้นมันมีความพิเศษซ่อนอยู่ไม่น้อย  

จริงอยู่ที่เคอร์รี่ อาจจะได้รับอิทธิพลจากพ่อเขาที่เล่นตำแหน่ง ชู้ตติ้งการ์ด แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากพ่อ รวมไปถึงคนอื่นในยุคนี้คือ เคอร์รี่คิดไวทำไว ไม่ว่าจะเป็นการเซ็ตท่ายิง การยกบอลขึ้นเหนือหัว หรือแม้กระทั่งการปล่อยบอล ทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมดจนคู่ต่อสู้ตั้งตัวไม่ทัน กลายเป็นจังหวะมหัศจรรย์สำหรับตัวเขา 

จากสถิติที่ ESPN เคยบันทึกไว้เมื่อปี 2015 พบว่า เคอร์รี่ ใช้เวลาเพียงแค่ 0.33 วินาทีในการจัดระเบียบร่างกายเซ็ตท่ายิง ใช้เวลายกบอล 0.06 วินาที ก่อนจะใช้เวลาเพียง 0.4 วินาที ในการปล่อยบอล ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของผู้เล่นคนอื่นๆในลีกอยู่ที่ 0.54 วินาที 

“ผมไม่เคยเห็นใครที่ปล่อยบอลได้เร็วขนาดนี้ ในทางวิทยาศาสตร์ ง่ายๆเลยคือบอลเดินทางในระยะที่สั้นกว่า ก่อนที่จะถูกปล่อย นี่คืออย่างแรก” จอห์น ฟอนตาเนลลา ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ เจ้าของหนังสือ ‘หลักฟิสิกส์ของบาสเก็ตบอล’ กล่าวกับ San Francisco Chronicle 

“อย่างที่สองคือการหักและสะบัดข้อมือ ลูกยิงเกิดขึ้นในการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว มันคือการกระโดดยิงที่แท้จริง แค่เอาบอลไว้เหนือหัวจากนั้นก็สะบัดข้อมือ เขารับบอล และส่งมันลงห่วงในการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว”

“ตอนที่บอลมาถึง มันก็เคลื่อนที่ไปแล้ว และจากที่ผมเห็นในเคสของเขา บอลไม่ได้หยุดเลย”

ลูกยิงของเคอร์รี่ ยังมีองศาการชู้ตที่สูงกว่าคนอื่น ตามทฤษฎีแล้ว 45 องศาคือตัวเลขสมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าในความเป็นจริงมันมีโอกาสสูงมากที่จะถูกบล็อค ทำให้เขาปรับเปลี่ยนองศาการยิงอยู่ในระดับ 50-55 องศา 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าของ MVP 2 สมัย ฝึกยิงในมุมนี้คือส่วนสูงของเขาที่สูงเพียง 191 เซนติเมตร และถือว่าไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยผู้เล่นส่วนใหญ่ในลีกที่สูงเกือบ 2 เมตร ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาได้รับการปลูกฝังจาก เดลล์ ผู้เป็นพ่อมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ 

นอกจากนี้ การปล่อยบอลทันทีที่กระโดดของเขา จากปกติควรจะปล่อยบอลตอนอยู่บนจุดสูงสุดของการกระโดด ยังทำให้บอลของเคอร์รี่ลอยเป็นวิถีโค้งกว่าคนอื่น โดยจุดสูงสุดของลูกยิงของเขาคือ 16.23 ฟุต มากกว่าค่าเฉลี่ยของ NBA ที่มีความสูง 15.77 ฟุต 

“ในทุกทีมที่เขาลงเล่น เขาเป็นคนตัวเล็กที่สุด แต่เขาก็หาวิธีทำให้มันโดดเด่นจนได้” เดลล์ เคอร์รี่ กล่าวถึงลูกชาย 

“เขาปล่อยบอลเป็นจังหวะ ปล่อยเมื่อมือมาถึงบริเวณหัว มันเป็นเส้นโค้งและบล็อคยาก วิธีนี้มันเหมาะกับคนสูง 6 ฟุต 3 นิ้วแบบเขา”

และความสูงของวิธีโค้ง ทำให้ลูกยิงของเคอร์รี่ ได้เปรียบในการทำมุมกับห่วง เพราะยิ่งโค้งสูงเท่าไร มุมก็จะเปิดกว้างมากขึ้น จากสถิติระบุว่าองศาของเคอร์รี่ เพิ่มโอกาสบอลลงห่วงถึง 19 เปอร์เซ็นต์และกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขายิงสามคะแนนได้อย่างไร้เทียมทาน 

“ผมแน่ใจว่าเคอร์รี่ปล่อยบอลในมุมที่การยิงที่นุ่มนวลที่สุด หมายความว่าเขามีเทคนิคชั้นเซียนในการทำให้บอลพุ่งลงห่วง มันค่อยๆเคลื่อนที่อย่างช้าๆเท่าที่ทำได้” ฟอนตาเนลลากล่าว

“ถ้าคุณเพิ่มหรือลดมุม มันจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น เรียกได้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านวิถีการยิงจริงๆ” 

ยิงจากทุกที่ในสนาม 

“เคอร์รี่มีชุดทักษะที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ทั้งเรื่องการยิงและเลี้ยงบอล ควบคู่ไปกับสปีดและความว่องไว” สตีฟ เคอร์ กุนซือ โกลเดน สเตท กล่าวถึงลูกทีมกับ San Francisco Chronicle

นี่ไม่ใช่การกล่าวเกินเลย เพราะนอกจากความสามารถในฐานะตัวยิงที่พึงมี เคอร์รี่ ยังมีทักษะการทะลุทะลวงในฐานะการ์ดจ่าย เขาสามารถเลี้ยงบอลเพื่อไปหาตำแหน่งยิงที่ดีที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 0.33 วินาทีในการหยุดแล้วเซ็ตท่ายิง แล้วก็ “ซวบ”  

อีกหนึ่งในกุญแจความสำเร็จของเขาคือระยะในการยิง เขาอาจจะยังไม่ใช่เป็นมือยิง 3 คะแนนที่ดีที่สุดตลอดกาลของ NBA แต่เขาคือมือยิง 3 คะแนนระยะไกลที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขายิง 3 แต้มมาแล้วในทุกรูปแบบ ทั้งฝั่งคู่แข่ง กลางสนาม หรือแดนตัวเอง 

เจ้าของแชมป์ NBA 3 สมัยมีสถิติการยิงที่น่าทึ่งคือเขามักจะยิงในระยะ 30-35 หลา และสามารถส่งลูกลงห่วงได้ถึง 54 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลนี้ ในขณะที่สถิติ เฉลี่ยทั้งหมดของลีกอยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์ และในระยะนี้ยิงลงกันไปเพียงแค่ 22 เปอร์เซ็นต์ 

ตามทฤษฎีแล้วระยะ 30-35 หลาถือเป็นระยะที่ยิงค่อนข้างยาก แต่ เคอร์รี่ กลับทำได้อย่างง่ายดาย โดย 4 ฤดูกาลหลังบวกกับฤดูกาลนี้ เคอร์รี่ สามารถส่งลูกลงห่วงในระยะนี้ได้สูงถึง 48 เปอร์เซ็นต์

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ที่นี่

ตอนรแกสนับสนุนเนื้อหาโดย :   Sa gaming Sexy Baccarat , joker slot 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *