(communication)




  (communication)

  (communication) คำถามที่ดีเป็นใบเบิกทางไปสู่ความสำเร็จและต่อยอดความรู้ แต่กว่าจะได้คำถามที่มีกึ๋น ฟังดูฉลาด ก็ต้องฝึกฝนทุกๆ วัน หัดตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว และมีความกล้าที่จะถามด้วย

         เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่เด็กจนโต เราสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ถ่ายทอดความรู้ และข้อมูลข่าวสารกับผู้อื่น การสื่อสารจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมี 4 องค์ประกอบ คือ ผู้ส่งสาร (Sender) สาร (Message) ช่องทาง (Chanel) และผู้รับสาร (Receiver) ในแง่ของ

นั้นเราต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานอยู่ทุกวัน ตั้งแต่พนักงานระดับเจ้าหน้าที่ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง บทสนทนาของการสื่อสารย่อมปรับเปลี่ยนไปตามกาลเทศะ เช่น การคุยงานในระดับแผนก

 การประชุมบริษัท หรือการนำเสนองาน ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแสดงความคิดเห็น การฝึกตั้งคำถามคือการฝึกกระบวนการคิดที่สำคัญ ที่จะช่วยพัตนาศักยภาพในการทำงานของตัวเอง การตั้งคำถามที่ฉลาด จะนำไปสู่ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

           แต่ถ้าไม่เคยฝึกฝนการตั้งคำถามเลย ก็จะได้คำถามที่น่าเบื่อ ไม่สามารถต่อยอดทางความคิดได้ มากกว่านั้นคือเป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ ถามแล้วไม่เกิดประโยชน์ เรียกง่ายๆ ว่าคำถามวงแตก! ที่อาจชวนทะเลาะได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นมาฝึกตั้งคำถาม ลับคมความคิดกันเถอะ แล้วจะรู้ว่าแค่ถามเป็น ชีวิตก็เปลี่ยนได้!

1. ช่างสงสัย

           บทสนทนามักจะเริ่มต้นจากความสงสัยหรือเกิดจากความไม่รู้ เพราะความสงสัยคือสัญชาตญาณของมนุษย์ ลองนึกย้อนกลับไปเมื่อตอนเรายังเป็นเด็ก มีความอยากรู้อยากเห็น ทำให้วัยเด็กเป็นวัยที่เรียนรู้ได้เร็ว แต่เมื่อโตขึ้นกลับมีกรอบทางความคิด หรือวัฒนธรรมบางอย่างที่ทำให้ไม่กล้าสงสัยหรือคิดแตกต่าง นี่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ไม่กล้าตั้งคำถาม กลัวถามผิดจะมองว่าไม่ฉลาดบ้าง รวมไปถึง

หรือคนที่คิดว่าตัวเองรู้มากยู่แล้ว เลยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงและไม่กล้าเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพราะฉะนั้นลองเริ่มต้นจากการปรับทัศนคติของตัวเองก่อน ปล่อยให้สัญชาติญาณความสงสัยทำงานไปตามธรรมชาติ ลองสังเกตสิ่งรอบๆตัว แล้วตั้งคำถาม และพยายามค้นหาคำตอบตลอดเวลา

2. หาข้อมูลเรื่องที่ถาม

           ก่อนจะตั้งคำถามควรมีข้อมูลที่เกี่ยวกับคำถามบ้าง เพื่อให้ได้คำตอบตรงประเด็นที่สุด และยังแสดงให้เห็นว่าเราศึกษาข้อมูลมาอย่างดี ยิ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากเท่าไหร่ จะทำให้คำถามฟังดูฉลาดมากขึ้นเท่านั้น เช่น ในการนำเสนองานกับลูกค้า ไม่ควรถามคำถามง่ายๆ ที่สามารถหาคำตอบได้ในอินเทอร์เน็ต

เช่น บริษัทประเภทไหนบ้าง อะไรขายดีที่สุด หรือทำธุรกิจมานานแค่ไหนแล้ว คำถามเหล่านี้แสดงถึงความไม่พยายามค้นคว้าเลย และยังเป็นคำถามที่ไม่จำเป็นต้องถามก็ได้ ถ้าลองเปลี่ยนเป็นคำถาม “บริษัทคุณได้ก่อตั้งมาหลายสิบปี อยากทราบว่ามีนโยบายบริหารงานแบบไหนถึงทำให้ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน” ผู้ถูกถามจะรู้สึกว่าเราใส่ใจ รู้จักหาข้อมูล และให้เกียรติผู้ถูกถามด้วย

3. ถามให้ตรงประเด็น

           อยากจะตั้งคำถามให้ดี ตัวผู้ถามเองก็ต้องเข้าใจประเด็นคำถามของตัวเองก่อนว่าอยากรู้เรื่องอะไร อย่างในกรณีที่ต้องตั้งคำถามเพื่อระดมความคิด (brainstorm) หรือถามเพื่อแสดงความคิดเห็น อย่าตั้งคำถามแบบปลายปิด ที่ได้คำตอบแล้วก็จบ ผู้ถูกถามไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย หรือถามคำถามที่กว้างจนเกินไป จะทำให้ใช้เวลาในการตอบคำถามมาก จนอาจกระทบกับผู้อื่น

อย่างการประชุมงานที่ต้องใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ควรตั้งคำถามให้ชัดเจน จะได้ไม่เสียเวลาโดยใช่เหตุ แนะนำให้จดบันทึกข้อความสำคัญสั้นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ถาม แล้วค่อยเรียบเรียงโดยใช้คำที่กระชับ เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย้อ และควรเป็นคำถามที่เฉพาะเจาะจงในเรื่องนั้นๆ ไปเลย ก็จะทำให้ได้คำตอบที่ตรงประเด็นมากกว่า

4. ถามทีละคำถาม

           เมื่อมีข้อสังสัยหลายอย่าง ให้ค่อยๆ ตั้งคำถามทีละประเด็น อย่าถามทีเดียวพร้อมกัน จะทำให้ผู้ถูกถามสับสนจนไม่แน่ใจว่าเราอยากรู้เรื่องอะไรบ้าง และไม่ควรถามคำถามติดต่อกันเยอะๆ เพราะจะเป็นการเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน

ที่อาจจะรอถามคำถามอยู่ ในกรณีที่ไม่ต้องการคำตอบเร่งด่วน อาจจะเก็บคำถามเอาไว้ แล้วไปค้นคว้าเองด้วยตัวเองก่อน จากนั้นค่อยมาสอบถามเพิ่มเติมก็ยังได้

5. ตั้งคำถามจากคำตอบ

           อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คำถามดูฉลาด ก็คือตั้งคำถามจากคำตอบของผู้ถูกถาม เพื่อต่อยอดเป็นประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นควรฟังคำตอบอย่างตั้งใจ และคิดตามไปด้วย อาจจินตนาการเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ วิธีนี้ช่วยให้เราได้ไอเดียคำถามที่ไม่ซ้ำกับคนอื่นๆ เป็นคำถามที่หลุดจากกรอบเดิมๆ การตั้งคำถามจากคำตอบมักใช้บ่อยในสถานการณ์ที่ต้องระดมสมองหาไอเดียใหม่ๆ หรือการคิดโปรเจคงาน

           การถามคำถามควรใช้ภาษาที่สุภาพ ไม่ตั้งคำถามด้วยอารมณ์ถึงแม้คุณจะโกรธหรือเบื่อหน่ายแค่ไหน ก็ต้องให้ความเคารพผู้สนทนาด้วย ใช้คำถามที่เป็นแนวขอร้องมากกว่าการออกคำสั่ง หรือกดดันว่าต้องตอบคำถามของตัวเองให้ได้เดี๋ยวนั้นเลย นอกจากนี้ควรลงท้ายคำถามด้วยคะ/ค่ะ เสมอ เป็นการให้เกียรติคนอื่นๆ ฟังแล้วก็อยากตอบ แต่ถ้าถามแบบใส่อารมณ์ คงไม่มีใครอยากให้คำปรึกษาเท่าไหร่ แล้วอาจจะได้คำตอบที่ไม่ครบถ้วนอีกด้วย เพราะผู้ถูกถามก็อยากจะจบบทสนทนาให้เร็วที่สุดเพื่อลดความขัดแย้ง

           จุดประสงค์ของการตั้งคำถามไม่ได้อยู่ที่การหาคำตอบเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยขัดเกลาความคิด เปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อหาความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมฝึกตั้งคำถามในทุกๆ วันของการทำงานและในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ อย่ากลัวว่าจะถามผิด ไม่เช่นนั้นก็จะติดอยู่ใน comfort zone 

เดิมๆ ต่อไป แต่ถ้าหมั่นฝึกฝน กล้าตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว คำถามของเราก็จะสร้างสรรค์ และพัฒนาไปเป็นคำถามที่ฉลาดในที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถนำแนวทางการตั้งคำถามทั้งหมดนี้ไปปร้บใช้กับการสัมภาษณ์งานได้ด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหางานที่น่าสนใจและเงินเดือนที่คุ้มค่า สามารถค้นหางานผ่านแอปพลิเคชั่น jobsDB ได้เลย

2 ปีก่อน เครื่องสำอางแบรนด์ดัง “Make Up For Ever” สร้างความฮือฮาให้กับวงการแฟชั่น และวงการโฆษณา ด้วยการดึง Andreja Pejic นางแบบข้ามเพศมาเป็นนางแบบโฆษณาให้กับแบรนด์ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่หน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นต้องจารึก เพราะเป็นครั้งแรกของโลกที่แบรนด์เครื่องสำอางสตรี เลือกผู้หญิงข้ามเพศให้มาเป็นพรีเซนเตอร์!

ล่าสุด “Make Up For Ever” ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการปล่อยแคมเปญ Digital Marketing ภายใต้ชื่อ Ultra HD ‘Icon’ โปรโมทครีมรองพื้นเฉดสีเข้มที่ออกแบบมาสำหรับสาวผิวสีโดยเฉพาะ และใช้สาวผิวสีเป็นพรีเซนเตอร์ในการโฆษณา

สวนทางกับค่านิยมความงามกระแสหลักที่มักจะใช้ผู้หญิงผิวขาวเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอาง

อะไรทำให้เครื่องสำอางแบรนด์นี้กล้าคิดและทำสิ่งที่ต่างออกไป?

ที่มาของแคมเปญนี้เกิดจากทีม Digital Marketing ของ Make Up For Ever สำรวจข้อมูลเชิงลึกของ Google พบว่า 70% ของผลการค้นหาบน Google ด้วยคำแบบกว้างๆ (เช่น รองพื้นที่ดีที่สุด) มักเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ขณะที่การค้นหาด้วยคำที่แคบลงมา (เช่น รองพื้นที่ดีที่สุดสำหรับคนผิวเข้ม) มีเพียง 33% เท่านั้นที่แบรนด์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

นั่นหมายความถึงธุรกิจจะพบการแข่งขันที่น้อยกว่า ถ้าเลือกทำการตลาดแบบเจาะจงเฉพาะกลุ่ม

โฆษณาเต็มรูปแบบ และสื่อสารตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

Make Up For Ever สร้างสรรค์แคมเปญ Digital Marketing โดยใช้รูปแบบของ Video Advertising บน YouTube ที่หลากหลาย เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายไปตลอดทั้งกระบวนการตัดสินใจซื้อ

ตั้งแต่การใช้ Trueview in-stream Ads (วิดีโอโฆษณาก่อนเริ่มวิดีโอหลัก) เพื่อสร้าง Awareness ตามด้วย TrueView discovery Ads (วิดีโอโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิดีโอหลัก) ในรูปแบบของการเผยเทคนิคการใช้เครื่องสำอางโดยช่างแต่งหน้าชื่อดัง เพื่อให้ความรู้และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจ และใช้ Bumper Ads (วิดีโอขนาดสั้นความยาวเพียง 6 วินาที) เพื่อเน้นความถี่ในการเห็นโฆษณา

นอกจากนี้ยังทำ Retargeting โดยสร้างแบนเนอร์โฆษณาให้ตามไปปรากฏบนเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อดึงคนมายังเว็บไซต์ของแบรนด์ด้วย

Laure de Metz, ผู้จัดการทั่วไป Makeup For Ever อเมริกา เผยว่า ทีม Digital Marketing สังเกตเห็นว่าแบรนด์เครื่องสำอางส่วนใหญ่ไม่ได้สื่อสารกับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (multicultural audiences) ดังนั้นแคมเปญ Ultra HD ‘Icon’ จึงเป็นการพิสูจน์ว่า การออกแบบการสื่อสารที่เป็นลักษณะเฉพาะสำหรับคนแต่ละกลุ่ม จะให้ผลลัพท์ที่ดีกว่าการทำการตลาดแบบกว้างๆ อย่างที่ผ่านมา

ซึ่งทีมรู้ดีว่า การทำสิ่งนี้ไม่ได้อาศัยแค่ความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังต้องการ “การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย” (Targeting) อย่างมีชั้นเชิงด้วย

“กุญแจสำคัญที่ทำให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ คือการสื่อสารกับ Multicultural Audiences โดยเลือก Target ให้โฆษณาของเราเข้าถึงคนกลุ่มนี้ที่กำลัง Search หาสินค้าชนิดนี้อยู่ทั้งบน YouTube และ Google” ผู้จัดการทั่วไป Make Up For Ever อเมริกา เผยกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ผลจากการนำข้อมูลเชิงลึกนี่มาใช้กำหนดกลยุทธ์ในการทำ Digital Marketing ทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้มากขึ้นถึง 44% การ Serch ค้นหาเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มขึ้น 18% และจำนวน Subscribers ของแบรนด์บน YouTube เพิ่มขึ้นถึง 11% ภายใน 1 เดือน

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexygaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slo

ป้ายกำกับ:

Related Post

ความเชื่อผิด ๆ ที่ต้องรู้กับน้ำมะพร้าวความเชื่อผิด ๆ ที่ต้องรู้กับน้ำมะพร้าว



น้ำมะพร้าวนั้น เป็นหนึ่งในน้ำผลไม้ ที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก ในประเทศไทย เพราะมีรสชาติหวาน อร่อย ดื่มแล้วสดชื่น