Review ภาพยนตร์ Embrace of the Serpent

ภาพยนตร์ เรื่อง Embrace of the Serpent สะท้อนให้เห็น ปัญหาของ การพัฒนา ในแง่มุมของ ความสัมพันธ์ ระหว่างฝรั่ง ทั้งสองคน กับคนพื้นเมือง ที่เป็นผู้เปิดโลก หรือผู้วิเศษ ฝ่ายฝรั่งนั้น ต้องการให้ คนพื้นเมืองนำทาง เพื่อต้องการความรู้ ของผู้วิเศษ เพื่อเข้าไปเอาพันธุ์ไม้ราคาสูง ที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก นอกจากผู้วิเศษ และฝ่ายผู้วิเศษนั้น ต้องการความรู้ เรื่องถิ่นฐานของฝรั่ง เพื่อไปหาคนร่วมเผ่า ซึ่งเป็นความรู้ ด้านชาติพันธุ์ ทำให้ผู้วิเศษ ยอมนำทางเข้าป่า

ความสัมพันธ์ ระหว่างตัวละคร ยังเป็นการแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์ และต่อรอง ซึ่งกันและกัน ผู้วิเศษ กับฝรั่งไม่ได้ตกลงกัน แบบที่ฝ่ายฝรั่งเอาเปรียบฝ่ายผู้วิเศษ ฝรั่งทำตามผู้วิเศษ เพราะ ตนต้องการเอาพันธุ์ไม้ในป่า ส่วนผู้วิเศษ ก็นำทางให้ฝรั่ง เพราะตนอยากไปหา คนร่วมเผ่า เพื่อระลึกถึง ตัวตนของตนเองwinner55

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ ทาสเก็บน้ำยาง กับ นายทุนยาง อีกด้วย ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ ทางสังคม ที่มีการล่าอาณานิคม เพื่อนำทรัพยากรส่วนเกิน ของประเทศที่ต่ำต้อย ไปยังประเทศ ที่เหนือกว่า เป็นความสัมพันธ์ ที่มีการเอาเปรียบ และกอบโกยผลประโยชน์ เป็นอย่างมาก ดูได้จากทาสที่ แขนด้วน ขาหัก เบ้าตาถูกคว้าน ภายใน ภาพยนตร์ เรียกทาสพวกนี้ ว่า ลูกหาบมังดุงก้า

ตัวละครนี้ ผู้ชมจะเห็นแผ่นหลัง เต็มไปด้วยการเฆี่ยน เห็นอาการจิตหลุด ที่เขาเห็นศพ ของเพื่อนที่สวนยาง ซึ่งการที่คนพื้นเมืองถูกฆ่านั้น เป็นเพราะพวกเขา ไม่สามารถเก็บผลผลิต ให้ได้มากเพียงพอ ที่นายทุนต้องการ หรือก็คือ ทาสเก็บน้ำยางได้น้อย จึงถูกนายทาส ฆ่าให้ตาย ปัญหาเหล่านี้ ล้วนมาจาก ทฤษฏีการพึ่งพิง ที่มีระบบทาส จากการล่าอาณานิคม ของประเทศที่มีอำนาจ

ในยุคของ Rubber Boom หรือยุคคลั่งยาง ที่ภาพยนตร์สื่อให้เห็นนั้น ยังสื่อถึงทฤษฎีความทันสมัย และทฤษฎีระบบโลกอีกด้วย ในยุคนั้นอเมริกา และยุโรป มีกระบวนการปฏิวัติอุตสาหกรรม จนเกิดสินค้า และอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขึ้น ซึ่งคลั่งยาง เป็นผลของพัฒนาการด้านพลังการผลิต ในศูนย์กลางของทุนนิยมโลก จากกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีอยู่ 3 ด้าน คือ

                     1) พัฒการของทุนนิยมอุตสาหกรรมในระบบโลก

                     2) พัฒนาการของเทคโนโลยี ขึ้นรูปน้ำยางในอุตสาหกรรมยาง

                     3) พัฒนาการของการผลิต แบบสายพาน ในอุตสาหกรรมรถยนต์

          การพัฒนาเหล่านี้ ทำให้เกิดการขยายตัว ของทุนนิยมขึ้น ซึ่งระบบทุนนิยม ขับเคลื่อนจากศูนย์กลางไปสู่ชายขอบ เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบ แรงงานราคาถูก แหล่งประกอบสินค้า ที่ผลิตจากทรัพยากรของชายขอบ จากการพัฒนาการด้านพลังการผลิต ทำให้นายทุนแย่งชิงเข้าไปลงทุน ที่อเมซอน ซึ่งอุดมด้วยยางป่า และที่ดิน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ข้อ คือ

                     1) พื้นที่ป่ามหาศาล ถูกทำให้เป็นเมืองสำหรับ พ่อค้า และนักธุรกิจยาง

                     2) พื้นที่ป่าที่ชนเผ่าต่างๆ เคยอยู่นั้น เริ่มเป็นสัมปทาน ของบริษัทส่งออกยางมากขึ้นเรื่อยๆ

                     3) คนพื้นเมืองถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ หรือถูกกวาดต้นเป็นแรงงานทาสในการกรีดยาง

การเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาการทั้งหลายเหล่านี้ สื่อถึงทฤษฎีระบบโลก การพึ่งพิง รวมทั้งทฤษฎีความทันสมัย ที่มีปัญหาในแง่ของ การล่าอาณานิคม ที่ภาพยนตร์สื่อถึง ไม่ว่าจะเป็น

นายทุนยาง กวาดต้อนคนพื้นเมือง เพื่อให้เป็นแรงงานทาส ในการกรีดยาง และถูกบังคับให้ อาศัยในค่ายกักกัน ให้อาการเพียงแค่ประทังชีวิต เมื่อแรงงานทาส ไม่สามารถกรีดยางให้ได้มากพอ เท่าที่นายทุนต้องการ ก็จะถูกนายทุน เฆี่ยนตีจนเห็นกระดูก

และบ่อยครั้ง อาจมีการเผาคนพื้นเมืองทั้งเป็น ด้วยน้ำมันก๊าดต่อหน้าทุกคน เพื่อให้เห็นถึง ผลที่ไม่สามารถหาน้ำยาง ได้มากเพียงพอ ปัญหาเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึง ผลเสียของ ทฤษฎีระบบโลก การพึ่งพิง รวมทั้ง ทฤษฎีความทันสมัย ที่ขัดแย้งกับ หลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง เป็นการกดขี่ และเอาเปรียบ กลุ่มคนชายขอบ ที่เป็นคนพื้นเมือง อีกด้วย

หากสนใจเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

สนับสนุนบทความโดย Joker Game   joker game  ,  joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *